| ผลิตคอนเทนต์ | ยังไม่ควรตัดสิน | ข้อมูลสาธารณะเน้นโค้ด, agent, ความรู้ และ reasoning มากกว่าคุณภาพงานเขียนจริง |
| แปลภาษา | ยังไม่ควรตัดสิน | SWE-Bench Multilingual ของ Kimi อยู่ในหมวดโค้ด ส่วน Chinese-SimpleQA ของ DeepSeek เป็น QA ด้านความรู้และ reasoning ไม่ใช่คะแนนแปลภาษาโดยตรง |
ฝั่ง Kimi K2.6 มีให้ใช้งานบน Cloudflare Workers AI ในชื่อโมเดล @cf/moonshotai/kimi-k2.6 โดย Cloudflare อธิบายว่า Kimi K2.6 เป็นโมเดล multimodal แบบ agentic ที่เน้น long-horizon coding, coding-driven design, การทำงานอัตโนมัติเชิงรุก และการประสานงานแบบ swarm นอกจากนี้เอกสารเดียวกันยังระบุสถาปัตยกรรม Mixture-of-Experts ที่มี 1T total parameters และ 32B active per token .
ฝั่ง DeepSeek เอกสาร API มีรายการ DeepSeek-V4 ใน change log วันที่ 24 เมษายน 2026 และหน้า V4 Preview Release ระบุ DeepSeek-V4-Pro กับ DeepSeek-V4-Flash . เว็บไซต์ DeepSeek เองก็ประกาศว่า V4 preview เปิดใช้งานบนเว็บ แอป และ API แล้ว .
จุดที่คนใช้ API ต้องระวังคือชื่อ alias เดิม ๆ เอกสาร DeepSeek ระบุว่า deepseek-chat และ deepseek-reasoner ปัจจุบัน route ไปที่ deepseek-v4-flash และจะเข้าถึงไม่ได้หลังวันที่ 24 กรกฎาคม 2026 เวลา 15:59 UTC . ดังนั้นคำว่า DeepSeek ชนะในบทความนี้หมายถึงการเทียบ DS-V4-Pro Max กับ K2.6 Thinking ตามตารางที่เปิดเผย ไม่ใช่การเหมารวมทุกชื่อโมเดลหรือทุก endpoint ของ DeepSeek .
หลักฐานที่ตรงที่สุดคือแถว LiveCodeBench ในตาราง Hugging Face ของ DeepSeek ซึ่งให้ K2.6 Thinking ที่ 89.6 และ DS-V4-Pro Max ที่ 93.5 .
| Benchmark | Kimi K2.6 | DeepSeek V4 | อ่านอย่างไร |
|---|---|---|---|
| LiveCodeBench(Pass@1) | K2.6 Thinking 89.6 | DS-V4-Pro Max 93.5 | ตามตารางสาธารณะ DeepSeek นำ |
| Codeforces(Rating) | ไม่มีค่าที่เทียบตรงในแถวเดียวกัน | DS-V4-Pro Max 3206 | มีคะแนนของ DeepSeek แต่ยังใช้เทียบกับ Kimi แบบเงื่อนไขเดียวกันไม่ได้ |
อย่างไรก็ตาม นี่ไม่ได้แปลว่า Kimi K2.6 อ่อนด้านโค้ด ข้อมูลของ Kimi และหน้า Hugging Face ระบุคะแนนด้าน coding หลายรายการ เช่น Terminal-Bench 2.0 ที่ 66.7, SWE-Bench Pro ที่ 58.6, SWE-Bench Verified ที่ 80.2 และ LiveCodeBench v6 ที่ 89.6 . ประเด็นคือ Kimi ถูกวางตำแหน่งเป็นโมเดลสาย coding/agentic อย่างจริงจัง แต่ข้อมูลที่นำมาเทียบกับ DeepSeek V4 แบบหัวชนหัวในเงื่อนไขเดียวกันยังมีจำกัด
ในทางปฏิบัติ ถ้างานหลักคือแก้โจทย์อัลกอริทึม สร้างโค้ด หรือประเมิน coding agent, DeepSeek V4-Pro Max เป็นตัวที่ควรหยิบมาทดสอบก่อน แต่ผลลัพธ์จริงอาจเปลี่ยนได้เมื่อเจอโค้ดเบสของบริษัท, วิธีเรียกเครื่องมือ, context length, latency และต้นทุนต่อ token จึงไม่ควรสรุปผู้ชนะของทุกงานโค้ดจาก benchmark เดียว
สำหรับทีมที่ใช้ AI เขียนบล็อก ทำเอกสารสินค้า สรุปเนื้อหา หรือช่วยร่างแคมเปญการตลาด คำถามสำคัญไม่ใช่แค่ว่าโมเดลทำข้อสอบ reasoning ได้กี่คะแนน แต่ต้องดูว่ามันคุมโทนแบรนด์ได้ไหม จัดโครงบทความยาวได้ดีหรือไม่ สรุปโดยไม่ทำข้อมูลหล่นหรือเติมเองเกินจริงหรือเปล่า และรับ feedback หลายรอบได้แค่ไหน
