DeepSeek ยังไม่ได้ชนะ OpenAI, Claude, Gemini หรือ Grok แบบเบ็ดเสร็จ แต่ได้พิสูจน์แล้วว่าโมเดลต้นทุนต่ำและเปิดน้ำหนักสามารถกดดันตลาด AI ระดับแนวหน้าได้ [10][12] รายงานเทคนิคของ DeepSeek V3 ระบุว่าโมเดลเด่นด้านโค้ดและคณิตศาสตร์ ขณะที่ IISS มองว่า R1 มีความสามารถด้านเหตุผลใกล้เคียงโมเดลปิดระดับใกล้แนวหน้าอย่าง OpenAI o...

Create a landscape editorial hero image for this Studio Global article: DeepSeek 會擊敗 OpenAI、Claude、Gemini、Grok 嗎?成本與信任才是關鍵. Article summary: DeepSeek 有能力成為 AI 巨頭的強競爭者,但目前更像低成本「價格破壞者」而非全面勝者:V3 預訓練約 2.664M H800 GPU hours,R1 被 IISS 描述為可與 OpenAI o1 等近前沿推理模型相提並論;主要變數是企業信任、資料安全與監管 [10][17][73][74]。. Topic tags: ai, deepseek, openai, claude, gemini. Reference image context from search candidates: Reference image 1: visual subject "智通财经APP获悉,DeepSeek大模型以极低成本(600万美元)和少量芯片(2000块)实现了与OpenAI等巨头相媲美的性能,挑战了"唯有科技巨头才能研发尖端AI"的行业共识。" source context "DeepSeek训练成本不到GPT的二十分之一 AI应用或迎来低成本扩张 | Smart Fish Wealthlink Holdings Limited" Reference image 2: visual subject "The image compares the logos of four AI models—Grok 3, Deepseek-V3, Claude 3.5 Sonnet, and Gemini 2.0 Pro—in a split-screen layout, with the question "Who will Win?" superimposed i" Style: premium digital editorial illustration, source-backed resear
คำตอบสั้น ๆ คือ DeepSeek เป็นภัยคุกคามจริงต่อค่าย AI รายใหญ่ แต่ยังเร็วเกินไปที่จะบอกว่า “ชนะ” OpenAI, Claude, Gemini หรือ Grok แล้ว สิ่งที่ DeepSeek ทำสำเร็จคือการดันโมเดลความสามารถสูง ต้นทุนต่ำ และเปิดน้ำหนักเข้าสู่กระแสหลัก ส่วนการจะกลายเป็นแพลตฟอร์ม AI หลักของโลกยังต้องผ่านบททดสอบระยะยาวเรื่องแบรนด์ ช่องทางกระจายสินค้า การซื้อขององค์กร ธรรมาภิบาลข้อมูล และความเชื่อมั่นจากผู้กำกับดูแล
ถ้า “ชนะ” หมายถึงทำคะแนนดีใน benchmark บางชุด หรือทำงานบางประเภทได้ใกล้เคียงโมเดลปิดระดับแนวหน้า DeepSeek ควรถูกนับเป็นผู้เล่นแถวหน้าแล้ว รายงานเทคนิค DeepSeek-V3 ระบุว่า V3-Base เป็นหนึ่งในโมเดลฐานแบบเปิดที่แข็งแกร่งที่สุดในช่วงเวลานั้น โดยเด่นเป็นพิเศษด้านการเขียนโค้ดและคณิตศาสตร์ และเวอร์ชันแชตก็ทำผลงานใกล้เคียง GPT-4o และ Claude-3.5-Sonnet ในหลาย benchmark มาตรฐานและแบบปลายเปิด
แต่ถ้า “ชนะ” หมายถึงการเป็นแพลตฟอร์ม AI หลักที่คนทั่วโลกใช้เป็นค่าเริ่มต้น เกมนี้ไม่ได้ตัดสินด้วยตารางคะแนนเพียงหน้าเดียว ปัจจัยสำคัญยังรวมถึงต้นทุน inference หรือค่าประมวลผลตอนใช้งานจริง ราคา API ความหน่วง ประสบการณ์ผลิตภัณฑ์ สัญญาองค์กร การจัดการข้อมูล การปฏิบัติตามกฎหมาย ระบบนิเวศนักพัฒนา และพลังของแบรนด์ผู้บริโภค
