หากดูเฉพาะหลักฐานที่เปิดเผยต่อสาธารณะ ตอนนี้สนามที่ตัดสินได้ค่อนข้างชัดคือ งานเขียนโค้ด ไม่ใช่งานคอนเทนต์หรือการแปลภาษา ตาราง benchmark ที่ DeepSeek เผยแพร่บน Hugging Face ระบุว่า LiveCodeBench(Pass@1) ของ DS-V4-Pro Max อยู่ที่ 93.5 ขณะที่ K2.6 Thinking อยู่ที่ 89.6 [18][
35].
แต่ต้องอ่านตัวเลขนี้อย่างระวัง: นี่เป็นการอ้างอิงจากตารางของ DeepSeek ไม่ใช่ผลทดสอบซ้ำโดยหน่วยงานอิสระ และไม่ใช่หลักฐานว่า DeepSeek จะเขียนบทความ โฆษณา หรือแปลภาษาได้ดีกว่า Kimi ในทุกสถานการณ์
สรุปเร็ว
| งานที่ใช้ | คำตัดสินตอนนี้ | เหตุผล |
|---|---|---|
| โค้ด | DeepSeek V4-Pro Max นำ | LiveCodeBench(Pass@1) ระบุ DS-V4-Pro Max 93.5 เทียบกับ K2.6 Thinking 89.6 [ |
| ผลิตคอนเทนต์ | ยังไม่ควรตัดสิน | ข้อมูลสาธารณะเน้นโค้ด, agent, ความรู้ และ reasoning มากกว่าคุณภาพงานเขียนจริง [ |
| แปลภาษา | ยังไม่ควรตัดสิน | Chinese-SimpleQA ของ DeepSeek เป็น QA ด้านความรู้และ reasoning ไม่ใช่คะแนนแปลภาษาโดยตรง [ |
ก่อนเทียบ ต้องดูให้ชัดว่ากำลังพูดถึงรุ่นไหน
ฝั่ง Kimi K2.6 มีให้ใช้งานบน Cloudflare Workers AI ในชื่อโมเดล @cf/moonshotai/kimi-k2.6 โดย Cloudflare อธิบายว่า Kimi K2.6 เป็นโมเดล multimodal แบบ agentic ที่เน้น long-horizon coding, coding-driven design, การทำงานอัตโนมัติเชิงรุก และการประสานงานแบบ swarm นอกจากนี้เอกสารเดียวกันยังระบุสถาปัตยกรรม Mixture-of-Experts ที่มี 1T total parameters และ 32B active per token [1].
ฝั่ง DeepSeek เอกสาร API มีรายการ DeepSeek-V4 ใน change log วันที่ 24 เมษายน 2026 และหน้า V4 Preview Release ระบุ DeepSeek-V4-Pro กับ DeepSeek-V4-Flash [33][
34]. เว็บไซต์ DeepSeek เองก็ประกาศว่า V4 preview เปิดใช้งานบนเว็บ แอป และ API แล้ว [
41].
จุดที่คนใช้ API ต้องระวังคือชื่อ alias เดิม ๆ เอกสาร DeepSeek ระบุว่า deepseek-chat และ deepseek-reasoner ปัจจุบัน route ไปที่ deepseek-v4-flash และจะเข้าถึงไม่ได้หลังวันที่ 24 กรกฎาคม 2026 เวลา 15:59 UTC [34]. ดังนั้นคำว่า DeepSeek ชนะในบทความนี้หมายถึงการเทียบ DS-V4-Pro Max กับ K2.6 Thinking ตามตารางที่เปิดเผย ไม่ใช่การเหมารวมทุกชื่อโมเดลหรือทุก endpoint ของ DeepSeek [
18][
35].
