การรุกของรัสเซียช้าลงเพราะยูเครนแย่งชิงจังหวะในสนามรบมากขึ้น ผ่านโดรน การโต้กลับเฉพาะพื้นที่ และการโจมตีระยะกลาง ขณะที่รัสเซียจ่ายต้นทุนสูงเพื่อพื้นที่เล็กน้อย ปัญหาการรับสมัครทหารสัญญาจ้างและแรงกดดันด้านการสื่อสาร เช่น ข้อจำกัดต่อการใช้ Starlink และความพยายามคุม Telegram ยิ่งเพิ่มแรงเสียดทานในปฏิบัติการของรัสเซีย ร...

Create a landscape editorial hero image for this Studio Global article: Why has Russia’s military advance in Ukraine slowed to its weakest pace since 2023?. Article summary: Russia’s advance has slowed because Ukraine is contesting the initiative more effectively while Russia is paying high manpower costs for very small gains. Recent ISW-linked reporting says Russian forces made almost no ne. Topic tags: general, general web. Reference image context from search candidates: Reference image 1: visual subject "Despite Kremlin claims of battlefield momentum, Russian forces have advanced just 15 to 70 meters per day in their main offensives since early 2024 – the slowest for any military i" source context "Russia’s Ukraine Offensive Crawls at Slowest Pace in 100 Years – CSIS" Reference image 2: visual subject "Despite Kremlin claims of battlefield momentum, Russian forces have advanced just 1
การรุกของรัสเซียในยูเครนยังไม่หยุด แต่ “ผลลัพธ์ต่อเดือน” ลดลงอย่างชัดเจน ตัวเลขที่สะท้อนภาพนี้มากที่สุดคือพื้นที่ควบคุมได้ใหม่ของรัสเซีย: จาก 319 ตารางกิโลเมตรในเดือนมกราคม 2026 ลดเหลือ 123 ตารางกิโลเมตรในเดือนกุมภาพันธ์ และเหลือเพียง 23 ตารางกิโลเมตรในเดือนมีนาคม ตามรายงานที่อ้างอิงข้อมูลของ ISW หรือ Institute for the Study of War สถาบันวิเคราะห์สงครามในสหรัฐฯ
การวิเคราะห์ที่เชื่อมโยงกับ AFP/ISW ระบุว่า เดือนมีนาคมเป็นครั้งแรกในรอบราว 2 ปีครึ่งที่รัสเซียแทบไม่มีความคืบหน้าด้านพื้นที่ในแนวหน้า ต่อมา ISW ประเมินว่าในเดือนเมษายน กองกำลังรัสเซียเสียการควบคุมพื้นที่สุทธิ 116 ตารางกิโลเมตร ซึ่งเป็นการสูญเสียพื้นที่สุทธิครั้งแรกของรัสเซียในสมรภูมิยูเครน นับตั้งแต่ยูเครนบุกเข้าแคว้นคูร์สกของรัสเซียเมื่อเดือนสิงหาคม 2024
ภาพรวมจึงไม่ใช่รัสเซีย “หมดแรงทันที” แต่เป็นการรุกที่เริ่มได้ผลตอบแทนน้อยลงมาก ปัจจัยสำคัญมาจากหลายด้านพร้อมกัน: ยูเครนโต้กลับและแย่งชิงจังหวะในหลายแนวรบ โดรนทำให้การบุกภาคพื้นดินแพงขึ้น การโจมตีระยะกลางกดดันแนวหลัง และรัสเซียเผชิญปัญหากำลังพลกับแรงเสียดทานด้านการปฏิบัติการ
ISW ระบุในการประเมินวันที่ 2 พฤษภาคม 2026 ว่า อัตราการรุกของรัสเซียลดลงต่อเนื่องตั้งแต่เดือนพฤศจิกายน 2025 เมื่อดูรายเดือน ภาพในต้นปี 2026 เปลี่ยนเร็วมาก:
