Mark Zuckerberg ปฏิเสธแนวคิดชะลอการพัฒนา AI ร่วมกันทั้งอุตสาหกรรม โดยมองว่าการแข่งขัน ความรับผิดทางกฎหมาย และความจำเป็นต้องทำให้ AI สอดคล้องกับผู้ใช้ เป็นแรงจูงใจเพียงพอให้แต่ละแล็บดูแลความปลอดภัยเอง [1] จุดยืนนี้ต่างจาก Dario Amodei ซีอีโอ Anthropic ที่เสนอให้ชะลอการยกระดับความสามารถของ AI แนวหน้า โดยเฉพาะการพัฒนาต...
เผยแพร่โดยแก้ไขด้วย GPT-5.6 Terraรูปภาพสร้างด้วย GPT Image 2
คำตอบการวิจัย

Create a landscape editorial hero image for this Studio Global article: What did Meta CEO Mark Zuckerberg say on September 15, 2026, about why competition, liability, alignment, and each AI lab’s ability to contr. Article summary: Zuckerberg rejected a collective AI development slowdown.. Topic tags: general web, ai safety, openai, chatgpt, agents. Style: premium digital editorial illustration, source-backed research mood, clean composition, high detail, modern web publication hero. Use reference image context only for broad subject, composition, and topical grounding; do not copy the exact image. Avoid: logos, brand marks, copyrighted characters, real person likenesses, fake screenshots, UI text, readable text, watermarks, charts with fake numbers, clickbait thumbnails, icons, and tiny thumbnail layouts. Make it useful as an illustrative visual, not as factual evidence.
Mark Zuckerberg ซีอีโอ Meta ระบุเมื่อวันที่ 15 กันยายน 2026 ว่า ไม่จำเป็นต้องมีข้อตกลงให้ทั้งอุตสาหกรรมชะลอการพัฒนา AI เขาเชื่อว่าแต่ละแล็บมีทั้ง ความรับผิดชอบ แรงจูงใจ และอำนาจตัดสินใจของตนเอง ที่จะพัฒนาโมเดลด้วยความเร็วซึ่งปลอดภัยได้อยู่แล้ว โดยแรงกดดันสำคัญมาจากการแข่งขันและความรับผิดตามกฎหมาย หากบริษัทปล่อยระบบที่สร้างความเสียหาย 1
ซักเคอร์เบิร์กยังมองว่า “ความน่าเชื่อถือ” และการทำให้ระบบทำงานสอดคล้องกับเป้าหมายของผู้ใช้ หรือที่เรียกว่า alignment จะกลายเป็นจุดต่างทางการแข่งขันของผลิตภัณฑ์ AI ดังนั้น แล็บที่ละเลยเรื่องนี้ย่อมเสียเปรียบคู่แข่ง ไม่ใช่ได้เปรียบ 1
Dario Amodei ซีอีโอ Anthropic เสนอให้ชะลอการเพิ่มขีดความสามารถของ AI แนวหน้า เพื่อเปิดเวลาให้มาตรการความปลอดภัยและงานวิจัยด้าน alignment ตามทัน โดยเขาเน้นความเสี่ยงจาก “การพัฒนาตนเองแบบวนซ้ำ” (recursive self-improvement) ซึ่งหมายถึงกรณีที่ AI ช่วยเร่งการสร้าง AI รุ่นถัดไปจนมนุษย์อาจควบคุมหรือทำความเข้าใจไม่ทัน 2