โค้ด: DeepSeek V4-Pro Max เป็นตัวที่น่าลองก่อน
หลักฐานที่ตรงที่สุดคือแถว LiveCodeBench ในตาราง Hugging Face ของ DeepSeek ซึ่งให้ K2.6 Thinking ที่ 89.6 และ DS-V4-Pro Max ที่ 93.5 [18][
35].
| Benchmark | Kimi K2.6 | DeepSeek V4 | อ่านอย่างไร |
|---|---|---|---|
| LiveCodeBench(Pass@1) | K2.6 Thinking 89.6 | DS-V4-Pro Max 93.5 | ตามตารางสาธารณะ DeepSeek นำ [ |
| Codeforces(Rating) | ไม่มีค่าที่เทียบตรงในแถวเดียวกัน | DS-V4-Pro Max 3206 | มีคะแนนของ DeepSeek แต่ยังใช้เทียบกับ Kimi แบบเงื่อนไขเดียวกันไม่ได้ [ |
อย่างไรก็ตาม นี่ไม่ได้แปลว่า Kimi K2.6 อ่อนด้านโค้ด ข้อมูลของ Kimi และหน้า Hugging Face ระบุคะแนนด้าน coding หลายรายการ เช่น Terminal-Bench 2.0 ที่ 66.7, SWE-Bench Pro ที่ 58.6, SWE-Bench Verified ที่ 80.2 และ LiveCodeBench v6 ที่ 89.6 [7][
9]. ประเด็นคือ Kimi ถูกวางตำแหน่งเป็นโมเดลสาย coding/agentic อย่างจริงจัง แต่ข้อมูลที่นำมาเทียบกับ DeepSeek V4 แบบหัวชนหัวในเงื่อนไขเดียวกันยังมีจำกัด
ในทางปฏิบัติ ถ้างานหลักคือแก้โจทย์อัลกอริทึม สร้างโค้ด หรือประเมิน coding agent, DeepSeek V4-Pro Max เป็นตัวที่ควรหยิบมาทดสอบก่อน แต่ผลลัพธ์จริงอาจเปลี่ยนได้เมื่อเจอโค้ดเบสของบริษัท, วิธีเรียกเครื่องมือ, context length, latency และต้นทุนต่อ token จึงไม่ควรสรุปผู้ชนะของทุกงานโค้ดจาก benchmark เดียว
คอนเทนต์: คะแนน reasoning ไม่ใช่คะแนนเขียนบทความ
สำหรับทีมที่ใช้ AI เขียนบล็อก ทำเอกสารสินค้า สรุปเนื้อหา หรือช่วยร่างแคมเปญการตลาด คำถามสำคัญไม่ใช่แค่ว่าโมเดลทำข้อสอบ reasoning ได้กี่คะแนน แต่ต้องดูว่ามันคุมโทนแบรนด์ได้ไหม จัดโครงบทความยาวได้ดีหรือไม่ สรุปโดยไม่ทำข้อมูลหล่นหรือเติมเองเกินจริงหรือเปล่า และรับ feedback หลายรอบได้แค่ไหน
ข้อมูล Kimi K2.6 ที่เห็นในตอนนี้เน้นความสามารถด้าน long-horizon coding, coding-driven design, autonomous execution และ swarm-based task orchestration [1]. ส่วนตารางของ DeepSeek V4 ก็เน้นชุดวัดผลอย่าง MMLU-Pro, SimpleQA-Verified, Chinese-SimpleQA, GPQA Diamond, HLE, LiveCodeBench และ Codeforces ซึ่งเป็นหมวดความรู้ reasoning และ coding เป็นหลัก [
18][
35]. คะแนนเหล่านี้ช่วยบอกภาพรวมความสามารถของโมเดลได้ แต่ยังไม่ใช่การวัดคุณภาพบทความ โฆษณา สรุปรายงาน หรือการเขียนภาษาไทยเชิงบรรณาธิการโดยตรง
ถ้างานคอนเทนต์เป็นหัวใจหลัก วิธีที่ปลอดภัยกว่าคือทำชุดทดสอบของตัวเอง เช่น prompt สำหรับบล็อกภาษาไทย, หน้าแนะนำสินค้า, สรุปรายงานยาว, โพสต์โซเชียล, การ rewrite ให้เข้ากับโทนแบรนด์ แล้วให้ผู้ประเมินอ่านแบบไม่เห็นชื่อโมเดล จากนั้นให้คะแนนเรื่องความถูกต้อง โครงสร้าง สำนวน และการทำตามคำสั่งแก้ไข
งานแปล: อย่าเห็นคำว่า multilingual แล้วรีบสรุปว่าแปลเก่งกว่า
งานแปลควรแยกออกจาก benchmark ด้านโค้ดให้ชัด SWE-Bench Multilingual7][
9]. ฝั่ง DeepSeek ตารางมี
Chinese-SimpleQA ในหมวด Knowledge & Reasoning ซึ่งเป็นงานตอบคำถามด้านความรู้ ไม่ใช่การทดสอบแปลไทย-อังกฤษ จีน-ไทย หรือภาษาอื่นโดยตรง [18][
35].
