คำตอบสั้น ๆ คือ Siemens กำลังให้ Arm ใช้โครงสร้างพื้นฐานสำหรับตรวจสอบชิปก่อนผลิตจริง ไม่ใช่แค่ซอฟต์แวร์จำลองทั่วไป แต่รวมถึงการจำลองฮาร์ดแวร์ขนาดใหญ่และต้นแบบ FPGA ผ่าน Veloce Strato CS และ Veloce proFPGA CS เพื่อดูพฤติกรรมของ Arm AGI CPU ก่อนเข้าสู่ tapeout หรือขั้นส่งแบบชิปสุดท้ายไปผลิตเป็นซิลิคอน [5]
Arm วาง AGI CPU เป็นซีพียูดาต้าเซ็นเตอร์ที่ Arm ออกแบบเองสำหรับโครงสร้างพื้นฐาน agentic AI [1] โดยชิปนี้สร้างบนแพลตฟอร์ม Arm Neoverse Compute Subsystem หรือ CSS V3 และมุ่งไปที่การประมวลผลประสิทธิภาพสูงแต่ประหยัดพลังงานสำหรับงาน AI และคลาวด์ดาต้าเซ็นเตอร์ [
5]
Veloce Strato CS: ตรวจตั้งแต่ชิ้นส่วนย่อยถึงทั้งระบบ
บทบาทหลักของ Siemens อยู่ที่ Veloce Strato CS ซึ่งเป็นแพลตฟอร์ม hardware-assisted verification หรือการตรวจสอบแบบใช้ฮาร์ดแวร์ช่วย Siemens ระบุว่า Arm ใช้แพลตฟอร์มนี้เพื่อตรวจ Arm AGI CPU ตั้งแต่ระดับซับซิสเต็มไปจนถึงระดับ full-system โดยเน้นข้อกำหนดด้านสมรรถนะ ความหน่วง และพลังงานที่จำเป็นสำหรับการใช้งานในดาต้าเซ็นเตอร์ขนาด hyperscale ก่อนเทปเอาต์ [5]
พูดให้เห็นภาพง่ายขึ้น: แทนที่จะรอให้ชิปผลิตออกมาแล้วค่อยพบปัญหา Arm สามารถรันแบบจำลองของระบบขนาดใหญ่บนฮาร์ดแวร์จำลองของ Siemens เพื่อดูว่าซีพียู อินเทอร์คอนเนกต์ หน่วยความจำ อุปกรณ์ I/O และซอฟต์แวร์ระบบทำงานร่วมกันได้ตามเป้าหมายหรือไม่ [5]
Arm ยังใช้เวิร์กโฟลว์ของ Siemens สำหรับ hardware-assisted verification, emulation และ prototyping เพื่อตรวจวัดตัวชี้วัดสำคัญของ Neoverse V-series Compute Subsystem ที่เป็นส่วนหนึ่งของ AGI CPU [5]
ทำไมต้องใช้สเกลใหญ่ขนาดนั้น
ตามข้อมูลของ Siemens งานตรวจสอบนี้ไม่ได้เล็ก เพราะดีไซน์ของ Arm AGI CPU เกี่ยวข้องกับสถาปัตยกรรม CSS แบบหลายได คอร์ Neoverse V-series อินเทอร์คอนเนกต์ความเร็วสูง รวมถึงเทคโนโลยีอย่าง PCIe Gen6, NVMe และ CXL [5]
Siemens ให้เหตุผลว่าเครื่องมือ EDA แบบดั้งเดิมเพียงอย่างเดียวไม่พอสำหรับการตรวจงานระดับนี้ทั้งในแง่สเกลและความใกล้เคียงพฤติกรรมจริง จึงต้องใช้ระบบ emulation ขนาดใหญ่เข้ามาช่วย [5]
คาริมา ดริดี จาก Arm ระบุว่า Siemens ช่วยให้ทำการตรวจสอบแบบ full-system ของ Arm AGI CPU ในระดับใหญ่ได้ โดยใช้ Veloce Strato CS หลายทาวเวอร์ [5]
Veloce proFPGA CS: ให้ซอฟต์แวร์เริ่มก่อนชิปจริง
อีกด้านหนึ่งคือ Veloce proFPGA CS แพลตฟอร์มต้นแบบ FPGA ของ Siemens ที่ใช้สำหรับการพัฒนาซอฟต์แวร์ก่อนซิลิคอนจริงพร้อมใช้งาน FPGA ช่วยให้ต้นแบบทำงานได้ใกล้เคียงเวลาจริง ทำให้ทีมเริ่มตรวจสอบซอฟต์แวร์ พัฒนาไดรเวอร์ และ bring-up ระบบได้ล่วงหน้าหลายเดือนก่อนชิปจริงออกมา [5]
ประเด็นนี้สำคัญสำหรับซีพียูดาต้าเซ็นเตอร์ เพราะความพร้อมของซอฟต์แวร์ไม่ได้น้อยไปกว่าฮาร์ดแวร์ หากระบบปฏิบัติการ ไดรเวอร์ เฟิร์มแวร์ และสแตกซอฟต์แวร์ศูนย์ข้อมูลยังไม่พร้อม ชิปที่ผลิตได้ก็อาจยังไม่พร้อมสำหรับการใช้งานจริงในสเกลใหญ่
สรุป
Siemens ช่วย Arm ลดความเสี่ยงก่อนเทปเอาต์ด้วยสามชั้นหลัก: การจำลองฮาร์ดแวร์ระดับใหญ่ การตรวจสอบทั้งชิปและทั้งระบบ และการทำต้นแบบ FPGA สำหรับซอฟต์แวร์ก่อนมีซิลิคอนจริง [5]
ดังนั้น คำตอบคือ Siemens ไม่ได้แค่ช่วยทดสอบว่า Arm AGI CPU เปิดติดหรือไม่ แต่ช่วย Arm ตรวจว่าชิปนี้จะรับมือเวิร์กโหลด agentic AI ในดาต้าเซ็นเตอร์ได้ตามเป้าด้านสมรรถนะ พลังงาน ความหน่วง และความพร้อมของระบบซอฟต์แวร์ ก่อนที่แบบชิปจะถูกส่งเข้าสู่กระบวนการผลิตจริง [5]