จุดแข็งของ DeepSeek อยู่ที่ต้นทุนและแนวทางเปิดน้ำหนัก ส่วนสนามที่ยังต้องพิสูจน์คือการกระจายสู่ผู้ใช้ทั่วโลกและความเชื่อมั่นในระดับองค์กร
DeepSeek ไม่ได้เขย่าตลาดเพราะมีแชตบอตอีกตัวหนึ่ง แต่เพราะทำให้อุตสาหกรรมต้องคำนวณต้นทุนของ AI ระดับแนวหน้าใหม่ International Institute for Strategic Studies หรือ IISS ระบุว่า DeepSeek-V3 เปิดตัวในเดือนธันวาคม 2024 และ R1 เปิดตัวในเดือนมกราคม 2025 โดย V3 ได้รับความสนใจเรื่องประสิทธิภาพและต้นทุนฝึกที่ต่ำกว่า ส่วน R1 ถูกจับตาเพราะความสามารถด้านเหตุผลที่เทียบได้กับโมเดลปิดระดับใกล้แนวหน้าอย่าง OpenAI o1
เอกสาร GitHub ทางการของ DeepSeek ระบุว่า V3 มีพารามิเตอร์รวม 671B หรือ 671 พันล้านพารามิเตอร์ แต่เปิดใช้งาน 37B ต่อหนึ่ง token เท่านั้น โมเดลนี้ผ่านการ pre-training ด้วยข้อมูล 14.8T tokens และใช้เวลา 2.664M H800 GPU hours ตัวเลขเหล่านี้เป็นแกนของเรื่องเล่า DeepSeek: ความสามารถใกล้ระดับแนวหน้าอาจไม่จำเป็นต้องมาจากบริษัทปิดที่มีเงินทุนและศูนย์ประมวลผลใหญ่ที่สุดเสมอไป
เรื่องราคาก็สำคัญไม่แพ้กัน เอกสาร API ทางการของ DeepSeek คิดราคาต่อ 1 ล้าน token และแยกกรณี cache hit, cache miss และ output token อีกทั้งระบุว่าชื่อโมเดลและกลไกราคาอาจเปลี่ยนได้ ดังนั้นการจัดซื้อจริงยังควรยึดหน้าราคาทางการล่าสุดเป็นหลัก สำหรับงานปริมาณสูง เช่น RAG หรือระบบที่ให้โมเดลดึงข้อมูลจากฐานความรู้ก่อนตอบ งานสรุปเอกสารจำนวนมาก งานทำความสะอาดข้อมูล ร่างคำตอบบริการลูกค้า หรือผู้ช่วยเขียนโค้ดภายในองค์กร เมื่อคุณภาพถึงเกณฑ์ใช้งานได้แล้ว ต้นทุน ความเร็ว และเสถียรภาพมักสำคัญกว่าคำตอบเดี่ยว ๆ ที่ดูน่าประทับใจที่สุด
จุดเด่นที่เห็นชัดของ DeepSeek อยู่ในงานเขียนโค้ด คณิตศาสตร์ และการใช้เหตุผล รายงาน V3 ชี้ว่าด้านโค้ดและคณิตศาสตร์เป็นพื้นที่ที่ทำได้โดดเด่น ส่วน IISS อธิบาย R1 ว่าเป็นโมเดลเปิดน้ำหนักที่มีความสามารถด้านเหตุผล และเทียบได้กับโมเดลปิดระดับใกล้แนวหน้าอย่าง OpenAI o1
Reuters ยังรายงานในเดือนมีนาคม 2025 ว่า DeepSeek เปิดตัวการอัปเกรดโมเดล ซึ่งทำให้การแข่งขันกับ OpenAI เข้มข้นขึ้น
อย่างไรก็ตาม นั่นไม่ได้แปลว่า DeepSeek เหนือกว่าทุกค่ายในทุกงาน งานเขียนเชิงสร้างสรรค์ การทำงานร่วมกับเอกสารยาว ผลิตภัณฑ์มัลติโมดัล การเรียกใช้เครื่องมือ ความปลอดภัยของเนื้อหา การเชื่อมต่อระบบองค์กร และความรับผิดชอบด้าน compliance ล้วนต้องทดสอบใน workflow จริง
