คำตอบการวิจัย
ประเด็นสำคัญ Pictet Wealth Management แนะนำนักลงทุนลดการถือครองพันธบัตรรัฐบาลสหรัฐฯ และค่าเงินดอลลาร์ฯ โดยคาดการณ์ว่าดอลลาร์จะอ่อนค่ารวม 10 15% ในทศวรรษหน้า Pictet คาดการณ์ว่าค่าเงินดอลลาร์จะอ่อนค่าลงประมาณ 11 12% เมื่อเทียบกับหยวน (ที่ระดับ USD/CNY 5.97) และในระดับใกล้เคียงกันเมื่อเทียบกับยูโร (ที่ระดับ EUR/USD 1.30) ในอีก 10 ปี ธนาคารแนะนำให้กระจายการลงทุนไปยังหุ้นในยูโรโซน ตลาดเกิดใหม่ในเอเชีย (โดยเฉพาะอินเดียและจีน) หนี้สินของตลาดเกิดใหม่ ทองคำ และสินทรัพย์ที่มีตัวตนอื่นๆ แทนการลงทุนในพันธบัตรรัฐบาลสหรัฐฯ และค่าเงินดอลลาร์ Why has Pictet Wealth Management advised investors to reduce their exposure to US Treasuries and the US dollar over the next decade, what sp Pictet Wealth Management's Secular Outlook 2026 recommends a major rotation away from the dollar and US Treasuries toward European and EM equities, emerging-market debt, and gold. AI พรอมต์ Create a landscape editorial hero image for this Studio Global article: Why has Pictet Wealth Management advised investors to reduce their exposure to US Treasuries and the US dollar over the next decade, what sp. Article summary: Here is a summary based on Pictet Wealth Management's **Secular Outlook 2026** report and related briefings.. Topic tags: general, general web. Style: premium digital editorial illustration, source-backed research mood, clean composition, high detail, modern web publication hero. Use reference image context only for broad subject, composition, and topical grounding; do not copy the exact image. Avoid: logos, brand marks, copyrighted characters, real person likenesses, fake screenshots, UI text, readable text, watermarks, charts with fake numbers, clickbait thumbnails, icons, and tiny thumbnail layouts. Make it useful as an illustrative visual, not as factual ev
openai.com Pictet Wealth Management ธนาคารเพื่อการจัดการความมั่งคั่งสัญชาติสวิสที่มีสินทรัพย์ภายใต้การบริหารกว่า 700,000 ล้านยูโร ได้ออกคำเตือนอย่างชัดเจนถึงนักลงทุน: จงลดการถือครองพันธบัตรรัฐบาลสหรัฐฯ และค่าเงินดอลลาร์สหรัฐฯ ในอีก 10 ปีข้างหน้า
