| 2 | Arm | ได้ประโยชน์จากการยอมรับสถาปัตยกรรม หาก hyperscalers และผู้ขายโครงสร้างพื้นฐาน AI ขยายการใช้ CPU ที่อิง Arm | ตัวเลขส่วนแบ่ง Arm ที่สูงมากยังเป็นประมาณการ ไม่ใช่ผลลัพธ์ที่เกิดขึ้นแล้ว |
| 4 | Intel | มีโอกาสฟื้นในฐานะผู้เล่นเดิม หากรอบการลงทุน CPU รอบใหม่ช่วยหนุน x86 server demand | ความเสี่ยงด้านการทำได้จริงสูงกว่า เพราะ AMD มีแรงส่ง และดีไซน์ Arm-based น่าเชื่อถือขึ้นในศูนย์ข้อมูล AI |
ในช่วงการสร้างศูนย์ข้อมูล AI รอบล่าสุด เรื่องหลักมักเป็น GPU และเครือข่ายมากกว่า CPU SemiAnalysis อธิบายช่วงหลังปี 2023 ว่า AI training และ inference ดึงความสนใจออกจาก CPU ทำให้รายได้ CPU เซิร์ฟเวอร์ค่อนข้างนิ่ง ขณะที่ hyperscalers และ neoclouds ทุ่มไปที่ GPU และโครงสร้างพื้นฐาน AI โดยรวม
แต่ Agentic AI ทำให้ภาพนี้ซับซ้อนขึ้น AMD ระบุว่า CPU จะมีความสำคัญใหม่ เพราะ workload แบบ agentic ต้องใช้ตรรกะมากขึ้นและต้องจัดการ GPU มากขึ้น โดย inference เปลี่ยนจากการส่งโมเดลประมวลผลครั้งเดียว ไปเป็นเวิร์กโฟลว์หลายขั้นตอน ในคลัสเตอร์ AI สมัยใหม่ AMD ระบุว่า CPU ทำงานระบบสำคัญที่ช่วยให้ accelerator ไม่ว่างงาน ได้แก่ scheduling, data preparation, memory และ I/O รวมถึง control flow
TrendForce มองความเคลื่อนไหวของ Nvidia และ Arm ในตลาด CPU ว่าเป็นส่วนหนึ่งของการเปลี่ยนโครงสร้างในศูนย์ข้อมูล AI รายงานระบุว่า Nvidia เปิดตัว Vera CPU rack แบบ standalone สำหรับขายเมื่อวันที่ 16 มีนาคม 2026 และ Arm ประกาศ Arm AGI CPU พร้อม CPU rack 2 แบบเมื่อวันที่ 25 มีนาคม 2026 TrendForce ยังเชื่อมกระแส Agentic AI เข้ากับการเปลี่ยนสัดส่วน CPU:GPU และภาวะอุปทาน CPU ตึงตัว
จุดที่ต้องย้ำคือ นี่ไม่ใช่แนวคิดที่มองลบต่อ GPU GPU ยังเป็นสถาปัตยกรรมประมวลผลหลักสำหรับงาน AI เพราะประมวลผลแบบขนานได้ดีและมีระบบซอฟต์แวร์ที่สุกงอม โดย Nvidia ยังครองตำแหน่งอย่างท่วมท้นในตลาดนี้ตามรายงานที่อ้างถึง โอกาสของ CPU เซิร์ฟเวอร์จึงอยู่ที่ชั้น host, orchestration และ platform ที่เติบโตควบคู่กับ accelerator
ความไม่แน่นอนใหญ่ที่สุดคือรางวัลก้อนนี้จะใหญ่แค่ไหน AMD คาดว่าตลาดรวมที่เข้าถึงได้ของ CPU เซิร์ฟเวอร์จะเติบโตมากกว่า 35% ต่อปี และเกิน 1.2 แสนล้านดอลลาร์ภายในปี 2030 เพิ่มขึ้นจากมุมมองเดิมที่คาดเติบโต 18% ต่อปี TradingKey ยังรายงานประมาณการของ UBS ที่ใหญ่กว่านั้น โดยมองว่าตลาด CPU เซิร์ฟเวอร์อาจแตะ 1.7 แสนล้านดอลลาร์ในปี 2030 เพราะ Agentic AI ย้ายภาระการประมวลผลบางส่วนมาทาง CPU มากขึ้น
