Claude Mythos คือ AI ที่เก่งกาจในการค้นหาช่องโหว่ซอฟต์แวร์ เก่งเสียจนบริษัทผู้สร้างเองไม่กล้าปล่อยให้คนทั่วไปใช้ เพราะกลัวจะถูกแฮกเกอร์หรือรัฐบาลต่างชาตินำไปใช้เป็นอาวุธโจมตีโครงสร้างพื้นฐานสำคัญ [1][2] คำสั่งของรัฐบาลสหรัฐฯ ครอบคลุมกว้างขวางมากถึงขั้นห้ามแม้แต่พนักงานของ Anthropic ที่เป็นชาวต่างชาติใช้งานโมเดลที่พว...

Create a landscape editorial hero image for this Studio Global article: What is Anthropic's Mythos AI, why was its general release blocked, and what led the Trump administration to order Anthropic on June 12, 202. Article summary: *Anthropic's Mythos AI** is a new class of large language model, first announced on April 7, 2026, that is exceptionally capable at finding and exploiting software vulnerabilities — a cybersecurity tool Anthropic itself . Topic tags: deepresearch, news, general web, user generated. Reference image context from search candidates: Reference image 1: visual subject "US Orders Anthropic to Block Foreign Access to Mythos. The US government has ordered Anthropic PBC to disable access to its most advanced AI models, such as Mythos and Fable 5, for" source context "US Orders Anthropic to Block Foreign Access to Mythos - Bloomberg" Reference image 2: visual subject "US
ชีวิตของโมเดลปัญญาประดิษฐ์ที่ก้าวหน้าที่สุดของ Anthropic ในมือของสาธารณชนนั้น กินเวลาเพียงแค่สามวันเท่านั้น ในวันที่ 12 มิถุนายน ปี 2026 รัฐบาลสหรัฐฯ ได้มีคำสั่งให้บริษัทตัดการเข้าถึงโมเดลในตระกูล Mythos ทั้งหมดสำหรับชาวต่างชาติโดยทันที ผลลัพธ์คือ Anthropic ซึ่งไม่สามารถบังคับใช้ข้อจำกัดเรื่องสัญชาติกับผลิตภัณฑ์ที่เปิดใช้งานอยู่ได้ ต้องยุติการเข้าถึงสำหรับทุกคน การปิดระบบครั้งนี้ถือเป็นการแทรกแซงที่ดุเดือดที่สุดของสหรัฐฯ ต่อระบบ AI Frontier และเป็นบทใหม่ในความขัดแย้งที่ทวีความรุนแรงขึ้นระหว่างความมั่นคงแห่งชาติและปัญญาประดิษฐ์
Claude Mythos คือโมเดลภาษาขนาดใหญ่ที่พัฒนาโดย Anthropic และถูกจัดให้อยู่เหนือกว่าโมเดล Claude 4 ที่เปิดให้บุคคลทั่วไปใช้ มันอยู่ในกลุ่ม "Mythos class" ใหม่ล่าสุดที่บริษัทเปิดเผยครั้งแรกเมื่อวันที่ 7 เมษายน ปี 2026 สิ่งที่ทำให้ Mythos แตกต่างจากโมเดล Frontier อื่นๆ ไม่ใช่ความฉลาดรอบด้าน แต่เป็นความสามารถขั้นสุดยอดในการค้นหาและใช้ประโยชน์จากช่องโหว่ของซอฟต์แวร์
