เมื่อวันที่ 13 สิงหาคม 2026 Google เผยแพร่บทสัมภาษณ์แบบ Roundtable กับทีมวิศวกร Google DeepMind สามคน ได้แก่ นักวิจัย Mohammad Babaeizadeh, ผู้จัดการผลิตภัณฑ์ Anish Nangia และวิศวกรวิจัย Sarah Xu เพื่อพูดคุยเกี่ยวกับโมเดล Gemini Omni ที่เพิ่งเปิดตัว
Gemini Omni Flash ซึ่งเป็นการเปิดตัวครั้งแรกของโมเดลตระกูลนี้ ออกแบบมาสำหรับการสร้างวิดีโอความเร็วสูงและการตัดต่อวิดีโอแบบมีปฏิสัมพันธ์ผ่านการสนทนา ผู้ใช้สามารถสร้างวิดีโอความละเอียด 720p ยาว 3-10 วินาทีจากคำบรรยายข้อความ หรือทำให้ภาพนิ่งเคลื่อนไหว จากนั้นปรับแต่งผลลัพธ์ผ่านการพูดคุยธรรมชาติ โมเดลนี้รับอินพุตทั้งข้อความ รูปภาพ เสียง และวิดีโอ และสร้างเอาต์พุตโดยอ้างอิงความรู้โลกจริงของ Gemini
โมเดลนี้เปิดให้ทดลองใช้ในเดือนสิงหาคม โดยสามารถเข้าใช้งานได้ผ่านแอป Gemini, Google Flow, Google AI Studio, Gemini API และ Gemini Enterprise Agent Platform Google บรรยาย Omni ว่าเป็นโมเดลที่ "ความสามารถในการคิดเหตุผลของ Gemini มาบรรจบกับความสามารถในการสร้างสรรค์"
เมื่อวันที่ 11 สิงหาคม 2026 Sundar Pichai ซีอีโอของ Google ประกาศบน X ว่าแอป Gemini มียอดผู้ใช้ต่อเดือนทะลุ 1 พันล้านคน Pichai เรียกมันว่า "ผลิตภัณฑ์ที่เติบโตเร็วที่สุดของเราเท่าที่เคยมีมา" และชี้ว่าเป็นผลิตภัณฑ์ตัวที่ 14 ของ Google ที่ถึงหลักนี้ ร่วมกับ Search, Gmail, Android, Maps, Chrome, Play และ YouTube
การเติบโตเกิดขึ้นอย่างรวดเร็วมาก ในเดือนพฤษภาคม 2026 Gemini มีผู้ใช้ 400 ล้านคนต่อเดือน เพิ่มเป็น 900 ล้านคนในเดือนพฤษภาคม 2026 และ 950 ล้านคนในปลายเดือนกรกฎาคม ก่อนจะพุ่งทะลุ 1 พันล้านในเวลาไม่ถึงเดือน มีรายงานว่าผู้ใช้มากกว่า 100 ล้านคนมาจากอุปกรณ์ Apple (iOS และ macOS) ซึ่งเป็นตัวเลขที่มีนัยสำคัญเพราะข้อได้เปรียบในการแจกจ่ายเป็นค่าเริ่มต้นของ Gemini มีผลกับ Android เท่านั้น ปัจจัยการเติบโตที่สำคัญ ได้แก่ การตั้งเป็นค่าเริ่มต้นบนอุปกรณ์ Android และ Chrome, การรวมเข้ากับ Google Workspace, แคมเปญส่งเสริมการขายที่ครอบคลุมสมาชิก Jio 505 ล้านคนในอินเดีย และเครื่องมือสร้างภาพไวรัล 2 ตัว
สถิติ 1 พันล้านของ Gemini ทำให้ทัดเทียมกับ ChatGPT ของ OpenAI ที่ถึงตัวเลขเดียวกันในเดือนมิถุนายน 2026