ข้อมูล Kimi K2.6 ที่เห็นในตอนนี้เน้นความสามารถด้าน long-horizon coding, coding-driven design, autonomous execution และ swarm-based task orchestration . ส่วนตารางของ DeepSeek V4 ก็เน้นชุดวัดผลอย่าง MMLU-Pro, SimpleQA-Verified, Chinese-SimpleQA, GPQA Diamond, HLE, LiveCodeBench และ Codeforces ซึ่งเป็นหมวดความรู้ reasoning และ coding เป็นหลัก . คะแนนเหล่านี้ช่วยบอกภาพรวมความสามารถของโมเดลได้ แต่ยังไม่ใช่การวัดคุณภาพบทความ โฆษณา สรุปรายงาน หรือการเขียนภาษาไทยเชิงบรรณาธิการโดยตรง
ถ้างานคอนเทนต์เป็นหัวใจหลัก วิธีที่ปลอดภัยกว่าคือทำชุดทดสอบของตัวเอง เช่น prompt สำหรับบล็อกภาษาไทย, หน้าแนะนำสินค้า, สรุปรายงานยาว, โพสต์โซเชียล, การ rewrite ให้เข้ากับโทนแบรนด์ แล้วให้ผู้ประเมินอ่านแบบไม่เห็นชื่อโมเดล จากนั้นให้คะแนนเรื่องความถูกต้อง โครงสร้าง สำนวน และการทำตามคำสั่งแก้ไข
งานแปลควรแยกออกจาก benchmark ด้านโค้ดให้ชัด SWE-Bench Multilingual ที่ Kimi ระบุคะแนน 76.7 อยู่ในหมวด coding และไม่ควรถูกอ่านว่าเป็นคะแนนแปลประโยคทั่วไปหรือแปลเอกสารทางธุรกิจ . ฝั่ง DeepSeek ตารางมี Chinese-SimpleQA ในหมวด Knowledge & Reasoning ซึ่งเป็นงานตอบคำถามด้านความรู้ ไม่ใช่การทดสอบแปลไทย-อังกฤษ จีน-ไทย หรือภาษาอื่นโดยตรง .
ดังนั้นถ้างานแปลสำคัญ ควรทดสอบด้วยตัวอย่างจริง แยกตามประเภทภาษาและเอกสาร เช่น บทสนทนาทั่วไป คู่มือเทคนิค เอกสารกฎหมาย การแพทย์ การเงิน การจัดการชื่อเฉพาะ ระดับความสุภาพในภาษาไทย และการคงน้ำเสียงของต้นฉบับ เกณฑ์ที่ควรวัดคือความหมายไม่เพี้ยน ศัพท์เฉพาะสม่ำเสมอ และอ่านเป็นธรรมชาติในภาษาปลายทาง
@cf/moonshotai/kimi-k2.6 บน Workers AI .deepseek-chat กับ deepseek-reasoner ให้ชัด เพราะเอกสาร DeepSeek ระบุการ route ไป deepseek-v4-flash และวันปิดการเข้าถึง .จากหลักฐานสาธารณะที่มีตอนนี้ ข้อสรุปที่ไม่เกินหลักฐานคือ งานโค้ด: DeepSeek V4-Pro Max นำ ส่วน งานผลิตคอนเทนต์และแปลภาษา: ยังไม่มีผู้ชนะชัดเจน ตัวเลข LiveCodeBench ที่ DeepSeek เผยแพร่ชี้ว่า DS-V4-Pro Max สูงกว่า K2.6 Thinking แต่คะแนนนี้ไม่ควรถูกขยายความไปถึงงานเขียนและงานแปลโดยอัตโนมัติ
หากต้องเลือกใช้จริงในโปรดักชัน benchmark เป็นเพียงจุดเริ่มต้น สิ่งที่ควรตัดสินร่วมกันคือคุณภาพบนงานตัวอย่างของคุณเอง ความเข้ากันได้กับระบบ deploy ต้นทุน latency และความเสถียรเมื่อใช้งานต่อเนื่อง
| ผลิตคอนเทนต์ | ยังไม่ควรตัดสิน | ข้อมูลสาธารณะเน้นโค้ด, agent, ความรู้ และ reasoning มากกว่าคุณภาพงานเขียนจริง |
| แปลภาษา | ยังไม่ควรตัดสิน | SWE-Bench Multilingual ของ Kimi อยู่ในหมวดโค้ด ส่วน Chinese-SimpleQA ของ DeepSeek เป็น QA ด้านความรู้และ reasoning ไม่ใช่คะแนนแปลภาษาโดยตรง |
ฝั่ง Kimi K2.6 มีให้ใช้งานบน Cloudflare Workers AI ในชื่อโมเดล @cf/moonshotai/kimi-k2.6 โดย Cloudflare อธิบายว่า Kimi K2.6 เป็นโมเดล multimodal แบบ agentic ที่เน้น long-horizon coding, coding-driven design, การทำงานอัตโนมัติเชิงรุก และการประสานงานแบบ swarm นอกจากนี้เอกสารเดียวกันยังระบุสถาปัตยกรรม Mixture-of-Experts ที่มี 1T total parameters และ 32B active per token .