ในรายงาน Secular Outlook 2026 ธนาคารฯ ระบุว่ายุคทองแห่งการเติบโตที่ขับเคลื่อนด้วยมาตรการกระตุ้นเศรษฐกิจกำลังสิ้นสุดลง โดยกำลังจะถูกแทนที่ด้วยโลกที่มีหนี้รัฐบาลสูง เงินเฟ้อที่ยืดเยื้อ และความผันผวนของตลาดที่มากขึ้น — ปัจจัยเหล่านี้จะกดดันผลตอบแทนจากพอร์ตการลงทุนแบบดั้งเดิมที่เน้นสินทรัพย์สหรัฐฯ ทั้งพันธบัตรและเงินสดให้ต่ำลง
คนยังถาม คำตอบสั้น ๆ สำหรับ "สิ้นสุดยุคทองดอลลาร์! Pictet Wealth Management ชี้ 10 ปีข้างหน้าดอลลาร์อ่อนค่าต่อเนื่อง แนะโยกเงินออกจากสินทรัพย์สหรัฐฯ" คืออะไร Pictet Wealth Management แนะนำนักลงทุนลดการถือครองพันธบัตรรัฐบาลสหรัฐฯ และค่าเงินดอลลาร์ฯ โดยคาดการณ์ว่าดอลลาร์จะอ่อนค่ารวม 10 15% ในทศวรรษหน้า
ประเด็นสำคัญที่ต้องตรวจสอบก่อนคืออะไร? Pictet Wealth Management แนะนำนักลงทุนลดการถือครองพันธบัตรรัฐบาลสหรัฐฯ และค่าเงินดอลลาร์ฯ โดยคาดการณ์ว่าดอลลาร์จะอ่อนค่ารวม 10 15% ในทศวรรษหน้า Pictet คาดการณ์ว่าค่าเงินดอลลาร์จะอ่อนค่าลงประมาณ 11 12% เมื่อเทียบกับหยวน (ที่ระดับ USD/CNY 5.97) และในระดับใกล้เคียงกันเมื่อเทียบกับยูโร (ที่ระดับ EUR/USD 1.30) ในอีก 10 ปี
ฉันควรทำอย่างไรต่อไปในทางปฏิบัติ? ธนาคารแนะนำให้กระจายการลงทุนไปยังหุ้นในยูโรโซน ตลาดเกิดใหม่ในเอเชีย (โดยเฉพาะอินเดียและจีน) หนี้สินของตลาดเกิดใหม่ ทองคำ และสินทรัพย์ที่มีตัวตนอื่นๆ แทนการลงทุนในพันธบัตรรัฐบาลสหรัฐฯ และค่าเงินดอลลาร์
คำตอบการวิจัย
ประเด็นสำคัญ Pictet Wealth Management แนะนำนักลงทุนลดการถือครองพันธบัตรรัฐบาลสหรัฐฯ และค่าเงินดอลลาร์ฯ โดยคาดการณ์ว่าดอลลาร์จะอ่อนค่ารวม 10 15% ในทศวรรษหน้า Pictet คาดการณ์ว่าค่าเงินดอลลาร์จะอ่อนค่าลงประมาณ 11 12% เมื่อเทียบกับหยวน (ที่ระดับ USD/CNY 5.97) และในระดับใกล้เคียงกันเมื่อเทียบกับยูโร (ที่ระดับ EUR/USD 1.30) ในอีก 10 ปี ธนาคารแนะนำให้กระจายการลงทุนไปยังหุ้นในยูโรโซน ตลาดเกิดใหม่ในเอเชีย (โดยเฉพาะอินเดียและจีน) หนี้สินของตลาดเกิดใหม่ ทองคำ และสินทรัพย์ที่มีตัวตนอื่นๆ แทนการลงทุนในพันธบัตรรัฐบาลสหรัฐฯ และค่าเงินดอลลาร์ Why has Pictet Wealth Management advised investors to reduce their exposure to US Treasuries and the US dollar over the next decade, what sp Pictet Wealth Management's Secular Outlook 2026 recommends a major rotation away from the dollar and US Treasuries toward European and EM equities, emerging-market debt, and gold. AI พรอมต์ Create a landscape editorial hero image for this Studio Global article: Why has Pictet Wealth Management advised investors to reduce their exposure to US Treasuries and the US dollar over the next decade, what sp. Article