อย่างไรก็ดี ไม่ใช่ทุกประมาณการจะมองแรงขนาดนั้น มุมมองตลาดปี 2025 อีกชุดหนึ่งคาดว่าตลาด processor สำหรับศูนย์ข้อมูลโดยรวมจะอยู่ที่ 3.72 แสนล้านดอลลาร์ในปี 2030 แต่ให้ตัวเลขตลาด CPU เซิร์ฟเวอร์ไว้ที่ 3.56 หมื่นล้านดอลลาร์ในปี 2030 ความต่างนี้อาจมาจากนิยามและสมมติฐานที่ไม่เหมือนกัน ดังนั้นการจัดอันดับต่อไปนี้ควรอ่านแบบมีเงื่อนไข: หาก Agentic AI ทำให้เกิดรอบขยายตัวใหญ่ของ CPU เซิร์ฟเวอร์จริง บริษัทเหล่านี้คือกลุ่มที่มี exposure ต่ออัพไซด์มากที่สุด
AMD อยู่อันดับแรกเพราะโอกาสของบริษัทเชื่อมกับตลาดนี้โดยตรง หากตลาด CPU เซิร์ฟเวอร์ขยายตัว AMD ก็ขายผลิตภัณฑ์ในหมวดที่กำลังถูกประเมินมูลค่าสูงขึ้นโดยตรง Lisa Su ซีอีโอของ AMD ระบุว่าบริษัทคาดว่าตลาดรวมที่เข้าถึงได้ของ CPU เซิร์ฟเวอร์จะเติบโตมากกว่า 35% ต่อปี และแตะมากกว่า 1.2 แสนล้านดอลลาร์ภายในปี 2030
AMD ยังมีเหตุผลเชิง Agentic AI ที่ชัดเจนว่าทำไมตลาดนี้อาจโตขึ้น บริษัทมองว่า agentic inference สร้างความต้องการ CPU ใหม่ เพราะเวิร์กโฟลว์หลายขั้นตอนต้องใช้ logic, scheduling, data movement และ GPU management มากขึ้น CPU เซิร์ฟเวอร์ EPYC ของ AMD ถูกวางเป็นส่วนหนึ่งของสแตกโครงสร้างพื้นฐาน AI ที่รวม AMD Instinct GPU, เทคโนโลยีเครือข่าย Pensando และซอฟต์แวร์ ROCm
แรงส่งระยะใกล้ในศูนย์ข้อมูลช่วยสนับสนุนมุมมองนี้ แม้ตัวเลขดังกล่าวไม่ใช่ตัวชี้วัด CPU ล้วน รายได้กลุ่ม data center ของ AMD ซึ่งบันทึกยอดขายชิปเซิร์ฟเวอร์ เพิ่มขึ้น 57% เป็น 5.8 พันล้านดอลลาร์ในไตรมาสแรก สูงกว่าคาดการณ์นักวิเคราะห์ที่ LSEG รวบรวมไว้ที่ 5.64 พันล้านดอลลาร์
ความเสี่ยงคือ TAM ที่ใหญ่ขึ้นไม่ได้แปลว่าจะไหลเข้าหา CPU x86 ที่ขายในตลาดเปิดทั้งหมด ความต้องการส่วนเพิ่มบางส่วนอาจถูกเก็บโดย CPU custom บน Arm, ดีไซน์ภายในของ hyperscalers หรือระบบ AI ที่ CPU ถูกขายรวมอยู่ในแพลตฟอร์มขนาดใหญ่ที่ Nvidia นำ
Arm อยู่ที่สองเพราะสามารถได้ประโยชน์แม้ไม่ได้ออกแบบชิปปลายทางทุกตัวเอง หาก hyperscalers ผู้ขายโครงสร้างพื้นฐาน AI และผู้สร้างระบบหันมาใช้ CPU ที่อิง Arm มากขึ้น แรงส่งของสถาปัตยกรรม Arm ก็อาจกระจายไปในหลายแพลตฟอร์มศูนย์ข้อมูล
กรณีบวกที่ aggressive ที่สุดในแหล่งอ้างอิงมาจากรายงาน TradingKey ที่สรุปมุมมองของ UBS รายงานดังกล่าวระบุว่า UBS คาดว่า Arm อาจมีส่วนแบ่งหน่วยขาย CPU เซิร์ฟเวอร์ 40%–45% ภายในปี 2030 และมีส่วนแบ่งรายได้ 50%–55% พร้อมโอกาสครองมากกว่า 75% ของตลาด head-node CPU ตัวเลขนี้เป็นการคาดการณ์ ไม่ใช่ข้อเท็จจริงที่เกิดขึ้นแล้ว แต่ช่วยอธิบายว่าทำไม Arm จึงควรอยู่ใกล้หัวตารางในการจัดอันดับ CPU สำหรับยุค Agentic AI ปี 2030
