บิตคอยน์ปิดที่ราว 80,500 ดอลลาร์เมื่อวันที่ 25 ต.ค. อยู่ใกล้แนวรับที่ตลาดจับตา หลังจากพยายามขึ้นไปยืนในช่วงปลาย 80,000 ดอลลาร์ได้ไม่ต่อเนื่อง
27 ภาพรวมจึงเหมือนแรงซื้อกับแรงขายกำลังดึงกันคนละทาง: ผู้ซื้อเข้าพยุงราคาแถวระดับต่ำ ขณะที่แรงขายมักปรากฏใกล้แนวต้าน
อีกด้านหนึ่ง ตลาดกำลังรอเหตุการณ์สำคัญหลายรายการ ความผันผวนที่ลดลงอาจทำให้การเคลื่อนไหวครั้งต่อไปได้รับความสนใจมากขึ้น แต่ไม่ได้บอกว่าราคาจะขึ้นหรือลง
กรอบราคาที่ตลาดกำลังจับตา
รายงานตลาดระบุแนวรับไว้แถว 80,000–81,500 ดอลลาร์ และแนวต้านประมาณ 86,500–87,700 ดอลลาร์
2
5 ระดับเหล่านี้เป็นแนวราคาที่มีการติดตาม ไม่ใช่เส้นแบ่งที่รับประกันว่าราคาจะไม่หลุดหรือทะลุผ่าน การปิดใกล้ 80,500 ดอลลาร์เมื่อ 25 ต.ค. ทำให้โซนแนวรับด้านล่างยิ่งเป็นจุดที่ตลาดเฝ้าดู
27
ฝั่งบนยังผ่านได้ยาก รายงานหนึ่งระบุว่าบิตคอยน์พยายามทะลุ 87,700 ดอลลาร์ไม่สำเร็จถึงสามครั้ง โดยระดับดังกล่าวใกล้กับต้นทุนเฉลี่ยของผู้ซื้อช่วงหลัง
3 ภาพนี้อาจช่วยอธิบายว่าทำไมแรงขึ้นจึงยังต่อเนื่องได้ยาก แต่ไม่ได้ยืนยันว่าผู้ถือแต่ละรายจะตัดสินใจขายหรือถือ
กระแสเงิน ETF ก็ไม่ได้ให้สัญญาณความต้องการที่ชัดเจนจากข้อมูลเพียงวันเดียว ETF บิตคอยน์แบบสปอตของสหรัฐฯ มีเงินไหลเข้าสุทธิ 528.4 ล้านดอลลาร์เมื่อ 21 ต.ค. ก่อนมีเงินไหลออก 635.5 ล้านดอลลาร์ในวันที่ 22 ต.ค. รวมสองวันแล้วเป็นเงินไหลออกสุทธิประมาณ 107 ล้านดอลลาร์
17 ตัวเลขที่พลิกอย่างรวดเร็วสะท้อนกระแสเงินที่ไม่สม่ำเสมอ แต่ยังไม่เพียงพอจะยืนยันว่าความต้องการของนักลงทุนเปลี่ยนไปในระยะยาว
เหตุการณ์ที่ตลาดรออยู่
การตัดสินใจเรื่องอัตราดอกเบี้ยของธนาคารกลางสหรัฐฯ (เฟด) ในวันที่ 28 ต.ค. เป็นหนึ่งในปัจจัยใกล้ตัวที่ตลาดติดตาม นอกจากนี้ยังมีผลประกอบการตามกำหนดของ Strategy ในวันที่ 29 ต.ค. และการเลือกตั้งกลางเทอมของสหรัฐฯ ในวันที่ 3 พ.ย.
9
21
34
44 เหตุการณ์เหล่านี้อาจเปลี่ยนความคาดหวังหรือความกล้าเสี่ยงของนักลงทุน แต่ไม่มีเหตุการณ์ใดกำหนดทิศทางบิตคอยน์ได้เพียงลำพัง
- การประชุมเฟด: รายงานตลาดกล่าวถึงความคาดหวังว่าจะคงดอกเบี้ยในการประชุม 28 ต.ค. ขณะที่อีกกระแสข่าวจับตาความเป็นไปได้ของการขึ้นดอกเบี้ยในภายหลัง
21
30 ความคาดหวังเรื่องดอกเบี้ยเปลี่ยนแปลงได้ จึงไม่ควรถือว่าตัวเลขโอกาสขึ้นดอกเบี้ย 19.4% ที่กล่าวถึงในคำถามได้รับการยืนยันจากข้อมูลที่มี ปฏิกิริยาของตลาดต่อมติและสัญญาณประกอบอาจสำคัญกว่าตัวเลขดอกเบี้ยเพียงอย่างเดียว
- ผลประกอบการของ Strategy: บริษัทมีกำหนดรายงานผลประกอบการไตรมาส 3 ในวันที่ 29 ต.ค.