ในงาน Made by Google 2026 วันที่ 12-13 สิงหาคม Google ประกาศการเชื่อมต่อแอปพลิเคชันพันธมิตรใหม่ 14 รายการสำหรับ Gemini ทั้งหมดขับเคลื่อนโดย Model Context Protocol (MCP) ซึ่งเป็นมาตรฐานเปิดที่ช่วยให้ผู้ช่วย AI สามารถเชื่อมต่อกับแอปภายนอกได้โดยไม่ต้องเขียนโค้ดสำหรับแต่ละรายการเป็นการเฉพาะ
การเชื่อมต่อแบ่งเป็น 4 หมวดหมู่:
การเชื่อมต่อที่น่าสนใจ:
Google ระบุว่าการเชื่อมต่อแอปใหม่ๆ จะเริ่มทยอยเปิดตัวในอีกไม่กี่สัปดาห์ข้างหน้า
เมื่อมองในภาพรวม เดือนสิงหาคม 2026 แสดงให้เห็นว่า Google กำลังดำเนินการสามด้านพร้อมกัน: การยกระดับความสามารถ AI แบบมัลติโมดัลด้วย Omni Flash, การสร้างฐานผู้บริโภคที่ใหญ่ที่สุดด้วยสถิติ 1 พันล้านผู้ใช้ของ Gemini และการขยายประโยชน์ของ Gemini โดยเปลี่ยนให้เป็นแพลตฟอร์มที่เชื่อมต่อสำหรับทำงานในชีวิตจริง การเชื่อมต่อแอปฯ พันธมิตรโดยเฉพาะ เป็นสัญญาณว่า Gemini กำลังเปลี่ยนจากแชทบอทเป็นคอนซีเอร์จบริการครบวงจรที่สามารถจองอาหารค่ำ หาตั๋วคอนเสิร์ต นัดหมอ หรือแก้ไขเว็บไซต์ได้ โดยใช้เพียงการพูดคุยธรรมชาติ
ดังที่รายงานหนึ่งสรุปไว้ว่า "ผู้ช่วย AI จะมีประโยชน์มากที่สุดเมื่อสามารถเชื่อมต่อกับด้านอื่นๆ ในชีวิตดิจิทัลของคุณได้"
เมื่อวันที่ 13 สิงหาคม 2026 Google เผยแพร่บทสัมภาษณ์แบบ Roundtable กับทีมวิศวกร Google DeepMind สามคน ได้แก่ นักวิจัย Mohammad Babaeizadeh, ผู้จัดการผลิตภัณฑ์ Anish Nangia และวิศวกรวิจัย Sarah Xu เพื่อพูดคุยเกี่ยวกับโมเดล Gemini Omni ที่เพิ่งเปิดตัว
Gemini Omni Flash ซึ่งเป็นการเปิดตัวครั้งแรกของโมเดลตระกูลนี้ ออกแบบมาสำหรับการสร้างวิดีโอความเร็วสูงและการตัดต่อวิดีโอแบบมีปฏิสัมพันธ์ผ่านการสนทนา ผู้ใช้สามารถสร้างวิดีโอความละเอียด 720p ยาว 3-10 วินาทีจากคำบรรยายข้อความ หรือทำให้ภาพนิ่งเคลื่อนไหว จากนั้นปรับแต่งผลลัพธ์ผ่านการพูดคุยธรรมชาติ โมเดลนี้รับอินพุตทั้งข้อความ รูปภาพ เสียง และวิดีโอ และสร้างเอาต์พุตโดยอ้างอิงความรู้โลกจริงของ Gemini
โมเดลนี้เปิดให้ทดลองใช้ในเดือนสิงหาคม โดยสามารถเข้าใช้งานได้ผ่านแอป Gemini, Google Flow, Google AI Studio, Gemini API และ Gemini Enterprise Agent Platform Google บรรยาย Omni ว่าเป็นโมเดลที่ "ความสามารถในการคิดเหตุผลของ Gemini มาบรรจบกับความสามารถในการสร้างสรรค์"
