ประธานาธิบดีโวโลดีเมียร์ เซเลนสกี ได้ออกมายอมรับอย่างตรงไปตรงมาถึงภาวะชะงักงันที่ยืดเยื้อในการเจรจากับสหรัฐอเมริกาเพื่อขยายการผลิตระบบขีปนาวุธต่อต้าน (Anti-Ballistic Missile) ในคำปราศรัยทางวิดีโอเมื่อวันที่ 25 พฤษภาคม 2026 เขากล่าวอย่างไม่ไว้หน้าว่า "น่าเสียดาย ที่ไม่มีความคืบหน้ามาเป็นเวลานานกับสหรัฐอเมริกา ในการขยายการผลิตขีปนาวุธต่อต้าน" การยอมรับครั้งนี้ส่งสัญญาณถึงการปรับเปลี่ยนยุทธศาสตร์ครั้งสำคัญ ในขณะที่ยูเครนกำลังเร่งสร้างเกราะป้องกันน่านฟ้าของตนร่วมกับพันธมิตรในยุโรป แทนที่จะรอคอยวอชิงตันต่อไป
มีปัจจัยสามประการที่แช่แข็งการหารือระดับทวิภาคีนี้
1. การปฏิเสธที่จะให้ใบอนุญาตการผลิต
เซเลนสกีได้หยิบยกประเด็นการผลิตขีปนาวุธต่อต้านขึ้นมาหารือเป็นเวลาหลายปี โดยเข้าพบทั้งรัฐบาลสหรัฐฯ ชุดปัจจุบันและชุดก่อนหน้า ผู้ผลิตขีปนาวุธ และผู้นำนาโต ยูเครนมีเทคโนโลยีและผู้เชี่ยวชาญที่พร้อมจะพัฒนาขีปนาวุธสกัดกั้น (Interceptor) ของตนเอง แต่ยังต้องการสิ่งสำคัญเพียงอย่างเดียวจากวอชิงตัน นั่นคือใบอนุญาตการผลิต แม้ว่าจะเคยมีคำมั่นสัญญาเรื่องใบอนุญาต แต่สุดท้ายแล้วสหรัฐฯ ก็ไม่ได้อนุมัติ
"สำหรับสิ่งนี้ เราต้องการเพียงหนึ่งสิ่ง—นั่นคือใบอนุญาตจากสหรัฐอเมริกา" เขากล่าวกับผู้สื่อข่าวเมื่อเดือนมีนาคม 2026
2. การขายขีปนาวุธที่มีข้อจำกัด
แม้แต่ในส่วนของระบบที่ผลิตโดยสหรัฐฯ ที่มีอยู่แล้ว การจัดส่งก็ยังถูกจำกัด เซเลนสกีกล่าวว่าสหรัฐฯ ขายขีปนาวุธให้ยูเครน "ในปริมาณที่ค่อนข้างจำกัด" กระแสการไหลเวียนที่ติดขัดนี้หมายความว่ายูเครนไม่สามารถทดแทนขีปนาวุธสกัดกั้นที่ใช้ไปได้ทันต่ออัตราการโจมตีของรัสเซีย
3. แรงกดดันด้านคลังแสงของสหรัฐฯ จากสงครามอิหร่าน
ความต้องการทางปฏิบัติการของกองทัพสหรัฐฯ เองก็เป็นปัจจัยสำคัญ ระบบป้องกันภัยทางอากาศที่ซับซ้อนจากอเมริกาซึ่งยูเครนพึ่งพา เช่น ระบบแพทริออต (Patriot) ขาดแคลนทั่วโลก เนื่องจากคลังแสงของอเมริกาถูกใช้ไปอย่างมากจากความขัดแย้งในอิหร่าน สิ่งนี้ทำให้มีขีปนาวุธสกัดกั้นเหลือสำหรับยูเครนน้อยลง และซ้ำเติมภาวะทางตันด้านใบอนุญาต
แทนที่จะรอคอย เคียฟกำลังดำเนินการหลายโครงการคู่ขนานเพื่อสร้างศักยภาพการป้องกันทางอากาศกับพันธมิตรยุโรป
การเปิดตัวแนวร่วมต่อต้านขีปนาวุธแห่งยุโรป
ในช่วงกลางเดือนพฤษภาคม 2026 เซเลนสกีประกาศว่ายุโรปได้เริ่มก่อตั้งแนวร่วมต่อต้านขีปนาวุธโดยเฉพาะแล้ว โดยยูเครนคาดว่าจะได้รับการเสริมความแข็งแกร่งด้านการป้องกันภัยทางอากาศที่เป็นรูปธรรมภายในต้นฤดูร้อน สิ่งนี้ถูกออกแบบให้เป็นหุ้นส่วนด้านศักยภาพที่มีโครงสร้าง ไม่ใช่แค่การบริจาคเฉพาะหน้า
การขยายการผลิตโดรนและระบบป้องกันทางอากาศร่วมกัน
ยูเครนได้ก้าวเข้าสู่ขั้นใหม่ของความร่วมมือด้านกลาโหมกับประเทศในยุโรป โดยมุ่งเน้นที่การผลิตร่วมกัน โครงการผลิตโดรนร่วมกำลังดำเนินการอยู่แล้วกับเยอรมนี ฝรั่งเศส และสหราชอาณาจักร โดยเซเลนสกีตั้งเป้าที่จะมีโครงการที่ได้รับการยืนยันอย่างน้อยสิบโครงการในปี 2026 รูปแบบเดียวกันนี้กำลังถูกขยายไปยังระบบป้องกันทางอากาศ ซึ่งเคียฟต้องการร่วมผลิตขีปนาวุธและตัวสกัดกั้นบนผืนดินยุโรปในปริมาณที่เพียงพอ
