DeepSeek ยังมีแผนใช้ระบบคิดค่าบริการเพิ่มในช่วงเวลาใช้งานสูงสุดของวันธรรมดา ได้แก่ 09.00–12.00 น. และ 14.00–18.00 น. ตามเวลาปักกิ่ง แนวทางนี้สะท้อนว่าบริษัทกำลังพยายามบริหารทรัพยากรประมวลผลที่มีจำกัดให้รองรับความต้องการจำนวนมากขึ้น
สำหรับนักพัฒนา ความหมายในทางปฏิบัติคือ ค่าใช้จ่ายอาจไม่ได้เพิ่มขึ้นเพียงจากการปรับราคาพื้นฐาน แต่ยังอาจขึ้นอยู่กับช่วงเวลาที่ระบบถูกเรียกใช้งานด้วย
การแจ้งขึ้นราคาเกิดขึ้นเพียงไม่กี่วันหลังมีรายงานว่า DeepSeek กำลังวางแผนสร้างศูนย์ข้อมูล AI ขนาด 1 กิกะวัตต์ในเมืองอูหลานฉาปู้ เขตมองโกเลียใน ซึ่งอยู่ห่างจากกรุงปักกิ่งไปทางตะวันตกเฉียงเหนือราว 350 กิโลเมตร
มีการคาดการณ์ว่าศูนย์ข้อมูลบางส่วนอาจเริ่มเปิดใช้งานได้ในช่วงปลายปี 2027 หรือต้นปี 2028 ขณะที่ Jensen Huang ซีอีโอของ Nvidia ประเมินว่า ศูนย์ข้อมูลขนาด 1GW ที่ติดตั้งตัวเร่งประมวลผล AI รุ่นล้ำสมัยอาจต้องใช้เงินลงทุนราว 5 หมื่นล้านดอลลาร์ อย่างไรก็ตาม ตัวเลขดังกล่าวเป็นการประเมินต้นทุนในภาพรวม ไม่ใช่ตัวเลขต้นทุนที่ DeepSeek ยืนยันสำหรับโครงการนี้โดยตรง
DeepSeek เคยใช้ราคาต่ำมากเพื่อเร่งการยอมรับและเพิ่มส่วนแบ่งตลาด แต่กลยุทธ์ลักษณะนี้ยากจะรองรับเมื่อปริมาณการใช้งานขยายตัวในระดับมหาศาล
นักวิเคราะห์จำนวนมากจึงมองว่า การขึ้นราคาครั้งนี้เป็นการเปลี่ยนจากโมเดล “ยอมขาดทุนเพื่อดึงผู้ใช้” ไปสู่การสร้างรายได้ที่ยั่งยืนมากขึ้น โดยเฉพาะในช่วงที่บริษัทกำลังต้องใช้เงินทุนจำนวนมากเพื่อสร้างโครงสร้างพื้นฐานของตัวเอง
ตารางด้านล่างแสดงราคาต่อ 1 ล้านโทเคน ณ ช่วงต้นเดือนสิงหาคม 2026 และเป็นราคาก่อนการขึ้นราคาที่ประกาศไว้จะมีผล โดย “อินพุต” คือข้อมูลที่ส่งเข้าโมเดล ส่วน “เอาต์พุต” คือข้อความหรือผลลัพธ์ที่โมเดลสร้างขึ้น
| ผู้ให้บริการ / โมเดล | อินพุต ดอลลาร์ต่อ 1 ล้านโทเคน | เอาต์พุต ดอลลาร์ต่อ 1 ล้านโทเคน |
|---|---|---|
| DeepSeek V4 Flash | $0.14 | $0.28 |
| DeepSeek V4 Pro | $1.74 | $3.48 |
| Moonshot Kimi K3 | $3.00 | $15.00 |
| Moonshot Kimi K2.6 | $0.95 | $4.00 |
| Anthropic Claude Opus 4.8 | $5.00 | $25.00 |
| Anthropic Claude Sonnet 4.6 | $3.00 | $15.00 |
| Anthropic Fable 5 | ประมาณ $3.00 | ประมาณ $15.00 |
แหล่งข้อมูล:
การปรับราคาไม่ได้เกิดขึ้นอย่างโดดเดี่ยว แต่เชื่อมโยงกับแผนสำคัญอย่างน้อย 3 ด้านของ DeepSeek
DeepSeek มีแผนเพิ่มกำลังประมวลผลราว 1GW ในเมืองอูหลานฉาปู้ โดยจะสร้างศูนย์ข้อมูลของตัวเองและเช่ากำลังประมวลผลเพิ่มเติมจากผู้ให้บริการรายอื่นในพื้นที่
อูหลานฉาปู้มีโครงการศูนย์ข้อมูลอยู่แล้วหลายแห่ง เนื่องจากมีไฟฟ้าราคาถูกและสภาพอากาศเย็นเกือบ 10 เดือนต่อปี โดยมีอุณหภูมิเฉลี่ยราว 4 องศาเซลเซียส