TrendForce รายงานด้วยว่า Arm ประกาศ Arm AGI CPU และ CPU rack 2 แบบในเดือนมีนาคม 2026 โดยมองเป็นส่วนหนึ่งของการเปลี่ยนแปลงที่ทำให้ CPU สำคัญขึ้นในศูนย์ข้อมูล AI อีกด้านหนึ่ง SemiAnalysis ระบุว่า hyperscalers ได้พัฒนา CPU ศูนย์ข้อมูลของตนเองบน Arm เพื่อบริการคลาวด์คอมพิวติ้ง
อัพไซด์ของ Arm จึงไม่ได้ผูกกับชิปตัวเดียว แต่ผูกกับการยอมรับสถาปัตยกรรม หาก Agentic AI ทำให้ต้องการ host CPU ที่มีประสิทธิภาพรอบ accelerator มากขึ้น Arm ก็มีทางเข้าร่วมผ่าน CPU custom สำหรับคลาวด์ ดีไซน์ระบบ AI และแพลตฟอร์มของผู้ขายหลายราย
Nvidia ไม่ใช่หุ้น CPU เซิร์ฟเวอร์แบบบริสุทธิ์ที่สุด แต่ในภาพแพลตฟอร์ม AI ทั้งระบบ บริษัทอาจได้ประโยชน์สูงมาก จุดแข็งหลักของ Nvidia ยังเป็น accelerator: GPU ยังเป็นสถาปัตยกรรมหลักของ workload AI และ Nvidia มีสถานะครอบงำตลาดนี้ตามรายงานศูนย์ข้อมูล AI ที่อ้างถึง
มุม CPU สำคัญขึ้นเพราะ Nvidia สามารถเก็บมูลค่าของ rack AI ได้มากขึ้น หาก CPU กลายเป็นส่วนประกอบมูลค่าสูงที่ขายพ่วงกับระบบ accelerator TrendForce รายงานว่า Nvidia ใช้งาน GTC วันที่ 16 มีนาคม 2026 เพื่อเปิดตัว Vera CPU rack แบบ standalone สำหรับขาย บทวิเคราะห์ที่เกี่ยวข้องของ TrendForce ยังวางความเคลื่อนไหว Vera CPU ของ Nvidia และการรุก CPU ของ Arm เป็นสัญญาณว่า Agentic AI กำลังปรับความต้องการ CPU:GPU ในศูนย์ข้อมูล AI
นี่ทำให้ Nvidia เป็นผู้ชนะคนละแบบกับ AMD AMD ได้ประโยชน์มากสุดหากตลาด CPU เซิร์ฟเวอร์แบบขายทั่วไปขยายตัว ส่วน Nvidia ได้ประโยชน์หากลูกค้าซื้อระบบ AI แบบครบชุดที่ CPU, GPU, networking, memory และ software ถูกปรับให้ทำงานร่วมกัน
Intel ยังใหญ่เกินกว่าจะมองข้าม SemiAnalysis อธิบายว่า Intel เป็นซัพพลายเออร์หลักของ CPU เซิร์ฟเวอร์ในช่วงที่ GPU และ networking กลายเป็นศูนย์กลางการใช้จ่ายของศูนย์ข้อมูล การเปลี่ยนทิศนี้ทำให้รายได้ CPU เซิร์ฟเวอร์ค่อนข้างนิ่ง ขณะที่ hyperscalers และ neoclouds โฟกัส accelerator สำหรับ AI
หาก Agentic AI ทำให้เกิดรอบการลงทุน CPU ใหม่ Intel ก็อาจได้แรงหนุนจากความต้องการในตลาด CPU เซิร์ฟเวอร์โดยรวม TrendForce รายงานว่าอุปทาน CPU ตึงตัว และตลาดจับตาข่าว Intel กับ AMD ปรับขึ้นราคาในช่วงสิ้นไตรมาสแรกปี 2026 SemiAnalysis ยังระบุรุ่นในอนาคตของ Intel อย่าง Diamond Rapids และ Coral Rapids ในภาพตลาด CPU ศูนย์ข้อมูลปี 2026