ข้อเสนอนี้ได้รับการสนับสนุนจาก Sam Altman แห่ง OpenAI และ Elon Musk แห่ง xAI แต่ซักเคอร์เบิร์กเลือกแนวทางตรงข้าม คือให้บริษัทแต่ละแห่งกำหนดจังหวะของตัวเอง แทนการรอให้คู่แข่งทุกฝ่ายตกลงชะลอพร้อมกัน 2
3
ซักเคอร์เบิร์กยกการดำเนินการของ Meta เป็นตัวอย่างว่า บริษัทสามารถชะลอผลิตภัณฑ์ของตนเองได้เมื่อเห็นว่าจำเป็น โดย Meta เลื่อนการเปิดตัวเอเจนต์ AI ชื่อ Muse ออกไปหลายเดือน เพื่อปรับปรุงด้านความปลอดภัยและความมั่นคงปลอดภัย โดยไม่ได้เรียกร้องให้แล็บอื่นชะลอตาม 1
เขายังกล่าวว่า Meta จัดสรรกำลังประมวลผลส่วนใหญ่ให้กับผลิตภัณฑ์ที่ตอบโจทย์ความต้องการระยะใกล้ของผู้ใช้ มากกว่าจะทุ่มไปที่การพัฒนา AI ให้ยกระดับตัวเอง และระบุว่า Meta Superintelligence Labs ใช้ผู้ประเมินและที่ปรึกษาอิสระ ซึ่งเขามองว่าเป็นแนวปฏิบัติที่ดีของอุตสาหกรรม 1
การรวมตัวเพื่อชะลอ AI ยังเผชิญแรงต้านทางการเมือง ประธานาธิบดี Donald Trump คัดค้านการชะลอหรือออกกฎควบคุมใหม่ที่เข้มงวด โดยให้เหตุผลว่าสหรัฐฯ ต้องรักษาความสามารถในการแข่งขันกับจีน ขณะที่ Jensen Huang ซีอีโอ Nvidia ก็สนับสนุนการเดินหน้าพัฒนา และเห็นว่าความปลอดภัยควรถูกแก้ด้วยวิศวกรรมและการทดสอบ มากกว่าการพักการพัฒนาแบบครอบจักรวาล
ด้านกฎหมาย Andrew Ferguson ประธานคณะกรรมาธิการการค้าของสหรัฐฯ (FTC) เตือนให้ระวังเมื่อบริษัท AI ขอข้อยกเว้นกฎหมายต่อต้านการผูกขาด โดยอ้างเหตุผลด้านความปลอดภัย อย่างไรก็ดี ผู้เชี่ยวชาญกฎหมายที่ Reuters อ้างถึงระบุว่ากฎหมายต่อต้านการผูกขาดที่มีอยู่ อาจเปิดทางให้บริษัทประสานงานกันเพื่อป้องกันความเสี่ยงระดับหายนะได้ในบางกรณี
ข้อโต้แย้งของซักเคอร์เบิร์กเป็นข้อเสนอว่าแรงจูงใจทางตลาดและกฎหมายจะผลักดันให้บริษัททำ AI อย่างปลอดภัย แต่ไม่ได้พิสูจน์ว่าแรงจูงใจเหล่านี้จะป้องกันอันตรายได้อย่างสม่ำเสมอ
จุดยืนนี้จึงถูกจับตาเป็นพิเศษจากประวัติของ Meta เอง หลังบริษัทยอมจ่ายเงินสูงสุด 18,000 ล้านดอลลาร์สหรัฐ และเพิ่มมาตรการคุ้มครองเยาวชน เพื่อยุติข้อกล่าวหาจากหลายรัฐของสหรัฐฯ ว่า Facebook และ Instagram ถูกออกแบบมาให้เด็กติดการใช้งาน ทั้งนี้ Meta ปฏิเสธว่าไม่ได้กระทำผิด
สรุปคือ ซักเคอร์เบิร์กสนับสนุนโมเดลความปลอดภัยแบบกระจายศูนย์ ให้แต่ละบริษัทตัดสินใจและรับผิดชอบต่อจังหวะการพัฒนาของตัวเอง โดยมีการประเมินจากภายนอก แรงแข่งขัน และความเสี่ยงทางกฎหมายเป็นกลไกกำกับ แทนการชะลอพร้อมกันตามแนวทางของ Amodei ว่าวิธีนี้เพียงพอหรือไม่ ยังไม่มีข้อยุติ โดยเฉพาะเมื่อการดำเนินการร่วมกันทั้งอุตสาหกรรมติดข้อจำกัดทั้งทางการเมืองและกฎหมาย
Studio Global AI
