ความสำเร็จในระดับคอลเลจทำให้เขาเป็นหนึ่งในดาวรุ่งที่น่าจับตามองที่สุด และใน NBA Draft ปี 1984 ทีม Chicago Bulls เลือกเขาเป็นอันดับ 3 ของรอบแรก จุดเริ่มต้นของอาชีพที่กลายเป็นตำนานในเวลาต่อมา
ด้วยส่วนสูง 6 ฟุต 6 นิ้ว (1.98 เมตร) และตำแหน่งหลักคือ shooting guard เขาโดดเด่นทั้งการทำแต้ม ความเร็ว ความแข็งแกร่ง และเกมรับ
เส้นทางอาชีพของเขายังมีการรีไทร์และกลับมาเล่นหลายครั้ง:
แม้มีช่วงหยุดเล่นหลายครั้ง แต่ช่วงพีคของเขาถือว่าทรงพลังและสม่ำเสมออย่างมาก
เหตุผลสำคัญที่ทำให้จอร์แดนถูกยกให้เป็น GOAT คือความสำเร็จระดับทีม เขาพา Bulls คว้า แชมป์ NBA 6 สมัย ในยุค 1990 ได้แก่
ที่สำคัญคือทั้งหกแชมป์เกิดขึ้นใน สองช่วงสามแชมป์ติด (three‑peat) คือ 1991–93 และ 1996–98 ซึ่งถือเป็นความสำเร็จที่หาได้ยากในกีฬาระดับอาชีพ
จอร์แดนยังคว้ารางวัล NBA Finals MVP ทั้ง 6 ครั้ง ที่ทีมได้แชมป์ แสดงให้เห็นว่าเขาเป็นผู้เล่นตัวหลักในช่วงเวลาสำคัญที่สุดของฤดูกาล
ผลงานส่วนตัวของจอร์แดนตอกย้ำความเป็นผู้เล่นที่โดดเด่นที่สุดคนหนึ่งในประวัติศาสตร์บาสเกตบอล
ผลงานสำคัญ ได้แก่
ในเชิงสถิติ เขายังถือสถิติ ค่าเฉลี่ยการทำแต้มต่อเกมตลอดอาชีพสูงสุดในประวัติศาสตร์ NBA ที่ 30.1 คะแนน และค่าเฉลี่ยในเพลย์ออฟ 33.4 คะแนนต่อเกม ซึ่งสูงที่สุดเช่นกัน
จอร์แดนมีการผสมผสานระหว่างทักษะ ความเป็นนักแข่งขัน และความสามารถทางกายภาพอย่างโดดเด่น
เขาทำคะแนนได้จากหลายรูปแบบ ทั้งการชู้ตระยะกลาง การบุกทะลุเข้าหาห่วง และการดังค์ที่ทรงพลัง ซึ่งทำให้เขาได้ฉายา “Air Jordan” และ “His Airness”
นอกจากเกมรุกแล้ว เขายังเป็นผู้เล่นเกมรับระดับยอดเยี่ยม โดยได้รับเลือกติด All‑Defensive First Team ถึง 9 ครั้ง
อิทธิพลของจอร์แดนไม่ได้จำกัดอยู่แค่ในสนามบาสเกตบอล
ในช่วงทศวรรษ 1980 และ 1990 เขากลายเป็นหนึ่งในนักกีฬาที่มีชื่อเสียงที่สุดในโลก และมีบทบาทสำคัญในการทำให้ NBA ได้รับความนิยมในระดับนานาชาติ
เขายังคว้า เหรียญทองโอลิมปิก 2 ครั้ง กับทีมสหรัฐอเมริกา ได้แก่
ตลอด 1,072 เกมในฤดูกาลปกติ จอร์แดนมีค่าเฉลี่ยต่อเกมดังนี้
ในปี 2009 เขาได้รับการบรรจุเข้าสู่ Naismith Memorial Basketball Hall of Fame ยืนยันสถานะตำนานของวงการบาสเกตบอล
เหตุผลที่ทำให้ Michael Jordan ถูกยกให้เป็นผู้เล่นที่ยิ่งใหญ่ที่สุดของ NBA มักประกอบด้วยหลายปัจจัยร่วมกัน
แม้ดีเบต GOAT จะยังมีชื่อผู้เล่นระดับตำนานอื่น เช่น LeBron James, Kareem Abdul‑Jabbar และ Bill Russell แต่การผสมผสานระหว่างความสำเร็จ สถิติ และช่วงพีคที่ทรงพลัง ทำให้ Michael Jordan ยังคงเป็นคำตอบที่ถูกกล่าวถึงมากที่สุดเมื่อพูดถึงคำถามว่าใครคือผู้เล่นที่ยิ่งใหญ่ที่สุดในประวัติศาสตร์ NBA.
Comments
0 comments