จุดสำคัญคือวิธีนี้ออกแบบมาสำหรับผู้ใช้ปลายทาง ไม่จำเป็นต้องเขียนโค้ด แต่ตัวเลือกที่เห็นอาจเปลี่ยนได้ตามแพลตฟอร์ม ประเภทบัญชี หรือช่วงเวลาที่ Google ปรับหน้าตาเครื่องมือ
พรอมต์ที่ดีควรบอกให้ชัดว่า ในภาพมีอะไร, อยู่ในบริบทแบบไหน และ ควรมีสไตล์อย่างไร เอกสาร Imagen ของ Google ยกตัวอย่างการเขียนพรอมต์ด้วยองค์ประกอบอย่าง subject, context/background และ style พร้อมระบุว่าพรอมต์ที่ยาวขึ้นช่วยเพิ่มรายละเอียดลงในภาพได้มากขึ้น
สูตรที่นำไปใช้ได้ทันทีคือ:
Create/generate/draw + ตัวแบบหลัก + การกระทำ + ฉากหรือบรรยากาศ + สไตล์ภาพ + สัดส่วนภาพถ้าต้องการ
| องค์ประกอบ | ควรใส่อะไร | ตัวอย่าง |
|---|---|---|
| ตัวแบบหลัก | คน สัตว์ สิ่งของ หรือวัตถุที่เป็นจุดสนใจ | “หุ่นยนต์ตัวเล็กถือสเกตบอร์ดสีแดง” |
| การกระทำ | ตัวแบบกำลังทำอะไร | “กำลังไถสเกตบอร์ดบนทางเท้า” |
| ฉากและบรรยากาศ | สถานที่ เวลา แสง อารมณ์ของภาพ | “ถนนในเมืองช่วงพระอาทิตย์ตก” |
| สไตล์ | ภาพถ่าย ภาพวาด โปสเตอร์ ภาพยนตร์ มินิมอล หรือโทนสี | “ภาพถ่ายแนว cinematic แสงนุ่ม โทนอุ่น” |
| องค์ประกอบภาพ | มุมกล้องหรือสัดส่วนภาพที่ต้องการ | “16:9” หรือ “1:1” |
Google ยังแนะนำให้เขียนอย่างเฉพาะเจาะจง แทนที่จะสั่งกว้าง ๆ ว่า “Create an image of a woman in a red dress” หน้า Gemini ยกตัวอย่างพรอมต์ที่ละเอียดขึ้น เช่น หญิงสาวสวมเดรสสีแดงกำลังวิ่งในสวนสาธารณะ
ตัวอย่างด้านล่างใช้ภาษาอังกฤษเพื่อให้เห็นโครงสร้างคำสั่งอย่าง create/generate/draw ตามคำแนะนำของ Google แต่หัวใจสำคัญคือการบอกตัวแบบ ฉาก สไตล์ และสัดส่วนภาพให้ครบ
ภาพสินค้า
Create an image of a ceramic coffee mug on a light oak table, morning window light, minimal Scandinavian style, 1:1.
โปสเตอร์หรือภาพปกวิดีโอ
Generate a cinematic poster of a street food stall at night, warm lantern light, realistic photography, 16:9.
ภาพประกอบบทความ
Draw a clean editorial illustration of a person writing AI prompts on a laptop, soft blue background, modern flat style, 4:3.
ภาพที่ต้องการองค์ประกอบชัดเจน
Create a wide-angle photo of a small robot holding a red skateboard on a city sidewalk, sunset light, realistic street photography, 16:9.
หลักคิดเหมือนกันทุกตัวอย่าง: ยิ่งระบุ “ใคร/อะไร”, “ทำอะไร”, “อยู่ที่ไหน”, “ให้ดูเป็นสไตล์ไหน” และ “อยากได้เฟรมแบบใด” โมเดลก็มีข้อมูลมากขึ้นในการสร้างภาพไปในทิศทางที่ต้องการ
Gemini Apps ไม่ได้สร้างภาพจากข้อความเท่านั้น Google Help ระบุว่าคุณสามารถอัปโหลดภาพเพื่อขอให้แก้ไข หรือใช้หลายภาพเพื่อสร้างภาพใหม่ที่อ้างอิงจากภาพเหล่านั้นได้
เมื่อใช้ภาพอ้างอิง พรอมต์ควรแบ่งให้ชัดว่าอะไรต้อง คงไว้ และอะไรต้อง เปลี่ยน:
ตัวอย่าง:
Keep the original product and camera angle, but replace the background with a bright modern kitchen, add soft morning light, and make the image suitable for a square ecommerce listing.
วิธีนี้มักสื่อสารได้ชัดกว่าการบอกเพียงว่า “ทำให้สวยขึ้น” หรือ “ปรับให้ดูโปรขึ้น” เพราะ Gemini จะรู้ว่าควรรักษาส่วนใดและปรับส่วนใด
ถ้าคุณต้องการสร้างภาพไม่กี่ภาพ ลองไอเดีย ทำภาพประกอบ หรือปรับภาพในบทสนทนาโดยตรง Gemini Apps คือทางเลือกที่เหมาะกับผู้ใช้ทั่วไป
แต่ถ้าคุณต้องการให้ระบบสร้างภาพเป็นส่วนหนึ่งของเว็บไซต์ แอป เครื่องมือภายในบริษัท หรือเวิร์กโฟลว์อัตโนมัติ ควรดูเส้นทางสำหรับนักพัฒนาแทน โดย Google มีเอกสารการสร้างภาพด้วยโมเดล Imagen ผ่าน Gemini API
เอกสาร Imagen ของ Google แสดงตัวอย่างพรอมต์ทั้งแบบสั้นและแบบยาว รวมถึงตัวเลือกสัดส่วนภาพ เช่น 1:1, 4:3, 16:9 และ 9:16 ในบริบทของ API ดังนั้นไม่ควรสรุปว่าทุกตัวเลือกใน API จะมีหน้าตาเหมือนใน Gemini Apps หรือทุกตัวเลือกในหน้าเว็บจะมีให้ใช้เหมือนกันใน API เสมอ
มีเงื่อนไขบางอย่างที่อาจส่งผลต่อการเห็นหรือใช้งานฟีเจอร์สร้างภาพ:
อันดับแรกให้ตรวจทางเข้าให้ถูกต้อง: Google Help ระบุให้เลือก Create image ขณะที่หน้าแนะนำ Gemini อธิบายเส้นทางเป็น Tools > 🍌Create images
ถ้ายังไม่เห็นฟีเจอร์ อาจเกี่ยวข้องกับประเทศหรือภาษา อายุผู้ใช้ ประเภทบัญชีส่วนบุคคล เทียบกับบัญชีที่ทำงานหรือสถานศึกษา หรือข้อกำหนดขององค์กรที่ดูแลบัญชีนั้น ๆ
จำง่าย ๆ คือ: gemini.google.com → Create image หรือ Tools > 🍌Create images → พิมพ์พรอมต์ให้เฉพาะเจาะจง → ขอให้ Gemini ปรับแก้ต่อถ้าภาพยังไม่ตรงใจ