ฝั่ง DeepSeek เอกสาร API มีรายการ DeepSeek-V4 ใน change log วันที่ 24 เมษายน 2026 และหน้า V4 Preview Release ระบุ DeepSeek-V4-Pro กับ DeepSeek-V4-Flash . เว็บไซต์ DeepSeek เองก็ประกาศว่า V4 preview เปิดใช้งานบนเว็บ แอป และ API แล้ว .
จุดที่คนใช้ API ต้องระวังคือชื่อ alias เดิม ๆ เอกสาร DeepSeek ระบุว่า deepseek-chat และ deepseek-reasoner ปัจจุบัน route ไปที่ deepseek-v4-flash และจะเข้าถึงไม่ได้หลังวันที่ 24 กรกฎาคม 2026 เวลา 15:59 UTC . ดังนั้นคำว่า DeepSeek ชนะในบทความนี้หมายถึงการเทียบ DS-V4-Pro Max กับ K2.6 Thinking ตามตารางที่เปิดเผย ไม่ใช่การเหมารวมทุกชื่อโมเดลหรือทุก endpoint ของ DeepSeek .
หลักฐานที่ตรงที่สุดคือแถว LiveCodeBench ในตาราง Hugging Face ของ DeepSeek ซึ่งให้ K2.6 Thinking ที่ 89.6 และ DS-V4-Pro Max ที่ 93.5 .
| Benchmark | Kimi K2.6 | DeepSeek V4 | อ่านอย่างไร |
|---|---|---|---|
| LiveCodeBench(Pass@1) | K2.6 Thinking 89.6 | DS-V4-Pro Max 93.5 | ตามตารางสาธารณะ DeepSeek นำ |
| Codeforces(Rating) | ไม่มีค่าที่เทียบตรงในแถวเดียวกัน | DS-V4-Pro Max 3206 | มีคะแนนของ DeepSeek แต่ยังใช้เทียบกับ Kimi แบบเงื่อนไขเดียวกันไม่ได้ |
อย่างไรก็ตาม นี่ไม่ได้แปลว่า Kimi K2.6 อ่อนด้านโค้ด ข้อมูลของ Kimi และหน้า Hugging Face ระบุคะแนนด้าน coding หลายรายการ เช่น Terminal-Bench 2.0 ที่ 66.7, SWE-Bench Pro ที่ 58.6, SWE-Bench Verified ที่ 80.2 และ LiveCodeBench v6 ที่ 89.6 . ประเด็นคือ Kimi ถูกวางตำแหน่งเป็นโมเดลสาย coding/agentic อย่างจริงจัง แต่ข้อมูลที่นำมาเทียบกับ DeepSeek V4 แบบหัวชนหัวในเงื่อนไขเดียวกันยังมีจำกัด
ในทางปฏิบัติ ถ้างานหลักคือแก้โจทย์อัลกอริทึม สร้างโค้ด หรือประเมิน coding agent, DeepSeek V4-Pro Max เป็นตัวที่ควรหยิบมาทดสอบก่อน แต่ผลลัพธ์จริงอาจเปลี่ยนได้เมื่อเจอโค้ดเบสของบริษัท, วิธีเรียกเครื่องมือ, context length, latency และต้นทุนต่อ token จึงไม่ควรสรุปผู้ชนะของทุกงานโค้ดจาก benchmark เดียว
สำหรับทีมที่ใช้ AI เขียนบล็อก ทำเอกสารสินค้า สรุปเนื้อหา หรือช่วยร่างแคมเปญการตลาด คำถามสำคัญไม่ใช่แค่ว่าโมเดลทำข้อสอบ reasoning ได้กี่คะแนน แต่ต้องดูว่ามันคุมโทนแบรนด์ได้ไหม จัดโครงบทความยาวได้ดีหรือไม่ สรุปโดยไม่ทำข้อมูลหล่นหรือเติมเองเกินจริงหรือเปล่า และรับ feedback หลายรอบได้แค่ไหน