สำหรับทีมผลิตภัณฑ์ คำถามที่มีประโยชน์กว่า “โมเดลไหนอันดับหนึ่ง” คือ “โมเดลไหนทำงานของเราได้สำเร็จมากที่สุด ด้วยต้นทุนต่ำที่สุด และมีความเสี่ยงที่เรายอมรับได้”
DeepSeek สร้างแรงกระแทกจริงในตลาด CNBC รายงานว่าในเดือนมกราคม 2025 DeepSeek แซง ChatGPT ขึ้นเป็นแอปฟรีที่ถูกดาวน์โหลดมากที่สุดบน Apple App Store ในสหรัฐฯ Reuters ยังรายงานย้อนหลังว่า การเปิดตัวครั้งแรกของ DeepSeek ในเดือนมกราคม 2025 กระตุ้นให้เกิดแรงขายหุ้นเทคโนโลยีทั่วโลก และทำให้มูลค่าตลาดของ Nvidia หายไป 593 พันล้านดอลลาร์สหรัฐ
เหตุการณ์เหล่านี้บอกว่าเรื่องเล่า “AI แนวหน้าราคาต่ำ” มีพลังพอจะเขย่านักลงทุน นักพัฒนา และผู้บริโภค แต่ยอดดาวน์โหลดกับปฏิกิริยาตลาดหุ้นเป็นสัญญาณความร้อนแรง ไม่ใช่หลักฐานว่าชนะสงครามแพลตฟอร์มแล้ว
Reuters รายงานในปี 2026 ว่าโมเดลใหม่ของ DeepSeek ไม่ได้ทำให้ตลาดตื่นตะลึงอีกครั้งในอุตสาหกรรม AI ที่เปลี่ยนเร็วมาก นี่เป็นคำเตือนสำคัญ: ในสนาม AI เส้นชัยเลื่อนอยู่ตลอดเวลา การสร้างความตกใจได้ครั้งหนึ่งไม่ได้แปลว่าจะรักษาความนำได้ทุกเจเนอเรชัน
OpenAI เป็นค่ายที่รับแรงกดดันจาก DeepSeek โดยตรงที่สุด เพราะ DeepSeek ท้าทายสมมติฐานเรื่องราคาและประสิทธิภาพของโมเดลปิด แต่ OpenAI ยังมีจุดแข็งใหญ่ด้านแบรนด์และการกระจายสู่ผู้ใช้ Reuters Institute รายงานในปี 2025 ว่า ChatGPT ยังเป็นระบบ generative AI ที่ผู้คนรู้จักมากที่สุด และไม่มีแบรนด์อื่นเข้าใกล้ระดับการจดจำของ ChatGPT Reuters ยังรายงานว่าในเดือนกุมภาพันธ์ 2025 ผู้ใช้งานรายสัปดาห์ของ OpenAI ทะลุ 400 ล้านคน
ถึงอย่างนั้น OpenAI ก็ไม่ได้ไร้แรงกดดัน Reuters อ้างรายงานของ WSJ ว่าการเติบโตของ ChatGPT ชะลอลงช่วงปลายปีก่อนหน้า และ OpenAI ไม่ถึงเป้าภายในที่ตั้งไว้ 1 พันล้านผู้ใช้งานรายสัปดาห์ ดังนั้นภัยคุกคามหลักจาก DeepSeek ต่อ OpenAI อาจไม่ใช่การแทนที่ ChatGPT ในทันที แต่คือการลดความคาดหวังของตลาดต่อราคาโมเดลลง
DeepSeek ที่แข็งแรงด้านโค้ดและ reasoning ย่อมสร้างแรงกดดันต่อ Claude โดยตรง แต่ความสามารถของ Anthropic ไม่ได้อยู่แค่ตัวโมเดล หากยังรวมถึงการนำโมเดลไปห่อเป็นผลิตภัณฑ์ที่นักพัฒนาใช้จริง Reuters รายงานว่า Claude Code เคยทำให้ OpenAI ตั้งตัวไม่ทัน และผลักให้ OpenAI เททรัพยากรเข้าไปพัฒนาเครื่องมือเขียนโค้ดของตัวเองอย่าง Codex
นั่นหมายความว่า หาก DeepSeek ต้องการชนะในตลาดนักพัฒนาแบบระยะยาว แค่คะแนนโมเดลใกล้เคียงยังไม่พอ ต้องพิสูจน์ด้วยว่าใช้งานใน IDE ระบบ coding agent การจัดการสิทธิ์องค์กร การเข้าใจ repository การดีบัก และการทำงานร่วมกันของทีมได้ดีพอหรือคุ้มกว่าจริง