ในเอกสาร System Card ของตัวเอง Anthropic เรียกขีดความสามารถของโมเดลนี้ว่าเป็น "จุดเปลี่ยนสำคัญของโลกไซเบอร์" (Cybersecurity Reckoning) โดยระบุว่ามันสามารถค้นหา "ช่องโหว่ที่มีความรุนแรงสูง" ในระบบปฏิบัติการหลักและเว็บเบราว์เซอร์ต่างๆ ได้ในระดับที่ทำให้การปล่อยให้สาธารณชนใช้งานเป็นเรื่องที่ "ไร้ความรับผิดชอบ" บริษัทจึงเลือกที่จะเปิดการเข้าถึงแบบจำกัดผ่านโปรแกรมแบบรับเชิญที่ชื่อ "Project Glasswing" ซึ่งภายในเดือนมิถุนายน 2026 ได้ขยายจากพันธมิตรที่ผ่านการตรวจสอบราว 40 ราย เป็นประมาณ 200 องค์กร รวมถึง Amazon Web Services, Microsoft, JPMorgan Chase และ CrowdStrike
นับตั้งแต่วันประกาศเปิดตัว Anthropic ได้ระบุชัดเจนว่าไม่มีแผนที่จะปล่อย Mythos ให้บุคคลทั่วไปใช้งาน เหตุผลที่ระบุนั้นตรงไปตรงมา นั่นคือ โมเดลที่เก่งกาจถึงขั้นหาช่องโหว่แบบ Zero-Day ได้เช่นนี้ อาจถูกใช้เป็นอาวุธโดยแฮกเกอร์ผู้ประสงค์ร้ายหรือกลุ่มผู้ไม่หวังดีที่ได้รับการสนับสนุนจากรัฐ เพื่อโจมตีโครงสร้างพื้นฐานที่สำคัญในวงกว้างได้
บริษัทเรียกมาตรการจำกัดนี้ว่า "การเร่งฝ่ายตั้งรับ" (Defensive Acceleration) ซึ่งหมายถึงการทำให้ฝ่ายป้องกันมีแต้มต่อก่อนที่ฝ่ายโจมตีจะตามทัน
เรื่องนี้ไม่ใช่แค่สมมติฐาน ในช่วงปลายเดือนเมษายน 2026 Anthropic ยืนยันว่ากำลังสืบสวนรายงานที่ว่ามีผู้ใช้ที่ไม่ได้รับอนุญาต เข้าถึง Mythos ผ่านสภาพแวดล้อมของผู้ให้บริการบุคคลที่สาม (Third-party Vendor) ได้ เหตุการณ์นี้ยิ่งตอกย้ำจุดยืนของบริษัทว่า การเปิดให้ใช้งานทั่วไปเป็นสิ่งที่เข้ากันไม่ได้กับความปลอดภัย
ในวันที่ 9 มิถุนายน 2026 ท่าทีของ Anthropic เปลี่ยนไปบางส่วน บริษัทได้ปล่อย Fable 5 ซึ่งเป็นโมเดล "ปลอดภัย" สำหรับสาธารณะจากตระกูล Mythos โดยมีข้อจำกัดในการใช้งานกับสาขาที่อ่อนไหว บริษัทอธิบายว่ามันเป็นหนทางให้สาธารณชนได้ทดสอบเทคโนโลยีระดับ Mythos ขณะเดียวกันก็ยังมีมาตรการป้องกัน (Guardrails) ที่คอยปิดกั้นการใช้งานในทางที่ผิด ในเวลาเดียวกัน Anthropic ก็ได้เสนอ Claude Mythos 5 แบบไม่มีข้อจำกัดให้กับพันธมิตรที่ผ่านการตรวจสอบที่มีอยู่เดิม
การเปิดตัวครั้งนี้ได้รับการรายงานข่าวอย่างกว้างขวางว่าเป็นก้าวที่ระมัดระวังสู่การเปิดกว้างมากขึ้น The Guardian รายงานว่า Fable 5 มาพร้อมกับ "ข้อจำกัดในการใช้งานกับสาขาที่อ่อนไหว" ในขณะที่ Fortune บรรยายว่าเป็นการที่ Anthropic "ทำให้โมเดลระดับ Mythos รุ่นแรกพร้อมให้สาธารณชนใช้งาน" เส้นแบ่งระหว่างเวอร์ชันสาธารณะที่ปลอดภัยและเวอร์ชันเต็มสำหรับพันธมิตร ดูเหมือนจะเป็นกลยุทธ์ของ Anthropic ในการจัดการความเสี่ยง
ณ เวลา 17.21 น. ตามเวลาฝั่งตะวันออกของสหรัฐฯ (ET) ในวันที่ 12 มิถุนายน 2026 — เพียงสามวันหลังจากการเปิดตัว Fable 5 — รัฐบาลของอดีตประธานาธิบดีทรัมป์ได้ออกคำสั่งควบคุมการส่งออก (Export Control Directive) ถึง Anthropic คำสั่งนี้กำหนดให้บริษัท "ระงับการเข้าถึง Fable 5 และ Mythos 5 ทั้งหมดสำหรับชาวต่างชาติ (Foreign National) ใดๆ ไม่ว่าจะอยู่ภายในหรือภายนอกประเทศสหรัฐอเมริกา ซึ่งรวมถึงพนักงานของ Anthropic ที่เป็นชาวต่างชาติ"