โครงการนี้สะท้อนการเปลี่ยนผ่านจากภาพลักษณ์ “ผู้ท้าชิงที่เน้นประสิทธิภาพ” ของ DeepSeek ไปสู่บริษัทที่ต้องถือครองโครงสร้างพื้นฐานระดับไฮเปอร์สเกลเลอร์ด้วยตัวเอง ในช่วงแรก การเช่าหรือใช้คลัสเตอร์ประมวลผลของผู้อื่นอาจเพียงพอสำหรับการพิสูจน์ประสิทธิภาพของโมเดล แต่การแข่งขันกับคู่แข่งสหรัฐฯ ที่มีเงินทุนหนากว่าต้องอาศัยกำลังประมวลผลขนาดใหญ่และต่อเนื่อง
เมื่อวันที่ 6 สิงหาคม DeepSeek กลับมาเปิดการระดมทุนรอบที่สองอีกครั้ง โดยตั้งเป้าระดมเงินเกือบ 8 พันล้านดอลลาร์ ที่มูลค่าก่อนรับเงินลงทุนใกล้ 5 แสนล้านหยวน หรือประมาณ 7.4 หมื่นล้านดอลลาร์
รอบนี้มีรายงานว่ากองทุน AI แห่งชาติของจีน NetEase, JD.com และ IDG Capital อยู่ในกลุ่มผู้สนับสนุน ขณะที่ Monolith Management อาจเข้าร่วมด้วย
ก่อนหน้านี้กระบวนการระดมทุนถูกระงับในช่วงปลายเดือนกรกฎาคม หลังนักลงทุนบางส่วนไม่พอใจกับถ้อยคำที่รั่วไหลจาก Liang Wenfeng ผู้ก่อตั้งบริษัท การประกาศขึ้นราคาอาจช่วยให้นักลงทุนเห็นเส้นทางสู่การทำกำไรและความสามารถในการสร้างรายได้ที่ชัดเจนขึ้น
Reuters รายงานเมื่อวันที่ 15 กรกฎาคมว่า DeepSeek กำลังวางแผนระดมทุนรอบใหม่ก่อนการเข้าจดทะเบียนในตลาดหุ้นจีนที่อาจเกิดขึ้น โดยตลาดที่ถูกจับตาคือ STAR Market ของเซี่ยงไฮ้
สำหรับนักลงทุน การ IPO อาจเป็นช่องทางสร้างผลตอบแทนระยะยาว การขึ้นราคาจึงมีความสำคัญเพราะช่วยปรับปรุงเศรษฐศาสตร์ต่อหน่วยของบริการ และทำให้รายได้ในอนาคตคาดการณ์ได้ง่ายขึ้น ซึ่งเป็นปัจจัยสำคัญต่อการเตรียมบริษัทเข้าสู่ตลาดทุน
การเปลี่ยนยุทธศาสตร์ครั้งนี้มีความเสี่ยงชัดเจน นั่นคือ การขึ้นราคาอาจทำให้นักพัฒนาบางส่วนหันไปกระจายการใช้งานยังผู้ให้บริการรายอื่น
DeepSeek สร้างฐานผู้ใช้ขึ้นมาจากจุดขายสำคัญ นั่นคือความสามารถระดับแนวหน้าด้วยราคาที่ต่ำกว่าคู่แข่งอย่างมาก หากการปรับราคาทำให้ข้อได้เปรียบดังกล่าวลดลงมาก นักพัฒนาอาจเริ่มทดสอบ Moonshot, Anthropic หรือผู้ให้บริการรายอื่น เพื่อไม่ต้องพึ่งพาแพลตฟอร์มเดียว
ดังนั้นโจทย์ของ DeepSeek ในช่วงปลายปี 2026 ต่อเนื่องถึงปี 2027 จึงไม่ใช่แค่การหาเงินมาสร้างศูนย์ข้อมูล แต่คือการรักษาฐานนักพัฒนาไว้ให้ได้ ขณะเดียวกันก็ต้องเปลี่ยนความนิยมจากราคาถูกให้กลายเป็นรายได้ที่เพียงพอต่อการลงทุนในโครงสร้างพื้นฐานขนาดมหาศาล
โดยสรุป การขึ้นราคา API, ศูนย์ข้อมูล 1GW, การระดมทุนเกือบ 8 พันล้านดอลลาร์ และแผน IPO ที่อาจเกิดขึ้น ล้วนเป็นชิ้นส่วนของการเปลี่ยนผ่านเดียวกัน: DeepSeek กำลังขยับจากสตาร์ตอัปที่เติบโตด้วยราคาต่ำและประสิทธิภาพสูง ไปสู่บริษัท AI ที่ต้องสร้างรายได้ ลงทุนในโครงสร้างพื้นฐาน และพิสูจน์ตัวเองต่อผู้ลงทุนในตลาดทุน