Google Gemini เป็นความท้าทายอีกแบบ เพราะ Google มีช่องทางผู้ใช้ โครงสร้างพื้นฐาน และผลิตภัณฑ์จำนวนมากอยู่แล้ว Reuters รายงานว่า OpenAI ประกาศสถานะ code red ช่วงปลายปี 2025 หลัง Google เปิดตัวโมเดล Gemini รุ่นล่าสุดที่ได้รับเสียงตอบรับสูง
กล่าวอีกทางหนึ่ง DeepSeek ไม่ได้แข่งกับ OpenAI ที่หยุดนิ่ง แต่แข่งกับ Google, Anthropic และบริษัทโมเดลอื่น ๆ ที่เร่งพัฒนาไปพร้อมกัน ความท้าทายจึงไม่ใช่แค่ทำโมเดลเก่ง แต่ต้องวางโมเดลไว้ในผลิตภัณฑ์และระบบนิเวศที่รักษาผู้ใช้ได้จริง เช่น การค้นหา ชุดสำนักงาน คลาวด์ อุปกรณ์พกพา การจัดซื้อองค์กร และเครื่องมือนักพัฒนา
สำหรับ Grok ของ xAI แหล่งข้อมูลชุดนี้ยังไม่มีหลักฐานเปรียบเทียบโดยตรงมากพอที่จะสรุปอย่างหนักแน่นว่า DeepSeek จะชนะหรือแพ้ สิ่งที่พูดได้อย่างรับผิดชอบคือ กลยุทธ์ต้นทุนต่ำและเปิดน้ำหนักของ DeepSeek กดดันตลาดผู้ช่วย AI และ API โดยรวม แต่ยังไม่ควรใช้ข้อมูลเท่านี้ฟันธงว่า DeepSeek จะโค่น Grok ได้
หาก DeepSeek จะเข้าไปอยู่ในงานภาครัฐ การเงิน สาธารณสุข กฎหมาย หรือองค์กรขนาดใหญ่ อุปสรรคใหญ่ที่สุดอาจไม่ใช่คุณภาพคำตอบ แต่คือธรรมาภิบาลข้อมูลและความไว้วางใจทางภูมิรัฐศาสตร์ Reuters รายงานว่าหน่วยงานคุ้มครองข้อมูลของเยอรมนีขอให้ Apple และ Google ถอด DeepSeek ออกจาก app store ในประเทศ ออสเตรเลียก็ห้ามใช้งาน DeepSeek บนอุปกรณ์ของรัฐบาล โดยอ้างความกังวลด้านความปลอดภัย
ข้อจำกัดเหล่านี้ไม่ได้แปลว่าโมเดลของ DeepSeek ไม่มีค่า หรือทุกการใช้งานเป็นไปไม่ได้ แต่จะเปลี่ยนวิธีจัดซื้อและวิธีประเมินความเสี่ยง อุตสาหกรรมที่ถูกกำกับดูแลไม่ได้ดูแค่ราคาต่อ 1 ล้าน token แต่ต้องดูด้วยว่าข้อมูลถูกเก็บที่ไหน มีบันทึกตรวจสอบหรือไม่ ห่วงโซ่อุปทานเสี่ยงเพียงใด ผ่านการทดสอบความปลอดภัยแบบไหน ภาระรับผิดในสัญญาเป็นอย่างไร และผู้ให้บริการให้คำมั่นเรื่อง compliance แค่ไหน
สำหรับ workflow ที่มีข้อมูลอ่อนไหว การส่งข้อมูลเข้าแชตสาธารณะโดยตรงมักไม่ใช่ทางเลือกที่รอบคอบที่สุด แนวทางที่สมเหตุสมผลกว่าคือ private deployment, คลาวด์ที่ควบคุมได้, การลบหรือปกปิดข้อมูลส่วนบุคคล และการแบ่งระดับความเสี่ยงโดยใช้หลายโมเดลร่วมกัน
กลยุทธ์ที่ใช้งานได้จริงไม่ใช่การเลือกข้างถาวร แต่คือการสร้างสถาปัตยกรรมหลายโมเดล นำ DeepSeek, OpenAI, Claude, Gemini และ Grok เข้ามาอยู่ในระบบประเมินเดียวกัน แล้ววัดตามงานจริง: คุณภาพ ความเร็ว ต้นทุน อัตราล้มเหลว อัตราหลอนข้อมูล การสังเกตและติดตามระบบ รวมถึงความเสี่ยงด้านข้อมูล