อย่างไรก็ตาม ตัวเลขเหล่านี้ต้องอ่านด้วยข้อจำกัดของแผนที่แนวรบ: ข้อมูลเดือนมีนาคมและเมษายนที่ถูกอ้างถึงไม่ได้รวมปฏิบัติการแทรกซึมบางส่วนของรัสเซีย หรือพื้นที่ที่ทหารรัสเซียอาจเข้าไปได้แต่ยังไม่ได้ตั้งการควบคุมอย่างมั่นคง กล่าวอีกอย่างคือ ตัวเลขนี้วัด “พื้นที่ที่ควบคุมได้” ไม่ใช่ทุกจุดที่มีกำลังรัสเซียปรากฏอยู่
ในการประเมินวันที่ 31 มีนาคม 2026 ISW ระบุว่า การรุกของรัสเซียช้าลง เพราะกองกำลังยูเครนยังคงแย่งชิงความริเริ่มในแนวหน้าหลายพื้นที่ต่อเนื่องเป็นเวลานาน รายงานเกี่ยวกับการชะลอตัวในเดือนมีนาคมยังชี้ถึงการโต้กลับเฉพาะพื้นที่ของยูเครน รวมถึงในภาคตะวันออกเฉียงใต้ ว่าเป็นหนึ่งในปัจจัยสำคัญ
ความหมายของเรื่องนี้คือ แม้การโต้กลับจะไม่ใช่การบุกทะลวงครั้งใหญ่ แต่ก็ทำให้จังหวะการรุกของรัสเซียสะดุดได้ หากหน่วยรัสเซียต้องหันไปป้องกันพื้นที่ที่เพิ่งยึดได้ รับมือการ probing หรือการลองเชิงของยูเครน และโยกกำลังสำรองไปมาระหว่างแนวรบ ความสามารถในการรวมกำลังเพื่อโจมตีระลอกต่อไปก็ลดลง ผลลัพธ์อาจไม่ใช่ชัยชนะฉับพลันของยูเครน แต่เพียงพอที่จะทำให้แรงกดดันของรัสเซียกลายเป็นการได้พื้นที่เล็กลง หรือในเดือนเมษายนกลายเป็นการเสียพื้นที่สุทธิตามการประเมินของ ISW
UNN รายงานโดยอ้างนักวิเคราะห์ทหารและข้อมูลติดตามแนวหน้าว่า จังหวะการรุกของรัสเซียแย่ลงส่วนหนึ่งเพราะโดรนทำให้ปฏิบัติการของรัสเซียยากขึ้น ควบคู่กับปัญหาในการรับสมัครทหารสัญญาจ้าง
ประเด็นสำคัญไม่ใช่ว่าโดรนเพียงอย่างเดียวหยุดรัสเซียได้ แต่สนามรบที่เต็มไปด้วยโดรนทำให้การโจมตีภาคพื้นดินซ้ำ ๆ มีต้นทุนสูงขึ้นและขยายผลได้ยากขึ้น เมื่อการได้พื้นที่ต่อเดือนเหลือเพียงไม่กี่สิบตารางกิโลเมตร หรือกลายเป็นติดลบ การสูญเสียสูงและการถูกเฝ้าระวังตลอดเวลาย่อมลดผลตอบแทนจากการโจมตีต่อเนื่องลงอย่างชัดเจน
CSIS หรือ Center for Strategic and International Studies ระบุว่าสงครามของรัสเซียเป็นสงครามที่มีต้นทุนมหาศาลเพื่อผลได้จำกัดมาก และประเมินว่ากองกำลังรัสเซียสูญเสียกำลังพลเกือบ 1.2 ล้านนายตั้งแต่เดือนกุมภาพันธ์ 2022 งานวิเคราะห์เดียวกันระบุว่า หลังรัสเซียแย่งความริเริ่มได้ในปี 2024 การรุกที่โดดเด่นที่สุดของรัสเซียเดินหน้าเฉลี่ยเพียง 15–70 เมตรต่อวัน
ภาพการสูญเสียนี้ช่วยอธิบายว่าทำไมปัญหาการรับสมัครกำลังพลจึงสำคัญ UNN รายงานว่ารัสเซียกำลังประสบปัญหาในการรับสมัครทหารสัญญาจ้างให้เพียงพอ ซึ่งบั่นทอนความสามารถในการรักษาจังหวะการโจมตีที่มีการสูญเสียสูงและเคยสร้างผลได้จำกัดในปี 2024–2025 รัสเซียอาจยังโจมตีต่อไปได้ แต่ข้อมูลที่มีชี้ว่า การโจมตีเหล่านั้นให้ผลตอบแทนด้านพื้นที่ลดลงเรื่อย ๆ
