ภาพใหญ่ยังสอดคล้องกับช่องทางหารือเศรษฐกิจสหรัฐฯ-จีนที่เดินอยู่ก่อนแล้ว รายงานเมื่อ 1 พฤษภาคมระบุว่าเบสเซนต์และเหอ ลี่เฟิง รองนายกรัฐมนตรีจีน ได้ประชุมทางวิดีโอเกี่ยวกับข้อพิพาททางการค้าและความร่วมมือ ก่อนการเดินทางเยือนจีนที่คาดไว้ของทรัมป์ ขณะที่อีกรายงานสรุปมุมมองของเบสเซนต์ว่า ซัมมิตที่ปักกิ่งเป็นโอกาสให้ทรัมป์และสีแลกเปลี่ยนความเห็นและผลักดันฉันทามติเดิมให้เดินหน้าต่อ
ดังนั้น ข้อสรุปที่ระมัดระวังที่สุดคือ โซลน่าจะเป็นส่วนหนึ่งของการเตรียมพื้นฐานด้านเศรษฐกิจและการเงินรอบซัมมิต ไม่ใช่หลักฐานว่าเกาหลีใต้กำลังถือสารลับ เป็นคนกลางเจรจา หรือเข้าร่วมโต๊ะต่อรองสหรัฐฯ-จีนโดยตรง
การแวะโซลยังถูกวางอยู่ในตารางเดินทางเอเชียที่กว้างกว่า โดยรายงานระบุว่าเบสเซนต์มีกำหนดเยือนญี่ปุ่นก่อนเป็นเวลา 3 วัน และคาดว่าจะพบชิเงรุ อิชิบะ นายกรัฐมนตรีญี่ปุ่น รวมถึงคาซูโอะ อุเอดะ ผู้ว่าการธนาคารกลางญี่ปุ่น ก่อนเดินทางมาเกาหลีใต้ 1 วัน แล้วจึงไปจีน
ประเด็นที่จะทำให้การแวะโซลเปลี่ยนจาก “การประสานงานก่อนซัมมิต” ไปเป็นข่าวนโยบายที่มีเนื้อหาหนักขึ้น ได้แก่
ตอนนี้ คำตอบที่หนักแน่นที่สุดยังค่อนข้างตรงไปตรงมา: เบสเซนต์คาดว่าจะไปโซลเพื่อหารือเศรษฐกิจ การเงิน และตลาดอัตราแลกเปลี่ยน ก่อนซัมมิตทรัมป์-สี โดยยังไม่มีรายงานผลลัพธ์หรือข้อตกลงใหม่
Comments
0 comments