ราคาทองคำโลกที่หลุด 4,300 ดอลลาร์ต่อออนซ์หลังธนาคารกลางสหรัฐฯ หรือเฟดขึ้นดอกเบี้ยเมื่อวันที่ 16 กันยายน 2569 อาจดูสวนทางกับคำคาดการณ์ว่าทองจะทะลุ 5,000 ดอลลาร์ แต่ TD Securities มองว่าทั้งสองเรื่องเกิดขึ้นพร้อมกันได้: ดอกเบี้ยและเงินดอลลาร์กดราคาในระยะสั้น ขณะที่แรงซื้อจากนักลงทุนและธนาคารกลางอาจพยุงแนวโน้มระยะยาว ทั้งนี้ 5,000 ดอลลาร์เป็นการคาดการณ์ ไม่ใช่ระดับราคาที่รับประกัน
6
17
5
ทำไมขึ้นดอกเบี้ยแล้วทองร่วง?
หลังเฟดขึ้นดอกเบี้ยและส่งสัญญาณว่าอาจขึ้นอีก เงินดอลลาร์แข็งค่าขึ้น ทำให้ทองคำซึ่งไม่จ่ายดอกเบี้ยเสียความน่าสนใจเมื่อเทียบกับสินทรัพย์ที่ให้ผลตอบแทน ณ เวลา 15.10 น. ตามเวลาฝั่งตะวันออกของสหรัฐฯ วันที่ 16 กันยายน ราคาทองคำสปอตลดลง 1.2% มาอยู่ที่ 4,240.10 ดอลลาร์ต่อออนซ์ อย่างไรก็ดี ไม่ควรเรียกการขึ้นดอกเบี้ยครั้งนั้นว่าเป็นเรื่องเหนือความคาดหมายสำหรับทุกฝ่าย เพราะมีรายงานระบุว่าการขึ้นดอกเบี้ย 0.25 จุดเปอร์เซ็นต์เป็นสิ่งที่ตลาดคาดไว้มากแล้ว
17
20
สำหรับ TD Securities คำถามสำคัญจึงไม่ใช่เพียงว่าทองตอบสนองต่อเฟดอย่างไรในวันเดียว แต่คือแรงซื้อจะมากพอรับมือกับดอกเบี้ยและดอลลาร์ที่ยังเป็นอุปสรรคได้หรือไม่ ในประมาณการระยะยาวอีกชุดหนึ่ง บริษัทระบุว่า หากดอกเบี้ยลดลง ดอลลาร์อ่อนค่า และความต้องการทองแข็งแกร่งขึ้น ราคาก็อาจสูงกว่าระดับ เฉลี่ย 5,350 ดอลลาร์ต่อออนซ์ที่บริษัทประเมินสำหรับไตรมาส 2 ปี 2570 เงื่อนไขเหล่านี้ยังไม่ใช่สิ่งที่เกิดขึ้นแน่นอน
5
12
แรงซื้อที่หนุนมุมมองขาขึ้น
รายงานที่อ้างมุมมองของ TD Securities ระบุว่า นับตั้งแต่เดือนกรกฎาคมมีทองไหลเข้ากองทุน ETF ทองคำราว 6.3 ล้านออนซ์ ส่วนธนาคารกลางทั่วโลกซื้อทองเกือบ 70 ตันต่อเดือน ในช่วงสามเดือนก่อนหน้า กองทุน ETF เป็นช่องทางที่นักลงทุนใช้ถือครองทองผ่านหน่วยลงทุน ขณะที่การซื้อของธนาคารกลางเป็นความต้องการอีกประเภทหนึ่ง TD ยังมองว่าสถานะเก็งกำไรฝั่งคาดราคาขึ้นเริ่มเพิ่ม แต่ยังไม่หนาแน่นเท่าช่วงที่เคยสูงสุด จึงอาจมีพื้นที่ให้เงินลงทุนไหลเข้าเพิ่มได้ หากดอกเบี้ยอยู่สูงนานกว่าคาด กระแสเงินและสถานะเหล่านี้ก็เปลี่ยนได้เช่นกัน
2
4
6
จีนเป็นอีกส่วนของภาพอุปสงค์ แต่ต้องแยกตัวเลขคนละประเภท รายงานหนึ่งระบุว่าธนาคารกลางจีนซื้อทอง 20 ตันในเดือนกรกฎาคม ขณะที่ State Street Global Advisors ระบุว่าการนำเข้าทองสู่ตลาดภายในจีนรวม 1,000 ตันในช่วงมกราคม–กรกฎาคม 2569 ตัวเลขนำเข้าไม่ใช่ยอดซื้อของธนาคารกลาง และทั้งสองตัวเลขไม่ได้ยืนยันว่าแรงซื้อจากจีนจะชดเชยผลของดอลลาร์แข็งค่าได้เสมอ
1
37
เป้าราคาแต่ละสำนักเทียบกันอย่างไร?