44 นักลงทุนอาจมองหาข้อมูลเกี่ยวกับการถือครองบิตคอยน์และแผนซื้อเพิ่มเติม ผลต่อราคาจะขึ้นอยู่กับสิ่งที่บริษัทเปิดเผยและการตีความของตลาด กิจกรรมของบริษัทเดียวไม่ใช่ตัวแทนความต้องการจากนักลงทุนสถาบันทั้งหมด
- งบบริษัทเทคโนโลยีขนาดใหญ่และข่าวเศรษฐกิจ: รายงานตลาดยังชี้ถึงผลประกอบการของบริษัทเทคโนโลยีขนาดใหญ่ ภาษีศุลกากร และความตึงเครียดทางภูมิรัฐศาสตร์ว่าเป็นแหล่งความไม่แน่นอน
31
34 ปัจจัยเหล่านี้อาจมีผลต่อความอยากรับความเสี่ยงในตลาดโดยรวม แต่ยังระบุผลต่อบิตคอยน์ล่วงหน้าไม่ได้
- การเลือกตั้งกลางเทอมสหรัฐฯ: การเลือกตั้งวันที่ 3 พ.ย. เป็นอีกเหตุการณ์ที่นักลงทุนติดตาม
9
34 ผลการเลือกตั้งและปฏิกิริยาทางการเมืองอาจมีผลต่อความเชื่อมั่น แต่ตัวผลเลือกตั้งเพียงอย่างเดียวไม่ได้ชี้ว่าราคาบิตคอยน์จะไปทางใด
ความผันผวนต่ำบอกว่าตลาดสงบลง ไม่ได้บอกทิศทาง
มีรายงานว่า Deribit DVOL ซึ่งเป็นดัชนีที่สะท้อนความผันผวนที่ตลาดออปชันคาดไว้ อยู่ที่ 37.3 ต่ำกว่าค่าที่พบในเกือบ 9 ใน 10 วันนับตั้งแต่ปี 2024
7 ขณะที่ K33 ระบุว่าความผันผวนจริงในช่วง 28 วันของบิตคอยน์ลดลงเหลือ 1.2% ใกล้ระดับต่ำสุดของปี 2026
9 ตัวชี้วัดเหล่านี้บอกว่าความผันผวนอยู่ในระดับต่ำ ไม่ใช่คำทำนายว่าราคาจะเป็นขาขึ้นหรือขาลง
การหมดอายุของสัญญาออปชันในวันที่ 30 ต.ค. ซึ่งมีมูลค่าตามสัญญาที่รายงานไว้ราว 12,000 ล้านดอลลาร์ เป็นอีกเหตุการณ์ที่ตลาดให้ความสนใจ
7 อย่างไรก็ตาม มูลค่าตามสัญญานี้ไม่ได้หมายความว่าจะต้องมีการซื้อหรือขายบิตคอยน์ในตลาดสปอตเป็นมูลค่าเท่ากัน การหมดอายุอาจส่งผลต่อสถานะลงทุนและการป้องกันความเสี่ยง แต่ดูจากตัวเลขรวมเพียงอย่างเดียวไม่ได้ว่าจะกระทบราคาไปในทิศทางใด
อะไรจะช่วยยืนยันการทะลุกรอบหรือการหลุดแนวรับ?
- ยังเป็นตลาดในกรอบ: ราคายังมีแรงซื้อบริเวณ 80,000–81,500 ดอลลาร์ และพบแรงต้านแถว 86,500–87,700 ดอลลาร์
2
5
- สัญญาณบวกที่ชัดขึ้น: ราคาขึ้นเหนือโซนแนวต้านและยืนอยู่ได้ โดยมีแรงซื้อในตลาดสปอตต่อเนื่อง การดีดขึ้นชั่วครู่จากการบังคับปิดสถานะของผู้ขายชอร์ตเพียงอย่างเดียวยังสรุปได้ไม่มาก
- สัญญาณลบที่ชัดขึ้น: ราคายังอยู่ต่ำกว่าโซนแนวรับหลังพยายามฟื้นตัวไม่สำเร็จ ซึ่งจะทำให้มุมมองว่าราคายังแกว่งอยู่ในกรอบมีน้ำหนักลดลง แต่ไม่ได้ยืนยันด้วยตัวมันเองว่าบิตคอยน์ต้องกลับไปทดสอบจุดต่ำสุดเดือนกรกฎาคม
ข้อสังเกตที่ว่าบิตคอยน์ทำจุดต่ำสุดหลังการเลือกตั้งกลางเทอมสหรัฐฯ ครั้งก่อน ๆ ราว 13–71 วัน อ้างอิงเพียงสามรอบการเลือกตั้งที่ผ่านมา จึงยังใช้เป็นกฎจับเวลาไม่ได้ และไม่ได้พิสูจน์ว่าการเลือกตั้งเป็นสาเหตุของจุดต่ำสุดเหล่านั้น
20 ข้อมูลนี้ก็ยังไม่ตอบว่าระดับต่ำสุดที่รายงานไว้เมื่อ 1 ก.ค. ที่ 57,718 ดอลลาร์เป็นจุดต่ำสุดของรอบตลาดหรือไม่
สำหรับผู้ที่พยายามแยกการกระชากของราคาออกจากการเปลี่ยนแนวโน้ม ประเด็นสำคัญคือหลังมีข่าวหรือเหตุการณ์แล้ว ราคายืนอยู่นอกกรอบได้หรือไม่ และกระแสซื้อขายในตลาดสปอตหนุนการเคลื่อนไหวนั้นหรือเปล่า หากยังไม่มีหลักฐานดังกล่าว ภาพความผันผวนต่ำและปฏิทินข่าวที่แน่นก็สะท้อนความไม่แน่นอน มากกว่าจะเป็นสัญญาณยืนยันการทะลุกรอบไปด้านใดด้านหนึ่ง