การเร่งโครงการ PURL
ยูเครนกำลังทำงานเพื่อดึงดูดประเทศและเงินสนับสนุนเพิ่มเติมมายังโครงการ PURL ซึ่งเป็นกลไกการจัดหาและระดมทุนด้านการป้องกันทางอากาศแบบพหุภาคี การเสริมความแข็งแกร่งให้กับ PURL ถูกมองว่าเป็นหนทางในการซื้อตัวสกัดกั้นและระบบให้เร็วขึ้นในขณะที่การผลิตภายในประเทศกำลังเร่งเครื่องขึ้น
การผลักดันโปรแกรม 'ASAP เพื่อการป้องกันทางอากาศ'
สถาบันวิจัย CSIS (Center for Strategic and International Studies) ได้เสนอโครงการผลิตแบบเร่งรัด โดยจำลองมาจากกฎหมาย ASAP (Act in Support of Ammunition Production) ของสหภาพยุโรปในปี 2023 ซึ่งจะส่งเม็ดเงิน 5-10 พันล้านยูโรเข้าสู่ระบบและตัวสกัดกั้นที่ผลิตในยุโรป แนวทางนี้จะให้ความสำคัญกับทางเลือกของยุโรป เช่น IRIS-T, SAMP/T, และ NASAMS เพื่อลดการพึ่งพาผู้ผลิตจากสหรัฐฯ สำหรับขีปนาวุธร่อนและการป้องกันขีปนาวุธพิสัยกลาง ความต้องการของยูเครนสำหรับตัวสกัดกั้นการป้องกันทางอากาศเพียงอย่างเดียวอยู่ที่ประมาณ 4,800 หน่วยต่อปี ซึ่งมากเกินกว่าศักยภาพการผลิตในปัจจุบันของยุโรปอย่างมาก
เซเลนสกีมองว่าการปรับเปลี่ยนครั้งนี้เป็นทั้งความจำเป็นสำหรับยูเครนและเป็นโอกาสสำหรับทั้งทวีป "ยุโรปต้องมีขีปนาวุธป้องกันทางอากาศให้เพียงพอ มีประสบการณ์ในการยิงโดรนตกมากพอ และมีการผลิตโดรนสกัดกั้นที่ทันสมัยอย่างเพียงพอ" เขากล่าวในเดือนมีนาคม 2026 "เมื่อร่วมมือกัน เราสามารถทำให้สิ่งนี้เกิดขึ้นได้" คณะมนตรียุโรป (European Council) ได้ระบุว่าการป้องกันทางอากาศเป็นช่องว่างด้านศักยภาพที่สำคัญและให้คำมั่นว่าจะเร่งการระดมเครื่องมือและการจัดหาเงินทุนเพื่อเสริมฐานอุตสาหกรรมด้านกลาโหมของทวีป
การเบนเข็มของยูเครนจากการรอคอยวอชิงตันมาสู่การร่วมสร้างกับยุโรปนั้น แสดงถึงทั้งกลยุทธ์เพื่อความอยู่รอดในระยะสั้น และการเปลี่ยนแปลงเชิงโครงสร้างระยะยาวในวิธีที่ทวีปนี้ใช้รับมือกับการผลิตระบบป้องกันขีปนาวุธ
Studio Global AI
Use this topic as a starting point for a fresh source-backed answer, then compare citations before you share it.
ประธานาธิบดีโวโลดีเมียร์ เซเลนสกี แถลงเมื่อวันที่ 25 พฤษภาคม 2026 ว่าการเจรจากับสหรัฐฯ ไม่มีความคืบหน้าใดๆ มาเป็นเวลานาน ในการขยายการผลิตระบบต่อต้านขีปนาวุธ โดยมีสาเหตุหลักจากการที่วอชิงตันปฏิเสธที่จะให้ใบอนุญาตการผลิ...
ประธานาธิบดีโวโลดีเมียร์ เซเลนสกี แถลงเมื่อวันที่ 25 พฤษภาคม 2026 ว่าการเจรจากับสหรัฐฯ ไม่มีความคืบหน้าใดๆ มาเป็นเวลานาน ในการขยายการผลิตระบบต่อต้านขีปนาวุธ โดยมีสาเหตุหลักจากการที่วอชิงตันปฏิเสธที่จะให้ใบอนุญาตการผลิ... การปฏิเสธใบอนุญาตทำให้ยูเครนไม่สามารถผลิตขีปนาวุธสกัดกั้นแบบแพทริออตได้เอง แม้จะมีเทคโนโลยีและผู้เชี่ยวชาญพร้อมแล้วก็ตาม ประกอบกับสหรัฐฯ มีข้อจำกัดด้านคลังแสงจากสงครามในอิหร่าน ส่งผลให้ยูเครนต้องเร่งมองหาทางเลือกจากยุ...
ยูเครนคาดว่าจะได้รับการเสริมความแข็งแกร่งด้านการป้องกันภัยทางอากาศจากแนวร่วมต่อต้านขีปนาวุธยุโรปแห่งใหม่ภายในต้นฤดูร้อนปี 2026 พร้อมทั้งผลักดันการผลิตร่วมสำหรับระบบโดรนและระบบป้องกันทางอากาศ รวมถึงข้อเสนอโครงการเร่งด่...