Goldman Sachs มีรายงานว่ายังคงคาดราคาทองที่ 5,400 ดอลลาร์ต่อออนซ์ ณ สิ้นปี 2570 โดยให้น้ำหนักกับแรงซื้อของธนาคารกลาง ส่วนเป้า 5,350 ดอลลาร์ของ TD สำหรับไตรมาส 3 ปี 2570 เป็นตัวเลขอีกชุดหนึ่ง ซึ่งใกล้เคียงกับเป้าของ Goldman ในแง่ช่วงเวลามากกว่าประมาณการ ราคาเฉลี่ย ไตรมาส 2 ของ TD ขณะที่ตัวเลข 4,400 ดอลลาร์ของ BMI เป็นราคาเฉลี่ยสำหรับปี 2569 ไม่ใช่เป้าสิ้นปี 2570 การดูเฉพาะตัวเลขโดยไม่ดูว่าเป็นราคา ณ ช่วงเวลาใดหรือราคาเฉลี่ย อาจทำให้เปรียบเทียบผิดประเด็น
7
9
12
30
ก่อนถึงปี 2570 ต้องจับตาอะไร?
การตัดสินใจดอกเบี้ยเฟดวันที่ 28 ตุลาคม 2569 เป็นบททดสอบระยะใกล้ หากเฟดคงดอกเบี้ยหรือส่งสัญญาณผ่อนคลายลง แรงกดดันจากดอกเบี้ยอาจลดลงและเปิดโอกาสให้ทองกลับไปทดสอบ 4,400 ดอลลาร์ แต่หากขึ้นดอกเบี้ยอีกหรือย้ำว่าจะคุมเข้มต่อ ราคาก็อาจถูกกดดันนานขึ้น นี่เป็นเพียงฉากทัศน์ ไม่ใช่คำทำนายผลประชุมหรือการเคลื่อนไหวของราคา
18
ส่วนระดับ ราว 4,230 ดอลลาร์ ควรมองเป็นบริเวณให้เฝ้าดูหากราคาลงต่อ ไม่ใช่แนวรับที่แม่นยำตายตัว: หลังเฟดขึ้นดอกเบี้ยมีรายงานราคาทองแถว 4,240 ดอลลาร์ ขณะที่บทวิเคราะห์ทางเทคนิคอีกชิ้นวางขอบล่างไว้ใกล้ 4,225 ดอลลาร์ ส่วน 4,000 ดอลลาร์ เป็นฉากทัศน์ขาลงที่ลึกกว่า ไม่ใช่ราคาที่รับประกันว่าจะหยุดลง สุดท้าย โอกาสที่ทองจะยืนเหนือ 5,000 ดอลลาร์ขึ้นอยู่กับความต่อเนื่องของแรงซื้อ เทียบกับทิศทางดอกเบี้ยและเงินดอลลาร์ มากกว่าตัวเลขแนวรับหรือแนวต้านเพียงจุดเดียว
17
19
3
12