หน้านี้รวมคำตอบที่ได้รับการสนับสนุนจากแหล่งที่มาซึ่งคุณสามารถดำเนินการต่อภายใน Studio Global
Mark Zuckerberg ปฏิเสธแนวคิดชะลอการพัฒนา AI ร่วมกันทั้งอุตสาหกรรม โดยมองว่าการแข่งขัน ความรับผิดทางกฎหมาย และความจำเป็นต้องทำให้ AI สอดคล้องกับผู้ใช้ เป็นแรงจูงใจเพียงพอให้แต่ละแล็บดูแลความปลอดภัยเอง [1]
Mark Zuckerberg ปฏิเสธแนวคิดชะลอการพัฒนา AI ร่วมกันทั้งอุตสาหกรรม โดยมองว่าการแข่งขัน ความรับผิดทางกฎหมาย และความจำเป็นต้องทำให้ AI สอดคล้องกับผู้ใช้ เป็นแรงจูงใจเพียงพอให้แต่ละแล็บดูแลความปลอดภัยเอง [1] จุดยืนนี้ต่างจาก Dario Amodei ซีอีโอ Anthropic ที่เสนอให้ชะลอการยกระดับความสามารถของ AI แนวหน้า โดยเฉพาะการพัฒนาตนเองแบบวนซ้ำ เพื่อให้การวิจัยความปลอดภัยตามทัน ซึ่ง Sam Altman และ Elon Musk แสดงการสนับสนุน [2][3]
Meta ยกตัวอย่างการเลื่อนเปิดตัวเอเจนต์ Muse หลายเดือนเพื่อแก้ประเด็นความปลอดภัยและความมั่นคงปลอดภัย รวมถึงการใช้ผู้ประเมินและที่ปรึกษาอิสระใน Meta Superintelligence Labs [1]
Mark Zuckerberg ปฏิเสธแนวคิดชะลอการพัฒนา AI ร่วมกันทั้งอุตสาหกรรม โดยมองว่าการแข่งขัน ความรับผิดทางกฎหมาย และความจำเป็นต้องทำให้ AI สอดคล้องกับผู้ใช้ เป็นแรงจูงใจเพียงพอให้แต่ละแล็บดูแลความปลอดภัยเอง [1] จุดยืนนี้ต่างจาก Dario Amodei ซีอีโอ Anthropic ที่เสนอให้ชะลอการยกระดับความสามารถของ AI แนวหน้า โดยเฉพาะการพัฒนาต...
เผยแพร่โดยแก้ไขด้วย GPT-5.6 Terraรูปภาพสร้างด้วย GPT Image 2
คำตอบการวิจัย

Create a landscape editorial hero image for this Studio Global article: What did Meta CEO Mark Zuckerberg say on September 15, 2026, about why competition, liability, alignment, and each AI lab’s ability to contr. Article summary: Zuckerberg rejected a collective AI development slowdown.. Topic tags: general web, ai safety, openai, chatgpt, agents. Style: premium digital editorial illustration, source-backed research mood, clean composition, high detail, modern web publication hero. Use reference image context only for broad subject, composition, and topical grounding; do not copy the exact image. Avoid: logos, brand marks, copyrighted characters, real person likenesses, fake screenshots, UI text, readable text, watermarks, charts with fake numbers, clickbait thumbnails, icons, and tiny thumbnail layouts. Make it useful as an illustrative visual, not as factual evidence.