ดังนั้นถ้างานแปลสำคัญ ควรทดสอบด้วยตัวอย่างจริง แยกตามประเภทภาษาและเอกสาร เช่น บทสนทนาทั่วไป คู่มือเทคนิค เอกสารกฎหมาย การแพทย์ การเงิน การจัดการชื่อเฉพาะ ระดับความสุภาพในภาษาไทย และการคงน้ำเสียงของต้นฉบับ เกณฑ์ที่ควรวัดคือความหมายไม่เพี้ยน ศัพท์เฉพาะสม่ำเสมอ และอ่านเป็นธรรมชาติในภาษาปลายทาง
ควรเลือกทดสอบรุ่นไหนก่อน
- ถ้า automation ด้านโค้ดคือเรื่องหลัก: ให้เริ่มจาก DeepSeek V4-Pro Max ได้ เพราะตัวเลข LiveCodeBench สาธารณะของ DS-V4-Pro Max สูงกว่า K2.6 Thinking [
18][
35].
- ถ้าการ deploy บน Cloudflare Workers AI สำคัญ: ควรใส่ Kimi K2.6 ใน shortlist เพราะมีให้ใช้งานในชื่อ
@cf/moonshotai/kimi-k2.6บน Workers AI [1].
- ถ้าใช้งาน DeepSeek API อยู่แล้ว: ต้องตรวจสอบ routing และกำหนด retire ของ
deepseek-chatกับdeepseek-reasonerให้ชัด เพราะเอกสาร DeepSeek ระบุการ route ไปdeepseek-v4-flashและวันปิดการเข้าถึง [34].
- ถ้างานหลักคือคอนเทนต์หรือแปลภาษา: อย่าเลือกจาก leaderboard สายโค้ดอย่างเดียว ให้ทำ blind test ด้วยภาษา โดเมน และโทนจริงที่จะใช้ในโปรดักชัน
บทสรุป
จากหลักฐานสาธารณะที่มีตอนนี้ ข้อสรุปที่ไม่เกินหลักฐานคือ งานโค้ด: DeepSeek V4-Pro Max นำ ส่วน งานผลิตคอนเทนต์และแปลภาษา: ยังไม่มีผู้ชนะชัดเจน ตัวเลข LiveCodeBench ที่ DeepSeek เผยแพร่ชี้ว่า DS-V4-Pro Max สูงกว่า K2.6 Thinking [18][
35] แต่คะแนนนี้ไม่ควรถูกขยายความไปถึงงานเขียนและงานแปลโดยอัตโนมัติ
หากต้องเลือกใช้จริงในโปรดักชัน benchmark เป็นเพียงจุดเริ่มต้น สิ่งที่ควรตัดสินร่วมกันคือคุณภาพบนงานตัวอย่างของคุณเอง ความเข้ากันได้กับระบบ deploy ต้นทุน latency และความเสถียรเมื่อใช้งานต่อเนื่อง