เหตุผลที่ Intel อยู่หลัง AMD, Arm และ Nvidia คือความเสี่ยง AMD มีเรื่องเล่าการขยาย TAM ที่ตรงกว่า Arm มี thesis ด้านการเปลี่ยนสถาปัตยกรรมที่แข็งแรงกว่า และ Nvidia มีแพลตฟอร์ม accelerator AI ที่ครองตลาด อัพไซด์ของ Intel จึงขึ้นกับว่า Xeon รุ่นต่อ ๆ ไปจะแข่งขันด้านประสิทธิภาพ การใช้พลังงาน และความสำคัญเชิงระบบได้ดีเพียงใด เมื่อโครงสร้างพื้นฐาน AI ต้องใช้ CPU มากขึ้น
Amazon, Google และ hyperscalers รายอื่นก็มีทางชนะ แต่หน้าตาของประโยชน์ต่างจาก AMD หรือ Arm SemiAnalysis ระบุว่า hyperscalers กำลังพัฒนา CPU ศูนย์ข้อมูลบน Arm ของตนเอง และภาพตลาด CPU ปี 2026 ของ SemiAnalysis รวม Amazon Graviton และ Google Axion ไว้ในกลุ่มความพยายามทำ CPU custom ที่กำลังกำหนดทิศทางตลาด
หาก Agentic AI ทำให้ workload ใช้ CPU มากขึ้น CPU custom จะช่วยผู้ให้บริการคลาวด์ปรับเศรษฐศาสตร์โครงสร้างพื้นฐานของตนเองได้ อัพไซด์อาจออกมาเป็นต้นทุนต่ำลง ควบคุม workload ได้ดีขึ้น และพึ่งพาซัพพลายเออร์ CPU ภายนอกน้อยลง มากกว่าจะเป็นรายได้จากการขายเซมิคอนดักเตอร์ให้ลูกค้าภายนอก
ในแง่นี้ hyperscalers ไม่ได้เป็นเพียงผู้ซื้อในรอบขาขึ้นของ CPU เซิร์ฟเวอร์ แต่สามารถเป็นผู้แย่งส่วนแบ่งบางส่วนภายใน fleet ของตนเอง โดยเฉพาะในงานคลาวด์และ AI ภายในที่เหมาะกับ CPU custom บน Arm
การจัดอันดับนี้เน้นผู้ออกแบบ CPU ผู้ขายแพลตฟอร์ม และผู้ให้บริการคลาวด์ เพราะหลักฐานที่มีสนับสนุนกลุ่มนี้ชัดที่สุด โรงงานผลิตชิปหรือ foundry อาจได้ประโยชน์ทางอ้อมจากความต้องการ CPU เซิร์ฟเวอร์ขั้นสูงที่เพิ่มขึ้น แต่หลักฐานที่ให้มาไม่ได้สร้าง thesis เฉพาะและมีแหล่งอ้างอิงสำหรับผู้ผลิตรายใดรายหนึ่งในปี 2030 ดังนั้นสำหรับการจัดอันดับแบบอิงข้อมูล ชื่อที่แข็งแรงกว่าคือ AMD, Arm, Nvidia, Intel และ hyperscalers ที่ทำ CPU custom
หาก Agentic AI ทำให้ตลาด CPU เซิร์ฟเวอร์ขยายตัวครั้งใหญ่ภายในปี 2030 AMD คือผู้ได้ประโยชน์โดยตรงที่สุด เพราะขาย CPU เซิร์ฟเวอร์เข้าสู่ตลาดที่บริษัทมองว่าอาจเกิน 1.2 แสนล้านดอลลาร์ภายในปี 2030 Arm อาจมีแรงส่งด้านสถาปัตยกรรมสูงที่สุด หาก CPU custom บน Arm ขยายไปทั่ว hyperscalers และโครงสร้างพื้นฐาน AI
Nvidia ยังเป็นผู้ชนะเชิงแพลตฟอร์ม หากมูลค่า CPU ส่วนเพิ่มถูกผูกเข้ากับระบบ AI ที่มี GPU เป็นศูนย์กลาง
ส่วน Intel เป็นกรณีฟื้นตัว แต่ต้องพึ่งความสามารถในการ execution มากกว่า
ถ้ามองแบบเลือก exposure: AMD เหมาะกับรายได้ CPU โดยตรง, Arm เหมาะกับการยอมรับสถาปัตยกรรม, Nvidia เหมาะกับโครงสร้างพื้นฐาน AI แบบครบสแตก, Intel เหมาะกับโอกาสฟื้นของผู้เล่นเดิม และ hyperscalers เหมาะกับข้อได้เปรียบด้านต้นทุนและการควบคุมภายใน