กระทรวงพาณิชย์สหรัฐฯ (Commerce Department) เป็นผู้ส่งจดหมายฉบับนี้ แต่รัฐบาลอ้างถึง "หน่วยงานความมั่นคงแห่งชาติ" ในวงกว้าง แทนที่จะอ้างอิงจากกฎหมายฉบับใดฉบับหนึ่งเป็นการเฉพาะ ขอบเขตของคำสั่งนี้มันไม่ธรรมดา เพราะครอบคลุมถึงชาวต่างชาติที่พำนักอยู่ในสหรัฐฯ ซึ่งรวมถึงผู้คนที่มีส่วนร่วมในการสร้างโมเดลเหล่านี้ด้วย
ในกฎหมายควบคุมการส่งออกของสหรัฐฯ เรื่องนี้เป็นที่รู้จักในชื่อกฎ "การส่งออกโดยพฤตินัย" (Deemed Export Rule) ซึ่งหมายความว่า การแบ่งปันเทคโนโลยีที่ถูกควบคุมกับชาวต่างชาติภายในประเทศ ก็ถือเป็นการส่งออกไปยังต่างประเทศเช่นกัน
Anthropic พิจารณาแล้วว่า ในทางปฏิบัติบริษัทไม่สามารถบังคับใช้การจำกัดการเข้าถึงตามสัญชาติกับผลิตภัณฑ์ทางการค้าได้ หนทางเดียวที่จะปฏิบัติตามคำสั่งได้คือการปิดระบบ Fable 5 และ Mythos 5 สำหรับทุกคน ในช่วงค่ำของวันที่ 12 มิถุนายน 2026 Anthropic ได้ประกาศการปิดระบบผ่านบัญชี X อย่างเป็นทางการ และยืนยันว่าการเข้าถึงโมเดล Claude อื่นๆ ไม่ได้รับผลกระทบแต่อย่างใด
Anthropic ปฏิบัติตามคำสั่ง แต่ก็ได้ประกาศต่อสาธารณะว่ารัฐบาล "ตัดสินใจผิดพลาดในครั้งนี้" บริษัทให้เหตุผลว่า การตัดการเข้าถึงของนักวิจัยความปลอดภัยที่ถูกต้องตามกฎหมาย รวมถึงชาวต่างชาติที่มีส่วนร่วมอย่างมากในบุคลากรด้าน AI จะทำให้โลกอินเทอร์เน็ตปลอดภัยน้อยลง ไม่ใช่ปลอดภัยมากขึ้น
ซีอีโอ Dario Amodei ได้รับจดหมายจากรัฐมนตรีกระทรวงพาณิชย์ Howard Lutnick โดยตรง
ข้อพิพาทนี้เผยให้เห็นความขัดแย้งที่ลึกซึ้งกว่านั้น นั่นคือ Anthropic มีชื่ออยู่ในบัญชีดำของกระทรวงกลาโหมสหรัฐฯ (Pentagon) ที่จัดประเภทว่าบริษัทมีความเสี่ยงสูงเกินไปสำหรับการใช้งานโดยภาครัฐ และในตอนนี้กระทรวงพาณิชย์ก็กำลังจำกัดการใช้โมเดลที่ล้ำหน้าที่สุดของบริษัทในระดับนานาชาติไปพร้อมๆ กัน
รายงานบางฉบับชี้ว่า ชนวนเหตุโดยเฉพาะของคำสั่งนี้อาจเป็นช่องโหว่ที่ทำให้สามารถเจลเบรก (Jailbreak) Fable 5 ได้ The Independent รายงานว่า Andy Jassy ซีอีโอของ Amazon ได้แสดงความกังวลกับเจ้าหน้าที่สหรัฐฯ เกี่ยวกับช่องโหว่ดังกล่าว ซึ่งอาจทำให้โมเดลทำงานได้นอกเหนือมาตรการป้องกันที่ตั้งใจไว้ ทางด้าน Anthropic ก็โต้กลับ โดยให้เหตุผลว่า "ช่องโหว่เจลเบรกที่อาจเกิดขึ้นได้ในวงแคบๆ" ไม่ควรเป็นเหตุผลให้เรียกคืนโมเดลเชิงพาณิชย์ที่นักวิจัยจำนวนนับล้านใช้ในการปกป้องเครือข่าย
รัฐบาลไม่ได้ยืนยันข้อกังวลด้านความปลอดภัยที่เป็นรูปธรรมต่อสาธารณะ