ข้อมูล Kimi K2.6 ที่เห็นในตอนนี้เน้นความสามารถด้าน long-horizon coding, coding-driven design, autonomous execution และ swarm-based task orchestration . ส่วนตารางของ DeepSeek V4 ก็เน้นชุดวัดผลอย่าง MMLU-Pro, SimpleQA-Verified, Chinese-SimpleQA, GPQA Diamond, HLE, LiveCodeBench และ Codeforces ซึ่งเป็นหมวดความรู้ reasoning และ coding เป็นหลัก . คะแนนเหล่านี้ช่วยบอกภาพรวมความสามารถของโมเดลได้ แต่ยังไม่ใช่การวัดคุณภาพบทความ โฆษณา สรุปรายงาน หรือการเขียนภาษาไทยเชิงบรรณาธิการโดยตรง
ถ้างานคอนเทนต์เป็นหัวใจหลัก วิธีที่ปลอดภัยกว่าคือทำชุดทดสอบของตัวเอง เช่น prompt สำหรับบล็อกภาษาไทย, หน้าแนะนำสินค้า, สรุปรายงานยาว, โพสต์โซเชียล, การ rewrite ให้เข้ากับโทนแบรนด์ แล้วให้ผู้ประเมินอ่านแบบไม่เห็นชื่อโมเดล จากนั้นให้คะแนนเรื่องความถูกต้อง โครงสร้าง สำนวน และการทำตามคำสั่งแก้ไข
งานแปลควรแยกออกจาก benchmark ด้านโค้ดให้ชัด SWE-Bench Multilingual ที่ Kimi ระบุคะแนน 76.7 อยู่ในหมวด coding และไม่ควรถูกอ่านว่าเป็นคะแนนแปลประโยคทั่วไปหรือแปลเอกสารทางธุรกิจ . ฝั่ง DeepSeek ตารางมี Chinese-SimpleQA ในหมวด Knowledge & Reasoning ซึ่งเป็นงานตอบคำถามด้านความรู้ ไม่ใช่การทดสอบแปลไทย-อังกฤษ จีน-ไทย หรือภาษาอื่นโดยตรง .
ดังนั้นถ้างานแปลสำคัญ ควรทดสอบด้วยตัวอย่างจริง แยกตามประเภทภาษาและเอกสาร เช่น บทสนทนาทั่วไป คู่มือเทคนิค เอกสารกฎหมาย การแพทย์ การเงิน การจัดการชื่อเฉพาะ ระดับความสุภาพในภาษาไทย และการคงน้ำเสียงของต้นฉบับ เกณฑ์ที่ควรวัดคือความหมายไม่เพี้ยน ศัพท์เฉพาะสม่ำเสมอ และอ่านเป็นธรรมชาติในภาษาปลายทาง
@cf/moonshotai/kimi-k2.6 บน Workers AI .deepseek-chat กับ deepseek-reasoner ให้ชัด เพราะเอกสาร DeepSeek ระบุการ route ไป deepseek-v4-flash และวันปิดการเข้าถึง .จากหลักฐานสาธารณะที่มีตอนนี้ ข้อสรุปที่ไม่เกินหลักฐานคือ งานโค้ด: DeepSeek V4-Pro Max นำ ส่วน งานผลิตคอนเทนต์และแปลภาษา: ยังไม่มีผู้ชนะชัดเจน ตัวเลข LiveCodeBench ที่ DeepSeek เผยแพร่ชี้ว่า DS-V4-Pro Max สูงกว่า K2.6 Thinking แต่คะแนนนี้ไม่ควรถูกขยายความไปถึงงานเขียนและงานแปลโดยอัตโนมัติ
หากต้องเลือกใช้จริงในโปรดักชัน benchmark เป็นเพียงจุดเริ่มต้น สิ่งที่ควรตัดสินร่วมกันคือคุณภาพบนงานตัวอย่างของคุณเอง ความเข้ากันได้กับระบบ deploy ต้นทุน latency และความเสถียรเมื่อใช้งานต่อเนื่อง