โรลองด์ เลสคูร์กล่าวเมื่อ 16 กันยายน 2026 ว่าการเรียกร้องให้ชะลอ AI อาจช่วยให้บริษัทสหรัฐฯ ที่นำตลาดอยู่แล้วรักษาความได้เปรียบ และฝรั่งเศสกับยุโรปควรเร่งการใช้ AI เพื่อเป็นผู้นำที่จัดการความเสี่ยงได้เอง [2]
สำหรับผู้ผลิตรายเล็ก ปัญหาหลักไม่ใช่แค่ชิปหน่วยความจำแพงขึ้น แต่คือได้รับโควตาจัดสรรชิปหรือไม่ เพราะไม่มีชิปก็ส่งสินค้าไม่ได้
เมื่อวันที่ 15 กันยายน 2026 ญัตติให้เดินหน้า CLARITY Act ได้ 50 เสียง ต่อ 49 เสียง แต่ต้องมี 60 เสียงจึงจะผ่านขั้นตอนนี้ได้
Amazon เพิ่มค่าจ้างเริ่มต้นขั้นต่ำของพนักงานปฏิบัติการหลักแบบเต็มเวลาในสหรัฐฯ ที่เข้าเกณฑ์ 1 ดอลลาร์ เป็น 20 ดอลลาร์ต่อชั่วโมง
Cohere และ Aleph Alpha ลงนามข้อตกลงควบรวมขั้นสุดท้ายเมื่อ 16 กันยายน 2026 แต่ดีลยังไม่เสร็จสิ้น เพราะต้องรอการอนุมัติจากหน่วยงานกำกับดูแล
โรล็อง เลสกูร์กล่าวว่า การชะลอ AI อาจช่วยให้บริษัทสหรัฐฯ ที่เป็นผู้นำอยู่แล้วรักษาความได้เปรียบได้
วุฒิสภาสหรัฐฯ ยังไม่ได้ผ่านหรือเริ่มอภิปราย CLARITY Act เพราะมติขั้นตอน 50–49 ไม่ถึงเกณฑ์ 60 เสียงสำหรับการเดินหน้าร่างกฎหมาย
Mark Zuckerberg ปฏิเสธแนวคิดชะลอการพัฒนา AI ร่วมกันทั้งอุตสาหกรรม โดยมองว่าการแข่งขัน ความรับผิดทางกฎหมาย และความจำเป็นต้องทำให้ AI สอดคล้องกับผู้ใช้ เป็นแรงจูงใจเพียงพอให้แต่ละแล็บดูแลความปลอดภัยเอง [1]
เชน เลกก์ เตือนว่า AI ที่ก้าวหน้าเร็วต้องไม่แซงหน้ากลไกความปลอดภัยสำหรับการติดตามและควบคุมระบบ
First Solar ระบุเมื่อ 16 กันยายน 2026 ว่าจะถอนคำร้องตามมาตรา 337 ต่อ ITC ในข้อหาละเมิดสิทธิบัตร TOPCon และขอให้ยุติการสอบสวนโดยยังสามารถยื่นคำร้องใหม่ได้ในอนาคต
Huawei ประเมินว่า ภายในปี 2035 AI Agent 9 แสนล้านตัวอาจให้บริการประชากรโลก 9 พันล้านคน และสร้างทราฟฟิก AI token มากกว่า 90% ของโลก
Apple มีรายงานว่ากำลังประเมินการทำเซิร์ฟเวอร์สำหรับ AI inference ในปี 2029 หรือหลังจากนั้น โดยใช้ชิป M8 Ultra จำนวน 2 หรือ 4 ตัว และอาจใช้ Nvidia NVLink Fusion เชื่อมระบบ