summary: Here is a summary based on Pictet Wealth Management's **Secular Outlook 2026** report and related briefings.. Topic tags: general, general web. Style: premium digital editorial illustration, source-backed research mood, clean composition, high detail, modern web publication hero. Use reference image context only for broad subject, composition, and topical grounding; do not copy the exact image. Avoid: logos, brand marks, copyrighted characters, real person likenesses, fake screenshots, UI text, readable text, watermarks, charts with fake numbers, clickbait thumbnails, icons, and tiny thumbnail layouts. Make it useful as an illustrative visual, not as factual ev
openai.com Pictet Wealth Management ธนาคารเพื่อการจัดการความมั่งคั่งสัญชาติสวิสที่มีสินทรัพย์ภายใต้การบริหารกว่า 700,000 ล้านยูโร ได้ออกคำเตือนอย่างชัดเจนถึงนักลงทุน: จงลดการถือครองพันธบัตรรัฐบาลสหรัฐฯ และค่าเงินดอลลาร์สหรัฐฯ ในอีก 10 ปีข้างหน้า
ในรายงาน Secular Outlook 2026 ธนาคารฯ ระบุว่ายุคทองแห่งการเติบโตที่ขับเคลื่อนด้วยมาตรการกระตุ้นเศรษฐกิจกำลังสิ้นสุดลง โดยกำลังจะถูกแทนที่ด้วยโลกที่มีหนี้รัฐบาลสูง เงินเฟ้อที่ยืดเยื้อ และความผันผวนของตลาดที่มากขึ้น — ปัจจัยเหล่านี้จะกดดันผลตอบแทนจากพอร์ตการลงทุนแบบดั้งเดิมที่เน้นสินทรัพย์สหรัฐฯ ทั้งพันธบัตรและเงินสดให้ต่ำลง
คนยังถาม คำตอบสั้น ๆ สำหรับ "สิ้นสุดยุคทองดอลลาร์! Pictet Wealth Management ชี้ 10 ปีข้างหน้าดอลลาร์อ่อนค่าต่อเนื่อง แนะโยกเงินออกจากสินทรัพย์สหรัฐฯ" คืออะไร Pictet Wealth Management แนะนำนักลงทุนลดการถือครองพันธบัตรรัฐบาลสหรัฐฯ และค่าเงินดอลลาร์ฯ โดยคาดการณ์ว่าดอลลาร์จะอ่อนค่ารวม 10 15% ในทศวรรษหน้า
ประเด็นสำคัญที่ต้องตรวจสอบก่อนคืออะไร? Pictet Wealth Management แนะนำนักลงทุนลดการถือครองพันธบัตรรัฐบาลสหรัฐฯ และค่าเงินดอลลาร์ฯ โดยคาดการณ์ว่าดอลลาร์จะอ่อนค่ารวม 10 15% ในทศวรรษหน้า Pictet คาดการณ์ว่าค่าเงินดอลลาร์จะอ่อนค่าลงประมาณ 11 12% เมื่อเทียบกับหยวน (ที่ระดับ USD/CNY 5.97) และในระดับใกล้เคียงกันเมื่อเทียบกับยูโร (ที่ระดับ EUR/USD 1.30) ในอีก 10 ปี
ฉันควรทำอย่างไรต่อไปในทางปฏิบัติ? ธนาคารแนะนำให้กระจายการลงทุนไปยังหุ้นในยูโรโซน ตลาดเกิดใหม่ในเอเชีย (โดยเฉพาะอินเดียและจีน) หนี้สินของตลาดเกิดใหม่ ทองคำ และสินทรัพย์ที่มีตัวตนอื่นๆ แทนการลงทุนในพันธบัตรรัฐบาลสหรัฐฯ และค่าเงินดอลลาร์
