บิตคอยน์ขยับขึ้นใกล้ 87,000 ดอลลาร์หลังตัวเลขจ้างงานสหรัฐฯ เดือนกันยายนออกมาอ่อนแอ แต่การดีดตัวครั้งนั้นยังไม่ใช่สัญญาณว่าราคาฟื้นตัวอย่างมั่นคง ภาพตลาดลดความเป็นไปได้ที่ธนาคารกลางสหรัฐฯ (เฟด) จะขึ้นดอกเบี้ยในการประชุมเดือนตุลาคม ทว่าแรงซื้อจากการปิดสถานะชอร์ตจำนวนมากเกิดขึ้นก่อนประกาศข้อมูลเสียอีก หลังจากนั้นราคาก็ถอยกลับมาแถว 85,500 ดอลลาร์ ขณะที่ยังไม่มีหลักฐานชัดเจนว่าผู้ซื้อในตลาดซื้อขายจริงเข้ามารับช่วงต่อ
12
16
ตัวเลขจ้างงานช่วยคลายแรงกดดัน แต่ไม่ได้รับประกันว่าราคาจะขึ้นต่อ
สหรัฐฯ เพิ่มการจ้างงาน 29,000 ตำแหน่งในเดือนกันยายน ต่ำกว่าที่คาดการณ์ไว้มาก หลังรายงานออกมา Glassnode ประเมินว่าโอกาสที่เฟดจะขึ้นดอกเบี้ย 0.25 จุดเปอร์เซ็นต์ในการประชุมวันที่ 28 ตุลาคม ลดจาก 66% เมื่อวันที่ 28 กันยายน เหลือ 22% ภายในวันที่ 2 ตุลาคม การเปลี่ยนแปลงนี้ช่วยลดแรงกดดันอย่างหนึ่งต่อสินทรัพย์เสี่ยง แต่ไม่ได้หมายความว่าเฟดลดดอกเบี้ยแล้ว หรือมีแรงซื้อบิตคอยน์ระยะยาวเพิ่มขึ้นโดยอัตโนมัติ
2
12
อีกด้านหนึ่ง อัตราผลตอบแทนพันธบัตรรัฐบาลสหรัฐฯ อายุ 10 ปียังเป็นปัจจัยคานไว้ รายงานตลาดระบุว่าข้อมูลจ้างงานที่อ่อนแอลดความคาดหวังต่อดอกเบี้ยนโยบาย แต่ไม่ได้ทำให้อัตราผลตอบแทนระยะยาวลดลงต่อเนื่อง จึงเป็นเหตุผลหนึ่งที่ข่าวซึ่งดูเป็นบวกต่อสินทรัพย์เสี่ยงไม่ได้ส่งให้บิตคอยน์ขึ้นต่อไม่หยุด
3
5
อ่านสัญญาณตลาด: การปิดชอร์ตไม่เท่ากับแรงซื้อระยะยาว
แรงบีบสถานะชอร์ตช่วยเร่งราคา
ระหว่างที่ราคาขยับขึ้น มีรายงานว่าการปิดสถานะชอร์ตบิตคอยน์มีมูลค่ามากกว่า 120 ล้านดอลลาร์ ขณะที่มูลค่าสถานะคงค้างในตลาดอนุพันธ์เพิ่มเป็น 56,200 ล้านดอลลาร์ เมื่อผู้ถือสถานะชอร์ตต้องซื้อคืนเพื่อปิดสถานะ แรงซื้อที่เกิดขึ้นอาจช่วยเร่งให้ราคาพุ่ง แต่ไม่ได้บอกว่านักลงทุนกำลังสะสมบิตคอยน์ในตลาดซื้อขายจริงเพื่อถือระยะยาว
19
24
จังหวะเวลาก็สำคัญเช่นกัน Glassnode ระบุว่าคลื่นแรงซื้อจากการปิดสถานะที่ใหญ่ที่สุดของสัปดาห์เกิดขึ้นก่อนประกาศตัวเลขจ้างงาน ดังนั้นจึงไม่ควรตีความการพุ่งขึ้นของราคาเป็นปฏิกิริยาตรงๆ ต่อรายงานจ้างงานเพียงอย่างเดียว
16
ตลาดฟิวเจอร์สต้องมีตลาดซื้อขายจริงช่วยยืนยัน
ก่อนหน้านั้น สถานะคงค้างรวมในตลาดฟิวเจอร์สบิตคอยน์ลดลง โดย Bitfinex ระบุว่าตัวเลขดังกล่าวลงไปอยู่ระดับต่ำสุดนับตั้งแต่เดือนมกราคมเมื่อวันที่ 29 กันยายน การลดลงนี้บ่งชี้ว่ามีการใช้เลเวอเรจน้อยลงเมื่อเทียบกับช่วงก่อนหน้า แต่ไม่ได้ชี้ด้วยตัวเองว่าผู้ซื้อหรือผู้ขายจะเป็นฝ่ายคุมทิศทางราคาในรอบถัดไป
17
การฟื้นตัวจะน่าเชื่อถือขึ้นหากมีปริมาณซื้อขายในตลาดจริงเพิ่มขึ้นมาประกอบ รายงานตลาดที่มีอยู่ระบุว่าวอลุ่มบิตคอยน์ยังต่ำกว่าค่าเฉลี่ย หลังราคาขยับผ่าน 87,000 ดอลลาร์ได้เพียงช่วงสั้นๆ
10
เงินไหลเข้า ETF ยังไม่ต่อเนื่อง