อำนาจทางกฎหมายที่แน่ชัดซึ่งรัฐบาลใช้อ้างนั้น ยังไม่มีการเปิดเผยรายละเอียดต่อสาธารณะ แม้ว่ามีแนวโน้มว่าจะมีรากฐานมาจากกฎหมายว่าด้วยอำนาจทางเศรษฐกิจฉุกเฉินระหว่างประเทศ (International Emergency Economic Powers Act - IEEPA) หรือกฎระเบียบบริหารการส่งออก (Export Administration Regulations) ข้อมูลข่าวกรองหรือเหตุการณ์ที่แน่ชัดซึ่งเป็นต้นเหตุของการดำเนินการในวันที่ 12 มิถุนายน ก็ยังไม่ถูกเปิดเผยเช่นกัน TechCrunch ให้ข้อสังเกตว่า คำเตือนซ้ำๆ ของ Anthropic เองเกี่ยวกับอันตรายของ Mythos อาจ "ส่งผลย้อนกลับ" (Backfire) โดยดึงดูดความสนใจจากภาครัฐซึ่งนำไปสู่การตอบสนองที่ดุเดือดเกินกว่าที่บริษัทคาดไว้
ความกว้างขวางของคำสั่งนี้ก่อให้เกิดคำถามปลายเปิดมากมาย มันหมายรวมถึง "ชาวต่างชาติทั้งหมด" โดยไม่มีความแตกต่างระหว่างรัฐที่เป็นปรปักษ์กับรัฐพันธมิตรอย่างสหราชอาณาจักร ญี่ปุ่น หรือออสเตรเลีย แต่อย่างใด เราไม่ทราบแน่ชัดว่าในที่สุดแล้ว Anthropic จะสามารถเปิดให้บริการโมเดลระดับ Mythos เฉพาะในสหรัฐฯ ได้หรือไม่ และประเด็นที่ยังไม่มีคำตอบและเป็นเรื่องเร่งด่วนสำหรับอุตสาหกรรมก็คือ ห้องทดลอง AI Frontier อื่นๆ อย่าง OpenAI, Google DeepMind จะต้องเผชิญกับคำสั่งควบคุมการส่งออกที่คล้ายคลึงกันสำหรับระบบที่ก้าวหน้าที่สุดของพวกเขาในอนาคตหรือไม่
สิ่งที่ชัดเจนคือ การปิดระบบครั้งนี้คือจุดเปลี่ยน บริษัทที่พยายามบริหารความเสี่ยงด้วยการจำกัดการเข้าถึงด้วยความสมัครใจ ถูกแทนที่ด้วยคำสั่งของรัฐบาลที่ตัดสินว่า แม้แต่เวอร์ชันสาธารณะที่ถูกจำกัดความสามารถก็ยังอันตรายเกินกว่าที่จะแพร่กระจายไปยังต่างประเทศได้ การปะทะกันระหว่างความปลอดภัยที่เกิดจากความสมัครใจและมาตรการควบคุมการส่งออกแบบบังคับ ได้ย้ายจากโลกของทฤษฎีมาสู่การปฏิบัติแล้ว
Studio Global AI
Use this topic as a starting point for a fresh source-backed answer, then compare citations before you share it.
Claude Mythos คือ AI ที่เก่งกาจในการค้นหาช่องโหว่ซอฟต์แวร์ เก่งเสียจนบริษัทผู้สร้างเองไม่กล้าปล่อยให้คนทั่วไปใช้ เพราะกลัวจะถูกแฮกเกอร์หรือรัฐบาลต่างชาตินำไปใช้เป็นอาวุธโจมตีโครงสร้างพื้นฐานสำคัญ [1][2]
Claude Mythos คือ AI ที่เก่งกาจในการค้นหาช่องโหว่ซอฟต์แวร์ เก่งเสียจนบริษัทผู้สร้างเองไม่กล้าปล่อยให้คนทั่วไปใช้ เพราะกลัวจะถูกแฮกเกอร์หรือรัฐบาลต่างชาตินำไปใช้เป็นอาวุธโจมตีโครงสร้างพื้นฐานสำคัญ [1][2] คำสั่งของรัฐบาลสหรัฐฯ ครอบคลุมกว้างขวางมากถึงขั้นห้ามแม้แต่พนักงานของ Anthropic ที่เป็นชาวต่างชาติใช้งานโมเดลที่พวกเขาสร้างขึ้นมาเอง บริษัทระบุว่ารัฐบาล "ตัดสินใจผิดพลาด" และการปิดระบบนี้อาจทำให้โลกอินเทอร์เน็ตปลอดภัย...
นี่คือการแทรกแซงภาครัฐที่รุนแรงที่สุดในประวัติศาสตร์ AI Frontier และเป็นการยกระดับข้อถกเถียงเชิงนโยบายว่าวอชิงตันควรควบคุมเครื่องมือที่มีศักยภาพทางไซเบอร์ที่ทรงพลังเหล่านี้อย่างไร [14]
Loading comments...
Comments
0 comments