นี่ไม่ใช่การคาดการณ์ในระยะสั้น แต่มันคือข้อสรุปเชิงโครงสร้างเกี่ยวกับบทบาทที่ลดลงของค่าเงินดอลลาร์และหนี้สาธารณะของสหรัฐฯ ในพอร์ตการลงทุนทั่วโลก มานี่เลยครับ มาดูกันว่า Pictet คาดการณ์อะไรไว้บ้าง ทำไมถึงเป็นเช่นนั้น และเขามีคำแนะนำให้นักลงทุนอย่างเราหันไปลงทุนอะไรแทน
แกนหลักของแนวคิด: เงินเฟ้อสูงเชิงโครงสร้างและการขาดดุลการคลัง มุมมองเชิงลบของ Pictet Wealth Management ตั้งอยู่บนข้อโต้แย้งหลักสองประการที่เชื่อมโยงกัน ประการแรกคือ เงินเฟ้อที่สูงในเชิงโครงสร้าง ซึ่งขับเคลื่อนโดยปัจจัยต่างๆ เช่น การย้ายฐานการผลิตกลับประเทศ (reshoring) การลดคาร์บอน (decarbonization) และกระแส AI ที่กำลังมาแรง โดยคาดว่าเงินเฟ้อจะยังคงสูงกว่าเป้าหมาย 2% ของเฟ็ด (Fed) ไปอีกนานในทศวรรษหน้า ธนาคารฯ คาดว่าเงินเฟ้อสหรัฐฯ จะยังคงอยู่ในช่วง 2.5% ถึง 3% ตลอดปี 2026 เป็นส่วนใหญ่ ซึ่งจะจำกัดความสามารถของเฟ็ดในการปรับลดอัตราดอกเบี้ย และทำให้อัตราผลตอบแทนพันธบัตรที่แท้จริง (real bond yields) ยังคงไม่น่าดึงดูด
การคาดการณ์ค่าเงินดอลลาร์ที่อ่อนค่าโดยเฉพาะเจาะจง รายงาน Secular Outlook ของ Pictet คาดการณ์ว่าค่าเงินดอลลาร์สหรัฐฯ จะอ่อนค่าโดยเฉลี่ยประมาณ 1.1% ต่อปี ในอีก 10 ปี ข้างหน้า ซึ่งหมายถึงการลดลงรวมประมาณ 10–15% แต่ธนาคารฯ ได้ให้รายละเอียดเพิ่มเติมในการแถลงข่าวเมื่อเดือนสิงหาคม 2026 โดยระบุเป้าหมายอัตราแลกเปลี่ยนที่เฉพาะเจาะจง ดังนี้
คู่สกุลเงิน การคาดการณ์ 10 ปีของ Pictet อัตรา Spot ในช่วงแถลงข่าว การอ่อนค่าโดยนัย USD/CNY (หยวนต่อดอลลาร์ฯ) 5.97 6.74 ~11–12% EUR/USD (ดอลลาร์ฯ ต่อยูโร) 1.30 (เช่น €1 = $1.30)1.16 ~11–12%
เปลี่ยนไปลงทุนอะไรดี: หุ้นยุโรปและตลาดเกิดใหม่, ทองคำ และหนี้ตลาดเกิดใหม่ Pictet แนะนำให้ปรับเปลี่ยนพอร์ตการลงทุนครั้งใหญ่ โดยลดการลงทุนที่เน้นสินทรัพย์ในสหรัฐฯ ลงอย่างมีนัยสำคัญ ประเภทสินทรัพย์ที่แนะนำ ซึ่งได้จากรายงาน Secular Outlook 2026 และการแถลงข่าวหลายครั้งของ Pictet มีดังนี้
หุ้นในยูโรโซน และ หุ้นในตลาดเกิดใหม่เอเชีย (โดยเฉพาะอินเดียและจีน) — คาดว่าจะเป็นกลุ่มหุ้นที่ให้ผลตอบแทนดีที่สุดในทศวรรษหน้า
หนี้สินของตลาดเกิดใหม่ (EM debt) — Pictet คาดว่าพันธบัตรตลาดเกิดใหม่จะ "ได้รับการปรับราคาใหม่ (re-rate)" เนื่องจากค่าเงินดอลลาร์ที่อ่อนค่า ทำให้เป็นทางเลือกในตราสารหนี้ที่ดีกว่าพันธบัตรรัฐบาลสหรัฐฯ ธนาคารฯ ยังคงมีน้ำหนักการลงทุนเกินเกณฑ์มาตรฐาน (overweight) ในพันธบัตรสกุลเงินท้องถิ่นของตลาดเกิดใหม่และตราสารหนี้ภาคเอกชนในตลาดเกิดใหม่ตลอดช่วงปี 2025–2026