เมื่อวันที่ 11 สิงหาคม 2026 Sundar Pichai ซีอีโอของ Google ประกาศบน X ว่าแอป Gemini มียอดผู้ใช้ต่อเดือนทะลุ 1 พันล้านคน Pichai เรียกมันว่า "ผลิตภัณฑ์ที่เติบโตเร็วที่สุดของเราเท่าที่เคยมีมา" และชี้ว่าเป็นผลิตภัณฑ์ตัวที่ 14 ของ Google ที่ถึงหลักนี้ ร่วมกับ Search, Gmail, Android, Maps, Chrome, Play และ YouTube
การเติบโตเกิดขึ้นอย่างรวดเร็วมาก ในเดือนพฤษภาคม 2026 Gemini มีผู้ใช้ 400 ล้านคนต่อเดือน เพิ่มเป็น 900 ล้านคนในเดือนพฤษภาคม 2026 และ 950 ล้านคนในปลายเดือนกรกฎาคม ก่อนจะพุ่งทะลุ 1 พันล้านในเวลาไม่ถึงเดือน มีรายงานว่าผู้ใช้มากกว่า 100 ล้านคนมาจากอุปกรณ์ Apple (iOS และ macOS) ซึ่งเป็นตัวเลขที่มีนัยสำคัญเพราะข้อได้เปรียบในการแจกจ่ายเป็นค่าเริ่มต้นของ Gemini มีผลกับ Android เท่านั้น ปัจจัยการเติบโตที่สำคัญ ได้แก่ การตั้งเป็นค่าเริ่มต้นบนอุปกรณ์ Android และ Chrome, การรวมเข้ากับ Google Workspace, แคมเปญส่งเสริมการขายที่ครอบคลุมสมาชิก Jio 505 ล้านคนในอินเดีย และเครื่องมือสร้างภาพไวรัล 2 ตัว
สถิติ 1 พันล้านของ Gemini ทำให้ทัดเทียมกับ ChatGPT ของ OpenAI ที่ถึงตัวเลขเดียวกันในเดือนมิถุนายน 2026
ในงาน Made by Google 2026 วันที่ 12-13 สิงหาคม Google ประกาศการเชื่อมต่อแอปพลิเคชันพันธมิตรใหม่ 14 รายการสำหรับ Gemini ทั้งหมดขับเคลื่อนโดย Model Context Protocol (MCP) ซึ่งเป็นมาตรฐานเปิดที่ช่วยให้ผู้ช่วย AI สามารถเชื่อมต่อกับแอปภายนอกได้โดยไม่ต้องเขียนโค้ดสำหรับแต่ละรายการเป็นการเฉพาะ
การเชื่อมต่อแบ่งเป็น 4 หมวดหมู่:
การเชื่อมต่อที่น่าสนใจ:
Google ระบุว่าการเชื่อมต่อแอปใหม่ๆ จะเริ่มทยอยเปิดตัวในอีกไม่กี่สัปดาห์ข้างหน้า
เมื่อมองในภาพรวม เดือนสิงหาคม 2026 แสดงให้เห็นว่า Google กำลังดำเนินการสามด้านพร้อมกัน: การยกระดับความสามารถ AI แบบมัลติโมดัลด้วย Omni Flash, การสร้างฐานผู้บริโภคที่ใหญ่ที่สุดด้วยสถิติ 1 พันล้านผู้ใช้ของ Gemini และการขยายประโยชน์ของ Gemini โดยเปลี่ยนให้เป็นแพลตฟอร์มที่เชื่อมต่อสำหรับทำงานในชีวิตจริง การเชื่อมต่อแอปฯ พันธมิตรโดยเฉพาะ เป็นสัญญาณว่า Gemini กำลังเปลี่ยนจากแชทบอทเป็นคอนซีเอร์จบริการครบวงจรที่สามารถจองอาหารค่ำ หาตั๋วคอนเสิร์ต นัดหมอ หรือแก้ไขเว็บไซต์ได้ โดยใช้เพียงการพูดคุยธรรมชาติ
ดังที่รายงานหนึ่งสรุปไว้ว่า "ผู้ช่วย AI จะมีประโยชน์มากที่สุดเมื่อสามารถเชื่อมต่อกับด้านอื่นๆ ในชีวิตดิจิทัลของคุณได้"