Mark Zuckerberg ซีอีโอ Meta ระบุเมื่อวันที่ 15 กันยายน 2026 ว่า ไม่จำเป็นต้องมีข้อตกลงให้ทั้งอุตสาหกรรมชะลอการพัฒนา AI เขาเชื่อว่าแต่ละแล็บมีทั้ง ความรับผิดชอบ แรงจูงใจ และอำนาจตัดสินใจของตนเอง ที่จะพัฒนาโมเดลด้วยความเร็วซึ่งปลอดภัยได้อยู่แล้ว โดยแรงกดดันสำคัญมาจากการแข่งขันและความรับผิดตามกฎหมาย หากบริษัทปล่อยระบบที่สร้างความเสียหาย 1
ซักเคอร์เบิร์กยังมองว่า “ความน่าเชื่อถือ” และการทำให้ระบบทำงานสอดคล้องกับเป้าหมายของผู้ใช้ หรือที่เรียกว่า alignment จะกลายเป็นจุดต่างทางการแข่งขันของผลิตภัณฑ์ AI ดังนั้น แล็บที่ละเลยเรื่องนี้ย่อมเสียเปรียบคู่แข่ง ไม่ใช่ได้เปรียบ 1
Dario Amodei ซีอีโอ Anthropic เสนอให้ชะลอการเพิ่มขีดความสามารถของ AI แนวหน้า เพื่อเปิดเวลาให้มาตรการความปลอดภัยและงานวิจัยด้าน alignment ตามทัน โดยเขาเน้นความเสี่ยงจาก “การพัฒนาตนเองแบบวนซ้ำ” (recursive self-improvement) ซึ่งหมายถึงกรณีที่ AI ช่วยเร่งการสร้าง AI รุ่นถัดไปจนมนุษย์อาจควบคุมหรือทำความเข้าใจไม่ทัน 2
ข้อเสนอนี้ได้รับการสนับสนุนจาก Sam Altman แห่ง OpenAI และ Elon Musk แห่ง xAI แต่ซักเคอร์เบิร์กเลือกแนวทางตรงข้าม คือให้บริษัทแต่ละแห่งกำหนดจังหวะของตัวเอง แทนการรอให้คู่แข่งทุกฝ่ายตกลงชะลอพร้อมกัน 2
3
ซักเคอร์เบิร์กยกการดำเนินการของ Meta เป็นตัวอย่างว่า บริษัทสามารถชะลอผลิตภัณฑ์ของตนเองได้เมื่อเห็นว่าจำเป็น โดย Meta เลื่อนการเปิดตัวเอเจนต์ AI ชื่อ Muse ออกไปหลายเดือน เพื่อปรับปรุงด้านความปลอดภัยและความมั่นคงปลอดภัย โดยไม่ได้เรียกร้องให้แล็บอื่นชะลอตาม 1
เขายังกล่าวว่า Meta จัดสรรกำลังประมวลผลส่วนใหญ่ให้กับผลิตภัณฑ์ที่ตอบโจทย์ความต้องการระยะใกล้ของผู้ใช้ มากกว่าจะทุ่มไปที่การพัฒนา AI ให้ยกระดับตัวเอง และระบุว่า Meta Superintelligence Labs ใช้ผู้ประเมินและที่ปรึกษาอิสระ ซึ่งเขามองว่าเป็นแนวปฏิบัติที่ดีของอุตสาหกรรม 1
การรวมตัวเพื่อชะลอ AI ยังเผชิญแรงต้านทางการเมือง ประธานาธิบดี Donald Trump คัดค้านการชะลอหรือออกกฎควบคุมใหม่ที่เข้มงวด โดยให้เหตุผลว่าสหรัฐฯ ต้องรักษาความสามารถในการแข่งขันกับจีน ขณะที่ Jensen Huang ซีอีโอ Nvidia ก็สนับสนุนการเดินหน้าพัฒนา และเห็นว่าความปลอดภัยควรถูกแก้ด้วยวิศวกรรมและการทดสอบ มากกว่าการพักการพัฒนาแบบครอบจักรวาล
