IIF ซึ่งเป็นองค์กรวิจัยและตัวแทนภาคการเงินระหว่างประเทศ ติดตามภาระหนี้ทั่วโลกผ่านรายงาน Global Debt Monitor รายไตรมาส ข้อมูลที่เผยแพร่ล่าสุดชี้ว่าหนี้โลกเพิ่มขึ้นแตะเกือบ 353 ล้านล้านดอลลาร์ ณ สิ้นเดือนมีนาคม 2026
รายงานอีกชิ้นที่อ้างข้อมูล IIF ระบุว่า การกู้ยืมทั่วโลกเพิ่มขึ้นราว 4.4 ล้านล้านดอลลาร์ในไตรมาสแรกของปี 2026 ภาพที่เด่นที่สุดในข่าวชุดนี้คือแรงกู้ยืมของภาครัฐ โดยเฉพาะรัฐบาลสหรัฐฯ ซึ่งถูกระบุว่าเป็นตัวนำการเพิ่มขึ้นของหนี้
อย่างไรก็ตาม หนี้ที่เพิ่มขึ้นไม่ได้เป็นเรื่องของสหรัฐฯ ประเทศเดียว รายงานอีกแห่งระบุว่าจีนมีหนี้ภาคธุรกิจเพิ่มขึ้นอย่างมากเช่นกัน แปลว่าแรงกดดันด้านหนี้กำลังกระจายอยู่ในหลายส่วนของเศรษฐกิจโลก ไม่ใช่เฉพาะรัฐบาลใดรัฐบาลหนึ่ง
คำตอบแบบตรงไปตรงมาคือ ผู้กู้รายใหญ่ยังคงเพิ่มหนี้ต่อเนื่อง และจากข้อมูลที่มี แรงกดดันรอบนี้กระจุกตัวมากในภาครัฐ โดยเฉพาะสหรัฐฯ
เรื่องนี้สำคัญเพราะพันธบัตรรัฐบาลเป็นแกนกลางของตลาดตราสารหนี้โลก เมื่อผู้ออกพันธบัตรรายใหญ่อย่างสหรัฐฯ กู้มากขึ้น นักลงทุนทั่วโลกต้องตัดสินใจว่า ผลตอบแทน ความเสี่ยง และสัดส่วนการถือครอง Treasuries ในพอร์ตยังเหมาะสมแค่ไหนเมื่อเทียบกับพันธบัตรรัฐบาลประเทศอื่น
อีกด้านหนึ่ง รายงานที่เกี่ยวข้องกับ IIF ยังเชื่อมแรงกดดันด้านหนี้เข้ากับการกู้ยืมของรัฐบาลและฉากหลังทางภูมิรัฐศาสตร์ ซึ่งเป็นปัจจัยที่ตลาดการเงินทั่วโลกเลี่ยงไม่ได้
คำที่ควรใช้คือ “กระจายความเสี่ยง” มากกว่า “อพยพออก” จาก Treasuries
IIF ระบุว่า ความต้องการจากต่างประเทศต่อพันธบัตรรัฐบาลญี่ปุ่นและยุโรปแข็งแรงขึ้น ขณะที่ความต้องการพันธบัตรรัฐบาลสหรัฐฯ โดยรวมยังทรงตัวตั้งแต่ต้นปี เอ็มเร ทิฟติก ผู้อำนวยการด้านตลาดโลกและนโยบายของ IIF กล่าวในการสัมมนาเกี่ยวกับรายงานว่า รูปแบบนี้สะท้อนว่า “นักลงทุนต่างชาติบางส่วนพยายามกระจายการลงทุนออกจาก U.S. Treasuries” ตามรายงานที่อ้างรอยเตอร์
จุดนี้สำคัญมาก เพราะหากเป็นการหนี Treasuries จริง ตลาดควรเห็นสัญญาณความต้องการลดฮวบหรือความเชื่อมั่นสั่นคลอนเป็นวงกว้าง แต่ข้อมูลที่รายงานออกมาบอกคนละเรื่อง: Treasuries ยังมีแรงซื้อทรงตัว เพียงแต่พันธบัตรรัฐบาลญี่ปุ่นและยุโรปเริ่มดึงความสนใจมากขึ้น
แหล่งข้อมูลที่มีไม่ได้ชี้สาเหตุเดียวแบบฟันธงว่า ทำไมความต้องการพันธบัตรรัฐบาลญี่ปุ่นและยุโรปจึงแข็งแรงขึ้น แต่ทิศทางที่เห็นคือ นักลงทุนต่างชาติเพิ่มความสนใจในตลาดเหล่านี้ ในขณะที่ Treasuries ยังไม่ได้ถูกทิ้ง
ภาพที่สอดคล้องกับข้อมูลมีอยู่สามข้อ:
ทั้งหมดนี้ไม่ได้แปลว่าพันธบัตรรัฐบาลญี่ปุ่นหรือยุโรปเข้ามาแทน Treasuries ในฐานะสินทรัพย์อ้างอิงของโลกทันที หลักฐานที่มีชี้ไปทางการปรับน้ำหนักแบบค่อยเป็นค่อยไป มากกว่าการเปลี่ยนระบอบของตลาดพันธบัตรโลก
สิ่งที่จะบอกได้ว่าแนวโน้มนี้เป็นเพียงการปรับพอร์ตเล็กน้อย หรือกำลังจะกลายเป็นการเปลี่ยนแปลงครั้งใหญ่ มีอย่างน้อยสี่เรื่อง:
บทสรุปคือ หนี้โลกที่แตะเกือบ 353 ล้านล้านดอลลาร์เป็นสัญญาณว่าการกู้ยืมยังเดินหน้าต่อ โดยเฉพาะในภาครัฐและโดยเฉพาะสหรัฐฯ นักลงทุนตอบสนองด้วยการเปิดทางเลือกในตลาดพันธบัตรรัฐบาลให้กว้างขึ้น ไม่ใช่ด้วยการเดินออกจาก Treasuries ทั้งหมด