ทองคำ และสินทรัพย์อื่นที่ "รัฐบาลไม่สามารถพิมพ์ขึ้นมาได้" — Pictet ให้ความสำคัญกับสินทรัพย์ที่มีตัวตนอย่างชัดเจนในสภาวะที่โลกกำลังเลิกใช้เงินดอลลาร์ (de-dollarization) ธนาคารฯ ยังคงสถานะ overweight ในทองคำในหลายรายงานคาดการณ์รายเดือน
ตราสารหนี้ภาคเอกชน (Corporate credit) และสินทรัพย์ทางเลือก (Alternatives) — Pictet แนะนำให้ย้ายเงินทุนจากพันธบัตรรัฐบาลไปยังตราสารหนี้ภาคเอกชนและสินทรัพย์ทางเลือก เพื่อเพิ่มผลตอบแทนในโลกที่ผลตอบแทนโดยรวมต่ำลง
แรงกดดันในวงกว้างที่หนุนมุมมองเชิงลบ Pictet ระบุถึงแรงกดดันเสริมหลายประการสำหรับตลาดตราสารหนี้สหรัฐฯ:
อัตราผลตอบแทนพันธบัตรรัฐบาลสหรัฐฯ ที่สูงเป็นเวลาหลายปี: กรณีพื้นฐานคืออัตราผลตอบแทนพันธบัตรอายุ 10 ปีจะต่ำกว่า 5% แต่ Pictet เตือนว่าอัตราผลตอบแทนที่สูงกว่านั้นคือ "ความเสี่ยงด้านลบที่มีนัยสำคัญ" อันเนื่องมาจากอุปทานล้นตลาดจากการขาดดุลการคลัง
การขาดดุลการคลังที่ควบคุมไม่ได้: การกู้ยืมของรัฐบาลจำนวนมากและต่อเนื่องจะสร้างแรงกดดันให้อัตราผลตอบแทนสูงขึ้นและเบียดขับการลงทุนภาคเอกชน
แนวโน้มการลดบทบาทของเงินดอลลาร์ (De-dollarization) เร่งตัวขึ้น: ธนาคารกลางและกองทุนเพื่อความมั่งคั่งแห่งชาติกำลังกระจายทุนสำรองออกจากเงินดอลลาร์ Pictet ระบุว่าการเปลี่ยนแปลงนี้ "กำลังได้รับแรงผลักดัน" และส่งผลกระทบโดยตรงต่ออุปสงค์ของพันธบัตรรัฐบาลสหรัฐฯ
ความไม่แน่นอนทางภูมิรัฐศาสตร์และความไม่สามารถคาดเดาได้ของนโยบายสหรัฐฯ: คริสโตเฟอร์ เดมบิก นักกลยุทธ์ของ Pictet อ้างถึง "ความไม่แน่นอนของนโยบายอเมริกาและแนวโน้มที่อ่อนแอของค่าเงินดอลลาร์สหรัฐฯ" ว่าเป็นปัจจัยลบเชิงโครงสร้าง ควบคู่ไปกับความเสี่ยงที่ภาษีศุลกากรและความขัดแย้งทางการค้าจะส่งผลกระทบต่อการเติบโตของสหรัฐฯ ในขณะที่ทำให้เงินเฟ้อยังคงสูง
เงินเฟ้อที่เหนียวแน่นเหนือเป้าหมายของเฟ็ด: ธนาคารฯ คาดว่าเงินเฟ้อสหรัฐฯ จะยังคงอยู่ที่ 2.5%–3% ในช่วงส่วนใหญ่ของปี 2026 ซึ่งจำกัดความสามารถของเฟ็ดในการลดดอกเบี้ย และทำให้อัตราผลตอบแทนพันธบัตรที่แท้จริง (real yields) ไม่น่าดึงดูด
Pictet ยอมรับว่าค่าเงินดอลลาร์และพันธบัตรรัฐบาลสหรัฐฯ จะยังคงเป็นสินทรัพย์หลักในพอร์ตการลงทุนทั่วโลกไปอีกหลายปี แต่สาระสำคัญชัดเจน: ทศวรรษหน้าจะแตกต่างจากทศวรรษที่ผ่านมาในเชิงโครงสร้าง นักลงทุนที่ไม่ค่อยๆ กระจายการลงทุนออกจากสินทรัพย์สหรัฐฯ อาจต้องเผชิญกับผลตอบแทนที่แท้จริง (real returns) ที่ต่ำลงในโลกที่เต็มไปด้วยเงินเฟ้อที่ยืดเยื้อและแรงกดดันทางการคลัง
