เกณฑ์ “ดีกว่า 5–10 เท่า” ที่ COO ของ Jupiter เสนอ เป็นโจทย์การแข่งขันสำหรับ DeFi ไม่ใช่ผลการเปรียบเทียบประสิทธิภาพที่วัดได้แล้ว Jupiter จัดบริการเป็น 3 ส่วน ได้แก่ Trade, Earn และ Manage พร้อมขยายไปสู่สเตเบิลคอยน์และเครื่องมือชำระเงิน เงินลงทุน 35 ล้านดอลลาร์จาก ParaFi และกระแสเงินเข้าสู่กองทุน Solana ETF บ่งชี้ความ...
เผยแพร่โดยแก้ไขด้วย GPT-6 Lunaรูปภาพสร้างด้วย GPT Image 2
คำตอบการวิจัย

Create a landscape editorial hero image for this Studio Global article: Why does Jupiter Exchange COO Kash Dhanda argue that DeFi must be five to ten times better than traditional finance to attract serious insti. Article summary: Dhanda’s “five to ten times better” is a competitive hurdle, not a measured performance claim: institutions already have familiar financial systems, so DeFi must offer a compelling improvement in execution, access or eff. Topic tags: general, general web, user generated. Style: premium digital editorial illustration, source-backed research mood, clean composition, high detail, modern web publication hero. Use reference image context only for broad subject, composition, and topical grounding; do not copy the exact image. Avoid: logos, brand marks, copyrighted characters, real person likenesses, fake screenshots, UI text, readable text, watermarks, charts with fa
Kash Dhanda ประธานเจ้าหน้าที่ฝ่ายปฏิบัติการของ Jupiter Exchange มองว่า DeFi ต้อง “ดีกว่าการเงินแบบดั้งเดิม 5–10 เท่า” จึงจะดึงดูดเงินลงทุนจากสถาบันได้อย่างจริงจัง ตัวเลขนี้ควรเข้าใจว่าเป็นโจทย์ที่ DeFi ต้องทำให้ได้ ไม่ใช่ผลทดสอบที่ยืนยันว่า Jupiter ทำได้แล้ว เพราะการดีกว่าเพียงเล็กน้อยอาจยังไม่มากพอให้สถาบันเปลี่ยนจากระบบการเงินที่คุ้นเคย 17
Jupiter กำลังขยายจากบริการรวมเส้นทางแลกเปลี่ยนโทเคนบน Solana ไปสู่แพลตฟอร์มการเงินบนบล็อกเชนที่ครอบคลุมกว่าเดิม ตัวเลขการใช้งานและผลิตภัณฑ์ที่เพิ่มขึ้นสะท้อนความทะเยอทะยานและความสนใจในบริการ แต่ยังตอบไม่ได้ว่าแพลตฟอร์มดีกว่าทางเลือกเดิม 5–10 เท่าสำหรับผู้ใช้สถาบันหรือไม่
คำกล่าวของ Dhanda ไม่ใช่การเปิดเผยผลเปรียบเทียบประสิทธิภาพของ Jupiter กับบริการทางการเงินแบบดั้งเดิม แต่เป็นมาตรฐานที่เขาเห็นว่า DeFi ต้องไปให้ถึง หากต้องการให้สถาบันพิจารณาใช้งานจริง
การประเมินสำหรับผู้ใช้สถาบันจึงต้องดูมากกว่าจำนวนผลิตภัณฑ์หรือธุรกรรม เช่น ประสิทธิภาพการส่งคำสั่งซื้อขาย ความปลอดภัย การดูแลสินทรัพย์ การปฏิบัติตามข้อกำกับ และความน่าเชื่อถือในการดำเนินงาน ตัวเลขกิจกรรมของ Jupiter ที่มีอยู่ยังไม่ตอบคำถามเหล่านี้ได้ครบถ้วน
เดิม Jupiter เป็นที่รู้จักจากการรวบรวมสภาพคล่องและเลือกเส้นทางสำหรับการสวอป บริษัทจัดบริการใหม่ออกเป็น 3 กลุ่ม ได้แก่ Trade, Earn และ Manage โดย Trade ครอบคลุมการสวอปและสัญญาซื้อขายล่วงหน้าแบบ Perpetuals ส่วน Earn รวมผลิตภัณฑ์ที่เกี่ยวกับผลตอบแทน เช่น การปล่อยกู้และสเตเบิลคอยน์ ขณะที่ Manage มีเครื่องมืออย่างส่วนขยายกระเป๋าเงินและหน้าดูพอร์ตการลงทุน 50
