โมเดล frame transaction ปัจจุบันใช้ nonce แบบเส้นตรงของผู้ส่ง หมายความว่าถ้าธุรกรรมหนึ่งล่าช้า ธุรกรรมแบบ frame ถัด ๆ ไปจากผู้ส่งเดียวกันก็อาจถูกขวางตามไปด้วย
EIP-8250 เสนอให้แยก nonce เป็นสองฟิลด์:
nonce_key: ใช้เลือกโดเมนการป้องกัน replaynonce_seq: ใช้ระบุเลขลำดับภายในโดเมนที่เลือกจุดสำคัญคือความเข้ากันได้กับระบบเดิม เมื่อ nonce_key == 0NONCE_MANAGER system contract
ดังนั้น EIP-8250 ไม่ใช่สวิตช์ที่ทำให้ธุรกรรม Ethereum ทุกชนิดไม่ต้องเรียงลำดับ และไม่ใช่กลไกประมวลผลพร้อมกันแบบทั่วไป มันคือการแยกเลนของ replay protection สำหรับธุรกรรมประเภทหนึ่งโดยเฉพาะ
คอขวดเกิดขึ้นเมื่อผู้ใช้หลายคนที่ไม่เกี่ยวข้องกันถูกส่งผ่าน address ผู้ส่งเดียวกัน ETH Daily ระบุว่า EIP-8250 มีประโยชน์เป็นพิเศษกับโปรโตคอล privacy เพราะระบบเหล่านี้อาจ route ผู้ใช้อิสระจำนวนมากผ่าน shared sender address เพียงตัวเดียว
ถ้ามี nonce เส้นเดียว ธุรกรรมที่ล่าช้าหนึ่งรายการอาจทำให้ธุรกรรมถัดไปทั้งหมดในคิวเดียวกันต้องรอ แต่ถ้าใช้ keyed nonces โปรโตคอลสามารถแยก flow ที่ไม่เกี่ยวข้องกันไปอยู่คนละ non-zero key ได้ ทำให้ flow หนึ่งที่ติดขัดไม่จำเป็นต้องลากทุก flow อื่นจาก sender เดียวกันให้ชะงักไปด้วย
นี่คือเหตุผลที่ควรมองประโยชน์ด้าน privacy ของ EIP-8250 ว่าเป็นเรื่องการรองรับปริมาณงานและลดคอขวด ไม่ใช่การซ่อนยอดเงิน ผู้รับ หรือจำนวนเงินโดยตรง
Keyed nonces ไม่ได้ทำให้ธุรกรรมเป็นส่วนตัวด้วยตัวมันเอง หากต้องการระบบโอนแบบ private ยังต้องมีเครื่องมืออื่นประกอบ ตัวอย่างเช่น EIP-8182 เสนอ private ETH และ ERC-20 transfers ผ่าน system contract, proof-verification precompile, notes, deposits, private transfers และ withdrawals
ความเชื่อมโยงของ EIP-8250 กับ privacy scaling อยู่ที่การจัดระเบียบ state มากกว่า รายงานที่สรุปความเห็นของ Buterin ชี้ว่า nullifiers เป็นกรณีกดดันสำคัญ: ข้อมูลชนิดนี้จะเพิ่มขึ้นเรื่อย ๆ และเมื่อลงระบบแล้วไม่สามารถ prune ทิ้งได้ เพราะต้องคงไว้ให้ตรวจสอบเพื่อป้องกันการใช้ private state ซ้ำ
ตัวอย่างเชิง stress test ที่หลายรายงานยกคือ หากธุรกรรม private บนเชนวิ่งที่ 2,000 รายการต่อวินาทีต่อเนื่อง 8 ปี จะเกิด nullifiers ประมาณ 500,000 ล้านรายการ ตัวเลขนี้ควรอ่านเป็นภาพจำลองภาระงานขนาดใหญ่ ไม่ใช่คำยืนยันว่า Ethereum จะต้องเก็บข้อมูลจำนวนนี้จริง หรือว่า EIP-8250 ถูกกำหนดเปิดใช้งานแล้ว
ใจความของ state scaling คือ ไม่ใช่ข้อมูลทุกประเภทบน Ethereum ต้องใช้โมเดล storage แบบอเนกประสงค์เหมือนกันทั้งหมด รายงานหลายแห่งอธิบาย keyed nonces ว่าอาจเป็นก้าวแรกสู่ storage เฉพาะงาน โดยมี nullifiers ของระบบ privacy เป็นตัวอย่างหลัก
บางรายงานพูดถึง nullifier store เฉพาะทางที่ใช้เทคนิคอย่าง sharding และ Bloom filters เพื่อทำให้ชุดข้อมูล privacy ขนาดใหญ่ง่ายต่อการจัดการของ node มากกว่าการวางทุกอย่างไว้ใน dynamic state ทั่วไปของ Ethereum
เหตุผลคือ nullifiers เป็นข้อมูลวัตถุประสงค์แคบและเพิ่มต่อเนื่องเป็นหลัก ต้องตรวจได้ แต่ไม่จำเป็นต้องยืดหยุ่นเท่ากับ contract storage ทั่วไป นี่คือบริบทสถาปัตยกรรมที่ทำให้ข้อเสนอเล็ก ๆ อย่างการแยก nonce เป็นหลายคีย์ได้รับความสนใจมากกว่าที่ชื่อของมันบอกไว้
EIP-8250 ควรถูกมองเป็นข้อเสนอด้าน replay protection ที่มีผลต่อ privacy scaling ทางอ้อม การเปลี่ยนแปลงตรง ๆ คือการแยก nonce ordering ของ frame transactions ออกเป็นเลนตามคีย์ ส่วนความหมายที่ใหญ่กว่าคือแนวคิดว่า Ethereum อาจรองรับ workload ปริมาณสูงและรูปแบบคาดเดาได้ด้วยโครงสร้างที่โปรโตคอลจัดการเอง แทนที่จะดันข้อมูลทุกอย่าง โดยเฉพาะข้อมูลที่ prune ไม่ได้อย่าง nullifiers เข้าไปอยู่ใน state อเนกประสงค์ทั้งหมด