wealthbriefing.com Fewer US Equities, More Europe, Emerging Markets In 2026 นี่ไม่ใช่การคาดการณ์ในระยะสั้น แต่มันคือข้อสรุปเชิงโครงสร้างเกี่ยวกับบทบาทที่ลดลงของค่าเงินดอลลาร์และหนี้สาธารณะของสหรัฐฯ ในพอร์ตการลงทุนทั่วโลก มานี่เลยครับ มาดูกันว่า Pictet คาดการณ์อะไรไว้บ้าง ทำไมถึงเป็นเช่นนั้น และเขามีคำแนะนำให้นักลงทุนอย่างเราหันไปลงทุนอะไรแทน
แกนหลักของแนวคิด: เงินเฟ้อสูงเชิงโครงสร้างและการขาดดุลการคลัง มุมมองเชิงลบของ Pictet Wealth Management ตั้งอยู่บนข้อโต้แย้งหลักสองประการที่เชื่อมโยงกัน ประการแรกคือ เงินเฟ้อที่สูงในเชิงโครงสร้าง ซึ่งขับเคลื่อนโดยปัจจัยต่างๆ เช่น การย้ายฐานการผลิตกลับประเทศ (reshoring) การลดคาร์บอน (decarbonization) และกระแส AI ที่กำลังมาแรง โดยคาดว่าเงินเฟ้อจะยังคงสูงกว่าเป้าหมาย 2% ของเฟ็ด (Fed) ไปอีกนานในทศวรรษหน้า ธนาคารฯ คาดว่าเงินเฟ้อสหรัฐฯ จะยังคงอยู่ในช่วง 2.5% ถึง 3% ตลอดปี 2026 เป็นส่วนใหญ่ ซึ่งจะจำกัดความสามารถของเฟ็ดในการปรับลดอัตราดอกเบี้ย และทำให้อัตราผลตอบแทนพันธบัตรที่แท้จริง (real bond yields) ยังคงไม่น่าดึงดูด
การคาดการณ์ค่าเงินดอลลาร์ที่อ่อนค่าโดยเฉพาะเจาะจง รายงาน Secular Outlook ของ Pictet คาดการณ์ว่าค่าเงินดอลลาร์สหรัฐฯ จะอ่อนค่าโดยเฉลี่ยประมาณ 1.1% ต่อปี ในอีก 10 ปี ข้างหน้า ซึ่งหมายถึงการลดลงรวมประมาณ 10–15% แต่ธนาคารฯ ได้ให้รายละเอียดเพิ่มเติมในการแถลงข่าวเมื่อเดือนสิงหาคม 2026 โดยระบุเป้าหมายอัตราแลกเปลี่ยนที่เฉพาะเจาะจง ดังนี้
คู่สกุลเงิน การคาดการณ์ 10 ปีของ Pictet อัตรา Spot ในช่วงแถลงข่าว การอ่อนค่าโดยนัย USD/CNY (หยวนต่อดอลลาร์ฯ) 5.97 6.74 ~11–12% EUR/USD (ดอลลาร์ฯ ต่อยูโร) 1.30 (เช่น €1 = $1.30)1.16 ~11–12%
เปลี่ยนไปลงทุนอะไรดี: หุ้นยุโรปและตลาดเกิดใหม่, ทองคำ และหนี้ตลาดเกิดใหม่ Pictet แนะนำให้ปรับเปลี่ยนพอร์ตการลงทุนครั้งใหญ่ โดยลดการลงทุนที่เน้นสินทรัพย์ในสหรัฐฯ ลงอย่างมีนัยสำคัญ ประเภทสินทรัพย์ที่แนะนำ ซึ่งได้จากรายงาน Secular Outlook 2026 และการแถลงข่าวหลายครั้งของ Pictet มีดังนี้
หุ้นในยูโรโซน และ หุ้นในตลาดเกิดใหม่เอเชีย (โดยเฉพาะอินเดียและจีน) — คาดว่าจะเป็นกลุ่มหุ้นที่ให้ผลตอบแทนดีที่สุดในทศวรรษหน้า
หนี้สินของตลาดเกิดใหม่ (EM debt) — Pictet คาดว่าพันธบัตรตลาดเกิดใหม่จะ "ได้รับการปรับราคาใหม่ (re-rate)" เนื่องจากค่าเงินดอลลาร์ที่อ่อนค่า ทำให้เป็นทางเลือกในตราสารหนี้ที่ดีกว่าพันธบัตรรัฐบาลสหรัฐฯ ธนาคารฯ ยังคงมีน้ำหนักการลงทุนเกินเกณฑ์มาตรฐาน (overweight) ในพันธบัตรสกุลเงินท้องถิ่นของตลาดเกิดใหม่และตราสารหนี้ภาคเอกชนในตลาดเกิดใหม่ตลอดช่วงปี 2025–2026