แนวทางนี้คือการรวมกิจกรรมทางการเงินบนบล็อกเชนหลายประเภทไว้ในแพลตฟอร์มเดียว ไม่จำกัดอยู่แค่การแลกเปลี่ยนโทเคน แพลตฟอร์มยังมีเครื่องมือชำระเงินด้วย 8 การรวมบริการอาจช่วยให้ใช้งานสะดวกขึ้น แต่การมีหน้าจอหรือผลิตภัณฑ์ครบในที่เดียว ไม่ได้ยืนยันด้วยตัวเองว่าระบบมีประสิทธิภาพหรือการบริหารความเสี่ยงในระดับที่สถาบันต้องการ
Jupiter ระบุว่ามีปริมาณซื้อขายสะสมมากกว่า 1.2 ล้านล้านดอลลาร์ และมีกระเป๋าเงินเชื่อมต่อมากกว่า 44 ล้านใบ 5
17 ตัวเลขเหล่านี้ชี้ให้เห็นถึงกิจกรรมและการเข้าถึงในวงกว้าง แต่ไม่ได้บอกว่าปริมาณดังกล่าวมาจากสถาบันมากน้อยเพียงใด กระเป๋าเงินแต่ละใบเป็นผู้ใช้หรือองค์กรที่แตกต่างกันกี่ราย หรือแพลตฟอร์มจัดการคำสั่งซื้อขายขนาดใหญ่ได้ดีแค่ไหน
อีกตัวชี้วัดหนึ่งคือบริการปล่อยกู้ Jupiter Lend ซึ่งรายงานว่ามียอดเงินฝากรวม 2.41 พันล้านดอลลาร์ ณ วันที่ 22 กันยายน 2026 ยอดเงินฝากหมายถึงสินทรัพย์ที่ผู้ใช้ใส่ไว้ในโปรโตคอลปล่อยกู้ ไม่ใช่ยอดเงินกู้ที่ถูกยืมออกไป และไม่ได้ยืนยันว่ามีสถาบันใช้งานบริการนี้ 11
การขยายไปสู่สเตเบิลคอยน์และเครื่องมือชำระเงินทำให้ Jupiter พยายามก้าวพ้นจากการเป็นแพลตฟอร์มสำหรับซื้อขายเพียงอย่างเดียว ขณะเดียวกัน รายงานการลงทุนเชิงกลยุทธ์มูลค่า 35 ล้านดอลลาร์จาก ParaFi Capital เป็นสัญญาณความสนใจในตัว Jupiter โดยตรงกว่ากิจกรรมในตลาด Solana โดยรวม รายงานระบุว่าธุรกรรมนี้ชำระด้วยสเตเบิลคอยน์ JupUSD ของ Jupiter 53
อย่างไรก็ตาม การลงทุนดังกล่าวยืนยันถึงการตัดสินใจลงทุนและความร่วมมือเชิงกลยุทธ์ของ ParaFi ไม่ได้พิสูจน์ว่าสถาบันจำนวนมากกำลังใช้ผลิตภัณฑ์ของ Jupiter ในการดำเนินงานประจำวัน บริษัทอาจดึงดูดเงินลงทุนได้ ขณะที่แพลตฟอร์มยังต้องแสดงให้เห็นว่าตอบโจทย์งานจริงของสถาบันได้เพียงใด
กองทุน Solana ETF แบบ Spot ในสหรัฐฯ มีเงินไหลเข้าสุทธิต่อเนื่อง 12 สัปดาห์ และมียอดสะสมราว 1.4 พันล้านดอลลาร์จนถึงสัปดาห์สิ้นสุดวันที่ 18 กันยายน 2026 ตามรายงาน 39 ตัวเลขนี้สะท้อนความต้องการลงทุนใน SOL ผ่านผลิตภัณฑ์ที่อยู่ในกรอบตลาดกองทุน แต่ไม่ได้แสดงว่าผู้ลงทุนใน ETF เหล่านั้นกำลังใช้ Jupiter หรือว่าเงินลงทุนใน ETF จะกลายเป็นกิจกรรมบนแพลตฟอร์ม DeFi ของ Jupiter
การเปลี่ยนผ่านของ Jupiter เป็นการเดิมพันด้านผลิตภัณฑ์ที่ชัดเจน: แพลตฟอร์มกำลังนำเครื่องมือเทรด สร้างผลตอบแทน และจัดการสินทรัพย์มาไว้ในประสบการณ์บนบล็อกเชนที่กว้างขึ้น ตัวเลขปริมาณซื้อขาย ยอดเงินฝากในบริการปล่อยกู้ และเงินลงทุนจาก ParaFi เป็นหลักฐานด้านการเข้าถึงและความสนใจที่มีอยู่จริง 5
11
53
แต่ข้อมูลเหล่านี้ยังไม่แสดงว่า Jupiter ดีกว่าการเงินแบบดั้งเดิม 5–10 เท่าสำหรับสถาบัน เกณฑ์ดังกล่าวจึงยังเป็นเป้าหมายที่ต้องทดสอบ ไม่ใช่ข้อสรุปที่ยืนยันได้จากยอดใช้งาน เงินลงทุนรอบหนึ่ง หรือกระแสเงินเข้า Solana ETF
Studio Global AI
หน้านี้รวมคำตอบที่ได้รับการสนับสนุนจากแหล่งที่มาซึ่งคุณสามารถดำเนินการต่อภายใน Studio Global
เกณฑ์ “ดีกว่า 5–10 เท่า” ที่ COO ของ Jupiter เสนอ เป็นโจทย์การแข่งขันสำหรับ DeFi ไม่ใช่ผลการเปรียบเทียบประสิทธิภาพที่วัดได้แล้ว
เกณฑ์ “ดีกว่า 5–10 เท่า” ที่ COO ของ Jupiter เสนอ เป็นโจทย์การแข่งขันสำหรับ DeFi ไม่ใช่ผลการเปรียบเทียบประสิทธิภาพที่วัดได้แล้ว Jupiter จัดบริการเป็น 3 ส่วน ได้แก่ Trade, Earn และ Manage พร้อมขยายไปสู่สเตเบิลคอยน์และเครื่องมือชำระเงิน
เงินลงทุน 35 ล้านดอลลาร์จาก ParaFi และกระแสเงินเข้าสู่กองทุน Solana ETF บ่งชี้ความสนใจในตลาด แต่ไม่ได้ยืนยันว่าสถาบันใช้งานบริการ DeFi ของ Jupiter