กระแสเงินของกองทุน ETF บิตคอยน์แบบสปอตในสหรัฐฯ ให้สัญญาณไม่สม่ำเสมอ: วันที่ 30 กันยายน กองทุนมีเงินไหลออกสุทธิ 148.7 ล้านดอลลาร์ หลังจากมีเงินไหลเข้าต่อเนื่อง ขณะที่อีกรายงานระบุว่ามีเงินไหลเข้าสุทธิ 102.7 ล้านดอลลาร์ในวันที่ 1 ตุลาคม ตัวเลขเหล่านี้แสดงให้เห็นว่าทิศทางเงินทุนเปลี่ยนไปมา แต่ยังยืนยันไม่ได้ว่าแรงซื้อผ่าน ETF ดำเนินต่อหลังประกาศตัวเลขจ้างงานหรือไม่
18
25
12
ความแตกต่างนี้สำคัญ เพราะการปิดชอร์ตอาจดันราคาได้ชั่วคราว ส่วนแรงซื้อในตลาดจริงที่ต่อเนื่องจะเป็นหลักฐานที่หนักแน่นกว่าว่ามีผู้ซื้อคอยประคองการฟื้นตัว ข้อมูลที่มีในขณะนี้ยังไม่แสดงว่าเงินไหลเข้า ETF หรือวอลุ่มตลาดจริงหลังรายงานจ้างงานแข็งแรงพอจะยืนยันแรงหนุนดังกล่าว
12
24
ผู้ถือบางส่วนอาจขายเมื่อราคาเข้าใกล้ทุน
การที่บิตคอยน์ยังยืนเหนือช่วงกลาง 80,000 ดอลลาร์ได้ยากก็เป็นอีกประเด็น รายงานหนึ่งประเมินว่ามีปริมาณบิตคอยน์จำนวนมากที่ราคาใกล้จุดคุ้มทุนของผู้ถืออยู่ระหว่าง 84,000–86,500 ดอลลาร์ ผู้ถือบางรายอาจเลือกขายเมื่อราคากลับมาใกล้ระดับที่ซื้อไว้ ทั้งนี้เป็นเพียงประมาณการภาวะตลาด ไม่ใช่ข้อมูลต้นทุนที่แม่นยำของผู้ถือทุกราย
18
ระดับราคาและข้อมูลที่ควรจับตา
- บริเวณ 85,000 ดอลลาร์: การประคองราคาแถวนี้ช่วยรักษาภาพการฟื้นตัวได้ แต่ราคาเพียงอย่างเดียวยังไม่ใช่หลักฐานยืนยัน หลังรายงานจ้างงาน ราคายังต่ำกว่าบริเวณ 86,000 ดอลลาร์ที่ทำได้ก่อนหน้านั้น
12
- ช่วงประมาณ 86,000–87,000 ดอลลาร์: หากราคากลับขึ้นไปยืนเหนือช่วงนี้ได้พร้อมวอลุ่มตลาดซื้อขายจริงที่แข็งแรงขึ้น กรณีที่มีแรงซื้อรองรับจะน่าเชื่อถือกว่าเดิม ระหว่างการขึ้นวันที่ 2 ตุลาคม บิตคอยน์เคยแตะ 86,857 ดอลลาร์ ก่อนแรงส่งจะอ่อนลง
10
19
- ช่วง 82,000–85,000 ดอลลาร์: หากราคากลับเข้าสู่กรอบที่เคยซื้อขายก่อนหน้านี้ ภาพการทะลุแนวต้านจะอ่อนแรงลง ส่วนบริเวณ 82,000–82,500 ดอลลาร์เป็นแนวรับที่รายงานตลาดระบุให้จับตา
18
8
- เงินไหลเข้า ETF และวอลุ่มตลาดจริง: ข้อมูลเงินไหลเข้าใหม่และกิจกรรมซื้อขายจะช่วยแยกได้ว่ามีความต้องการซื้อบิตคอยน์จริงต่อเนื่อง หรือเป็นการขยับขึ้นที่ขับเคลื่อนโดยตลาดอนุพันธ์เป็นหลัก
12
10
- เงินเฟ้อและอัตราผลตอบแทนพันธบัตร: รายงานเงินเฟ้อสหรัฐฯ ที่กำหนดเผยแพร่วันที่ 14 ตุลาคมเป็นบททดสอบถัดไปของทั้งบิตคอยน์และอัตราผลตอบแทนพันธบัตร แม้ตัวเลขเงินเฟ้อหรือการจ้างงานจะออกมาอ่อน ก็ยังยืนยันการฟื้นตัวระยะยาวไม่ได้ หากอัตราผลตอบแทนระยะยาวยังสูงและแรงซื้อในตลาดจริงไม่ตามมา
5
3
โดยรวมแล้ว ภาพที่เห็นคือการฟื้นตัวที่ยังมีเงื่อนไข ไม่ใช่การทะลุแนวต้านที่ยืนยันแล้ว ตัวเลขจ้างงานที่อ่อนช่วยให้แนวโน้มดอกเบี้ยระยะใกล้ดูเป็นมิตรขึ้น แต่จังหวะการปิดชอร์ต กระแสเงิน ETF ที่ผันผวน วอลุ่มที่ยังซบเซา และแรงกดดันจากอัตราผลตอบแทนพันธบัตร ล้วนทำให้คำถามสำคัญยังเปิดอยู่: เมื่อแรงบีบสถานะชอร์ตหมดลงแล้ว จะมีผู้ซื้อในตลาดจริงเข้ามาหนุนบิตคอยน์ต่อหรือไม่
12
16
10
3