ISW ระบุหลายปัจจัยที่ทำให้อัตราการรุกของรัสเซียลดลงตั้งแต่ปลายปี 2025 ได้แก่ การโต้กลับภาคพื้นดินของยูเครน การโจมตีระยะกลางของยูเครน การปิดกั้นการใช้เครื่องปลายทาง Starlink ของรัสเซียในยูเครนเมื่อเดือนกุมภาพันธ์ 2026 และความพยายามของเครมลินในการจำกัดการใช้งาน Telegram ในการประเมินวันที่ 31 มีนาคม ISW ระบุเช่นกันว่า การโต้กลับและการโจมตีระยะกลางของยูเครน รวมถึงแรงกดดันด้านการสื่อสารเหล่านี้ ทำให้ปัญหาเดิมของกองทัพรัสเซียหนักขึ้น
ปัจจัยเหล่านี้ไม่จำเป็นต้องทำลายหน่วยรบรัสเซียโดยตรงจึงจะมีผล เพียงทำให้การประสานงานยากขึ้น การรวมกำลังช้าลง การส่งกำลังบำรุงติดขัด หรือการเปลี่ยนแรงกดดันเฉพาะจุดให้เป็นความคืบหน้าขนาดใหญ่ทำได้ยากขึ้น ก็เพียงพอที่จะอธิบายได้ว่าทำไมรัสเซียยังเปิดการโจมตีได้ แต่เปลี่ยนการโจมตีเหล่านั้นให้เป็นการรุกเร็วไม่ได้
การชะลอตัวนี้บั่นทอนแนวคิดที่ว่ารัสเซียใกล้จะยึดดอนบาสทั้งหมดได้อย่างรวดเร็ว UNN รายงานโดยอ้างนักวิเคราะห์ทหารและข้อมูลติดตามแนวหน้าว่า กองทัพรัสเซียในเวลานี้ยังไม่สามารถยึดทั้งภูมิภาคได้อย่างรวดเร็ว
แต่ไม่ได้หมายความว่ายูเครนจะยึดพื้นที่คืนได้มากในเร็ววันโดยอัตโนมัติ สิ่งที่ข้อมูลแนวหน้าบอกคือ การรุกของรัสเซียกำลังเป็นสงครามบดขยี้ที่แพงและช้า มากกว่าการทะลวงเร็ว ข้อสรุปที่หนักแน่นที่สุดจึงควรจำกัดแต่สำคัญ: เมื่อต้นฤดูใบไม้ผลิปี 2026 การรุกของรัสเซียได้พื้นที่น้อยลงมากเมื่อเทียบกับต้นทุน และในเดือนเมษายนยังกลายเป็นการเสียพื้นที่สุทธิตามการวัดของ ISW
แหล่งข้อมูลที่มีอยู่ยังไม่พิสูจน์ว่าการชะลอตัวนี้จะถาวร ตัวเลขแนวรบรายเดือนเปลี่ยนได้ และการนับพื้นที่ของ ISW ก็มีข้อจำกัดชัดเจนเรื่องการแทรกซึมกับการควบคุมพื้นที่
ถึงอย่างนั้น รูปแบบปัจจุบันค่อนข้างชัด: การรุกของรัสเซียช้าลงเพราะยูเครนแย่งชิงจังหวะได้ดีขึ้น ขณะที่กองกำลังรัสเซียเผชิญโดรน การโต้กลับ การโจมตีระยะกลาง ปัญหากำลังพล และแรงเสียดทานในการปฏิบัติการ รัสเซียยังมีขีดความสามารถในการโจมตี แต่ข้อมูลล่าสุดชี้ไปที่การรุกที่ให้ผลตอบแทนลดลง ไม่ใช่การเดินหน้าอย่างรวดเร็วทั่วสมรภูมิยูเครน
Studio Global AI
Use this topic as a starting point for a fresh source-backed answer, then compare citations before you share it.
การรุกของรัสเซียช้าลงเพราะยูเครนแย่งชิงจังหวะในสนามรบมากขึ้น ผ่านโดรน การโต้กลับเฉพาะพื้นที่ และการโจมตีระยะกลาง ขณะที่รัสเซียจ่ายต้นทุนสูงเพื่อพื้นที่เล็กน้อย
การรุกของรัสเซียช้าลงเพราะยูเครนแย่งชิงจังหวะในสนามรบมากขึ้น ผ่านโดรน การโต้กลับเฉพาะพื้นที่ และการโจมตีระยะกลาง ขณะที่รัสเซียจ่ายต้นทุนสูงเพื่อพื้นที่เล็กน้อย ปัญหาการรับสมัครทหารสัญญาจ้างและแรงกดดันด้านการสื่อสาร เช่น ข้อจำกัดต่อการใช้ Starlink และความพยายามคุม Telegram ยิ่งเพิ่มแรงเสียดทานในปฏิบัติการของรัสเซีย
รัสเซียยังโจมตีได้ แต่ข้อมูลล่าสุดสะท้อนผลตอบแทนที่ลดลง ไม่ใช่ภาพการรุกเร็วเพื่อยึดดอนบาสทั้งหมด