ด้านกฎหมาย Andrew Ferguson ประธานคณะกรรมาธิการการค้าของสหรัฐฯ (FTC) เตือนให้ระวังเมื่อบริษัท AI ขอข้อยกเว้นกฎหมายต่อต้านการผูกขาด โดยอ้างเหตุผลด้านความปลอดภัย อย่างไรก็ดี ผู้เชี่ยวชาญกฎหมายที่ Reuters อ้างถึงระบุว่ากฎหมายต่อต้านการผูกขาดที่มีอยู่ อาจเปิดทางให้บริษัทประสานงานกันเพื่อป้องกันความเสี่ยงระดับหายนะได้ในบางกรณี
ข้อโต้แย้งของซักเคอร์เบิร์กเป็นข้อเสนอว่าแรงจูงใจทางตลาดและกฎหมายจะผลักดันให้บริษัททำ AI อย่างปลอดภัย แต่ไม่ได้พิสูจน์ว่าแรงจูงใจเหล่านี้จะป้องกันอันตรายได้อย่างสม่ำเสมอ
จุดยืนนี้จึงถูกจับตาเป็นพิเศษจากประวัติของ Meta เอง หลังบริษัทยอมจ่ายเงินสูงสุด 18,000 ล้านดอลลาร์สหรัฐ และเพิ่มมาตรการคุ้มครองเยาวชน เพื่อยุติข้อกล่าวหาจากหลายรัฐของสหรัฐฯ ว่า Facebook และ Instagram ถูกออกแบบมาให้เด็กติดการใช้งาน ทั้งนี้ Meta ปฏิเสธว่าไม่ได้กระทำผิด
สรุปคือ ซักเคอร์เบิร์กสนับสนุนโมเดลความปลอดภัยแบบกระจายศูนย์ ให้แต่ละบริษัทตัดสินใจและรับผิดชอบต่อจังหวะการพัฒนาของตัวเอง โดยมีการประเมินจากภายนอก แรงแข่งขัน และความเสี่ยงทางกฎหมายเป็นกลไกกำกับ แทนการชะลอพร้อมกันตามแนวทางของ Amodei ว่าวิธีนี้เพียงพอหรือไม่ ยังไม่มีข้อยุติ โดยเฉพาะเมื่อการดำเนินการร่วมกันทั้งอุตสาหกรรมติดข้อจำกัดทั้งทางการเมืองและกฎหมาย
Studio Global AI
หน้านี้รวมคำตอบที่ได้รับการสนับสนุนจากแหล่งที่มาซึ่งคุณสามารถดำเนินการต่อภายใน Studio Global
Mark Zuckerberg ปฏิเสธแนวคิดชะลอการพัฒนา AI ร่วมกันทั้งอุตสาหกรรม โดยมองว่าการแข่งขัน ความรับผิดทางกฎหมาย และความจำเป็นต้องทำให้ AI สอดคล้องกับผู้ใช้ เป็นแรงจูงใจเพียงพอให้แต่ละแล็บดูแลความปลอดภัยเอง [1]
Mark Zuckerberg ปฏิเสธแนวคิดชะลอการพัฒนา AI ร่วมกันทั้งอุตสาหกรรม โดยมองว่าการแข่งขัน ความรับผิดทางกฎหมาย และความจำเป็นต้องทำให้ AI สอดคล้องกับผู้ใช้ เป็นแรงจูงใจเพียงพอให้แต่ละแล็บดูแลความปลอดภัยเอง [1] จุดยืนนี้ต่างจาก Dario Amodei ซีอีโอ Anthropic ที่เสนอให้ชะลอการยกระดับความสามารถของ AI แนวหน้า โดยเฉพาะการพัฒนาตนเองแบบวนซ้ำ เพื่อให้การวิจัยความปลอดภัยตามทัน ซึ่ง Sam Altman และ Elon Musk แสดงการสนับสนุน [2][3]
Meta ยกตัวอย่างการเลื่อนเปิดตัวเอเจนต์ Muse หลายเดือนเพื่อแก้ประเด็นความปลอดภัยและความมั่นคงปลอดภัย รวมถึงการใช้ผู้ประเมินและที่ปรึกษาอิสระใน Meta Superintelligence Labs [1]