ก่อนหน้านี้ยังมีรายงานว่าบริษัทได้รับข้อเสนอระดมทุนล่วงหน้าในช่วง 40–50 พันล้านดอลลาร์ ที่มูลค่าระหว่าง 850–900 พันล้านดอลลาร์ ซึ่งสะท้อนความต้องการลงทุนในบริษัท AI ระดับแนวหน้าอย่างมาก
การเพิ่มขึ้นของมูลค่าครั้งนี้ถือว่าเร็วมาก
ในเดือน กุมภาพันธ์ 2026 Anthropic เพิ่งระดมทุน 30 พันล้านดอลลาร์ในรอบ Series G ซึ่งทำให้บริษัทมีมูลค่า 380 พันล้านดอลลาร์หลังเงินลงทุน (post‑money)
หากรอบใหม่ปิดดีลที่ประมาณ 900 พันล้านดอลลาร์ จะหมายความว่า
รอบเดือนกุมภาพันธ์นำโดย GIC และ Coatue และมีผู้ร่วมลงทุนอีกหลายราย เช่น D. E. Shaw Ventures, Dragoneer, Founders Fund, ICONIQ และ MGX
การเพิ่มมูลค่าของ Anthropic เกิดขึ้นท่ามกลางกระแสการลงทุนครั้งใหญ่ในบริษัท AI ชั้นนำ
หาก Anthropic แตะระดับ 900 พันล้านดอลลาร์ จริง จะ
การแข่งขันระหว่างสองบริษัทนี้ โดยเฉพาะในตลาด เครื่องมือ AI สำหรับองค์กรและนักพัฒนา กำลังกลายเป็นหนึ่งในศึกสำคัญของอุตสาหกรรมเทคโนโลยี
เหตุผลสำคัญที่นักลงทุนยอมให้มูลค่าระดับนี้คือ การเติบโตของรายได้ที่เร็วมาก
ข้อมูลประมาณการระบุว่า รายได้แบบ annualized ของ Anthropic เพิ่มจากประมาณ 9 พันล้านดอลลาร์ปลายปี 2025 เป็นมากกว่า 30 พันล้านดอลลาร์ภายในเดือนเมษายน 2026 จากการใช้งาน Claude ในภาคธุรกิจ
ปัจจัยที่ผลักดันการเติบโต ได้แก่
นอกจากนี้ จำนวนลูกค้าที่ใช้จ่าย มากกว่า 100,000 ดอลลาร์ต่อปี บน Claude เพิ่มขึ้นประมาณ 7 เท่าในหนึ่งปี
แม้รายได้จะเติบโตอย่างรวดเร็ว แต่ยังไม่มีหลักฐานชัดเจนว่า Anthropic มีกำไรแล้ว
บริษัท AI ระดับแนวหน้ามักต้องแบกรับต้นทุนสูง เช่น
ดังนั้นการลงทุนในปัจจุบันสะท้อน ความคาดหวังต่อกำไรในอนาคต มากกว่าผลกำไรในปัจจุบัน
เงินทุนใหม่ส่วนใหญ่มีแนวโน้มจะใช้สำหรับ ขยายกำลังประมวลผล (compute infrastructure) ซึ่งเป็นคอขวดสำคัญของการพัฒนาโมเดล AI รุ่นใหม่
Anthropic ได้ประกาศความร่วมมือด้านโครงสร้างพื้นฐานหลายรายการ เช่น
Amazon (AWS)
บริษัทได้ขยายความร่วมมือกับ Amazon โดยได้รับ กำลังประมวลผลสูงสุดถึง 5 กิกะวัตต์ และให้คำมั่นว่าจะใช้เทคโนโลยี AWS มูลค่ามากกว่า 100 พันล้านดอลลาร์ในช่วง 10 ปี
Google และ Broadcom
Anthropic ยังทำข้อตกลงกับ Google และ Broadcom เพื่อใช้ TPU รุ่นใหม่หลายกิกะวัตต์ ซึ่งคาดว่าจะเริ่มใช้งานตั้งแต่ปี 2027
ศูนย์ข้อมูลของ SpaceX
บริษัทได้เข้าถึงกำลังประมวลผลมากกว่า 300 เมกะวัตต์ หรือเทียบเท่ากับ GPU ของ Nvidia มากกว่า 220,000 ตัว ผ่านความร่วมมือด้านดาต้าเซ็นเตอร์กับ SpaceX
แนวโน้มนี้สะท้อนว่าบริษัท AI ชั้นนำกำลังพัฒนาไปสู่การเป็น บริษัทโครงสร้างพื้นฐานด้านคอมพิวต์ขนาดมหึมา ไม่ใช่แค่ผู้พัฒนาโมเดลเท่านั้น
การระดมทุนขนาดใหญ่ระดับนี้ยังทำให้ Anthropic ถูกมองว่าอาจเป็นหนึ่งใน IPO เทคโนโลยีที่ใหญ่ที่สุดในอนาคต
ปัจจัยที่สนับสนุนความเป็นไปได้ ได้แก่
รายงานระบุว่ารายได้ต่อปีของบริษัทอาจเกิน 30 พันล้านดอลลาร์แล้ว ซึ่งใกล้เคียงกับขนาดของบริษัทมหาชนมากกว่าสตาร์ตอัปทั่วไป
อย่างไรก็ตาม ยังไม่มีการยื่นเอกสาร IPO อย่างเป็นทางการ หรือประกาศไทม์ไลน์ชัดเจนในขณะนี้
กระแสการระดมทุนรอบนี้สะท้อนการเปลี่ยนมุมมองของนักลงทุนต่อบริษัท AI ระดับแนวหน้า
จากเดิมที่ถูกมองเป็นห้องวิจัยหรือสตาร์ตอัปทดลอง ปัจจุบันตลาดเริ่มประเมินพวกเขาเป็น แพลตฟอร์มโครงสร้างพื้นฐานระดับโลก ที่อาจรองรับซอฟต์แวร์ คลาวด์ และระบบอัตโนมัติในยุคถัดไป
คำถามสำคัญในระยะยาวจึงไม่ใช่เพียงว่า AI จะเติบโตเร็วแค่ไหน แต่คือ
บริษัท AI จะสามารถเปลี่ยนความต้องการมหาศาลนี้ให้กลายเป็นธุรกิจที่ทำกำไรได้อย่างยั่งยืนในระดับโลกหรือไม่
Comments
0 comments