DeepSeek ควรถูกทดสอบก่อนในงานที่มีปริมาณสูงและอ่อนไหวต่อต้นทุน งานโค้ด คณิตศาสตร์ ประมวลผลข้อมูล และ batch generation ระบบภายในที่ต้องการประเมินโมเดลเปิดน้ำหนักหรือ self-hosting รวมถึงผลิตภัณฑ์ที่ต้องการลดการผูกติดกับผู้ให้บริการปิดรายเดียว
ส่วนงานที่ต้องคุมความเสี่ยงเข้มขึ้น ได้แก่ ภาครัฐ การเงิน สาธารณสุข กฎหมาย และระบบที่มีข้อมูลส่วนบุคคลจำนวนมาก โครงการที่ต้องมี data residency ชัดเจน บันทึก audit ความรับผิดตามสัญญาองค์กร และ SLA ระยะยาว รวมถึง workflow ที่แบรนด์และ compliance เป็นเงื่อนไขสำคัญ
DeepSeek มีศักยภาพจะเป็นคู่แข่งที่ท้าทาย OpenAI, Claude, Gemini และ Grok อย่างจริงจัง โดยเฉพาะในสนาม API ปริมาณสูง งานโค้ด งานใช้เหตุผล และการ deploy แบบเปิดน้ำหนักหรือติดตั้งเอง หลักฐานที่มีเพียงพอให้บอกว่า DeepSeek ทำให้ยักษ์ใหญ่ต้องคิดเรื่องราคาและความเร็วในการตอบโต้ใหม่
แต่ยังไม่มีหลักฐานพอจะสรุปว่า DeepSeek จะชนะทุกค่ายแบบครอบคลุมในระยะสั้นถึงกลาง เส้นทางที่เป็นไปได้มากกว่าคือ DeepSeek จะทำหน้าที่เป็น “ตัวทำลายราคา” และตัวแทนสำคัญของโมเดลเปิดน้ำหนักระดับแนวหน้า กดความคาดหวังด้านต้นทุนของตลาดลง และบังคับให้ผู้เล่นปิดต้องเร่งปรับตัวทั้งด้านประสิทธิภาพ เครื่องมือนักพัฒนา และการออกแบบผลิตภัณฑ์
ชัยชนะที่ใหญ่ที่สุดของ DeepSeek อาจไม่ใช่การเป็นผู้ชนะรายเดียว แต่คือการทำให้ตลาดโมเดล AI ถูกลง เปิดมากขึ้น และยากขึ้นสำหรับแพลตฟอร์มปิดไม่กี่รายที่จะควบคุมทุกอย่างได้ทั้งหมด สำหรับองค์กรและทีมผลิตภัณฑ์ คำตอบที่มีเหตุผลไม่ใช่การทุ่มหมดหน้าตักให้ OpenAI, Claude, Gemini, Grok หรือ DeepSeek แต่คือการมองโมเดลเป็นชั้นบริการที่เปลี่ยนได้ แล้วใช้โจทย์ ข้อมูล และมาตรฐานความเสี่ยงของตัวเองตัดสินว่าโมเดลใดควรถูกนำขึ้นใช้งานจริง
Studio Global AI
Use this topic as a starting point for a fresh source-backed answer, then compare citations before you share it.
DeepSeek ยังไม่ได้ชนะ OpenAI, Claude, Gemini หรือ Grok แบบเบ็ดเสร็จ แต่ได้พิสูจน์แล้วว่าโมเดลต้นทุนต่ำและเปิดน้ำหนักสามารถกดดันตลาด AI ระดับแนวหน้าได้ [10][12]
DeepSeek ยังไม่ได้ชนะ OpenAI, Claude, Gemini หรือ Grok แบบเบ็ดเสร็จ แต่ได้พิสูจน์แล้วว่าโมเดลต้นทุนต่ำและเปิดน้ำหนักสามารถกดดันตลาด AI ระดับแนวหน้าได้ [10][12] รายงานเทคนิคของ DeepSeek V3 ระบุว่าโมเดลเด่นด้านโค้ดและคณิตศาสตร์ ขณะที่ IISS มองว่า R1 มีความสามารถด้านเหตุผลใกล้เคียงโมเดลปิดระดับใกล้แนวหน้าอย่าง OpenAI o1 [1][10]
ตัวแปรใหญ่ไม่ใช่แค่คะแนน benchmark แต่คือความไว้วางใจขององค์กร ความปลอดภัยข้อมูล และกฎกำกับ หลังเยอรมนีและออสเตรเลียมีความเคลื่อนไหวจำกัดการใช้ DeepSeek [73][74]