ทองคำ และสินทรัพย์อื่นที่ "รัฐบาลไม่สามารถพิมพ์ขึ้นมาได้" — Pictet ให้ความสำคัญกับสินทรัพย์ที่มีตัวตนอย่างชัดเจนในสภาวะที่โลกกำลังเลิกใช้เงินดอลลาร์ (de-dollarization) ธนาคารฯ ยังคงสถานะ overweight ในทองคำในหลายรายงานคาดการณ์รายเดือน
ตราสารหนี้ภาคเอกชน (Corporate credit) และสินทรัพย์ทางเลือก (Alternatives) — Pictet แนะนำให้ย้ายเงินทุนจากพันธบัตรรัฐบาลไปยังตราสารหนี้ภาคเอกชนและสินทรัพย์ทางเลือก เพื่อเพิ่มผลตอบแทนในโลกที่ผลตอบแทนโดยรวมต่ำลง
แรงกดดันในวงกว้างที่หนุนมุมมองเชิงลบ Pictet ระบุถึงแรงกดดันเสริมหลายประการสำหรับตลาดตราสารหนี้สหรัฐฯ:
อัตราผลตอบแทนพันธบัตรรัฐบาลสหรัฐฯ ที่สูงเป็นเวลาหลายปี: กรณีพื้นฐานคืออัตราผลตอบแทนพันธบัตรอายุ 10 ปีจะต่ำกว่า 5% แต่ Pictet เตือนว่าอัตราผลตอบแทนที่สูงกว่านั้นคือ "ความเสี่ยงด้านลบที่มีนัยสำคัญ" อันเนื่องมาจากอุปทานล้นตลาดจากการขาดดุลการคลัง
การขาดดุลการคลังที่ควบคุมไม่ได้: การกู้ยืมของรัฐบาลจำนวนมากและต่อเนื่องจะสร้างแรงกดดันให้อัตราผลตอบแทนสูงขึ้นและเบียดขับการลงทุนภาคเอกชน
แนวโน้มการลดบทบาทของเงินดอลลาร์ (De-dollarization) เร่งตัวขึ้น: ธนาคารกลางและกองทุนเพื่อความมั่งคั่งแห่งชาติกำลังกระจายทุนสำรองออกจากเงินดอลลาร์ Pictet ระบุว่าการเปลี่ยนแปลงนี้ "กำลังได้รับแรงผลักดัน" และส่งผลกระทบโดยตรงต่ออุปสงค์ของพันธบัตรรัฐบาลสหรัฐฯ
ความไม่แน่นอนทางภูมิรัฐศาสตร์และความไม่สามารถคาดเดาได้ของนโยบายสหรัฐฯ: คริสโตเฟอร์ เดมบิก นักกลยุทธ์ของ Pictet อ้างถึง "ความไม่แน่นอนของนโยบายอเมริกาและแนวโน้มที่อ่อนแอของค่าเงินดอลลาร์สหรัฐฯ" ว่าเป็นปัจจัยลบเชิงโครงสร้าง ควบคู่ไปกับความเสี่ยงที่ภาษีศุลกากรและความขัดแย้งทางการค้าจะส่งผลกระทบต่อการเติบโตของสหรัฐฯ ในขณะที่ทำให้เงินเฟ้อยังคงสูง
เงินเฟ้อที่เหนียวแน่นเหนือเป้าหมายของเฟ็ด: ธนาคารฯ คาดว่าเงินเฟ้อสหรัฐฯ จะยังคงอยู่ที่ 2.5%–3% ในช่วงส่วนใหญ่ของปี 2026 ซึ่งจำกัดความสามารถของเฟ็ดในการลดดอกเบี้ย และทำให้อัตราผลตอบแทนพันธบัตรที่แท้จริง (real yields) ไม่น่าดึงดูด
Pictet ยอมรับว่าค่าเงินดอลลาร์และพันธบัตรรัฐบาลสหรัฐฯ จะยังคงเป็นสินทรัพย์หลักในพอร์ตการลงทุนทั่วโลกไปอีกหลายปี แต่สาระสำคัญชัดเจน: ทศวรรษหน้าจะแตกต่างจากทศวรรษที่ผ่านมาในเชิงโครงสร้าง นักลงทุนที่ไม่ค่อยๆ กระจายการลงทุนออกจากสินทรัพย์สหรัฐฯ อาจต้องเผชิญกับผลตอบแทนที่แท้จริง (real returns) ที่ต่ำลงในโลกที่เต็มไปด้วยเงินเฟ้อที่ยืดเยื้อและแรงกดดันทางการคลัง
wealthbriefing.com Fewer US Equities, More Europe, Emerging Markets In 2026