Hayes ระบุว่า ETH เป็นตัวเลือกอันดับหนึ่งระยะใกล้ เพราะมองว่ามีโอกาสขึ้น 3–5 เท่าได้เร็วกว่า Bitcoin ซึ่งน่าจะค่อย ๆ ปรับขึ้น เป้าหมาย ETH ที่ 10,000 ดอลลาร์ภายในสิ้นปี 2026 รวมถึง ENA ที่ 0.50 ดอลลาร์ และ ETHFI ที่ 2 ดอลลาร์ เป็นมุมมองเชิงเก็งกำไร ไม่ใช่ราคาเป้าหมายจากโมเดลมูลค่า หัวใจของสมมติฐานคือ EUR/JPY ลดจากรา...
เผยแพร่โดยแก้ไขด้วย GPT-5.6 Terraรูปภาพสร้างด้วย GPT Image 2
คำตอบการวิจัย

Create a landscape editorial hero image for this Studio Global article: Why does BitMEX co-founder Arthur Hayes consider Ethereum his top near-term crypto investment—forecasting ETH at $10,000 by year-end 2026 fr. Article summary: Hayes’s case is primarily a liquidity trade, not a claim that Ethereum has the best technology or governance. He sees ETH as the cleaner near-term high-beta beneficiary of a coming monetary response to financial stress, . Topic tags: general, general web, user generated, news. Style: premium digital editorial illustration, source-backed research mood, clean composition, high detail, modern web publication hero. Use reference image context only for broad subject, composition, and topical grounding; do not copy the exact image. Avoid: logos, brand marks, copyrighted characters, real person likenesses, fake screenshots, UI text, readable text, watermarks, charts w
เหตุผลที่ Arthur Hayes เอนเอียงไปทาง Ethereum (ETH) มากกว่า Hyperliquid (HYPE) ควรอ่านว่าเป็น การเดิมพันต่อสภาพคล่องในระบบการเงิน มากกว่าจะเป็นคำตัดสินด้านเทคโนโลยีหรือธรรมาภิบาลของโปรโตคอล เขามองว่า ETH เป็นสินทรัพย์ขนาดใหญ่และมีสภาพคล่องในการซื้อขายสูง จึงเป็นเครื่องมือที่ตรงกว่าในการรับผลจากภาวะสินทรัพย์เสี่ยงขาขึ้น หากความตึงตัวทางการเงินบังคับให้ผู้กำหนดนโยบายสหรัฐฯ ต้องอัดฉีดสภาพคล่อง
Hayes ตั้งเป้า ETH ที่ 10,000 ดอลลาร์ภายในสิ้นปี 2026 พร้อม ENA ของ Ethena ที่ 0.50 ดอลลาร์ และ ETHFI ของ Ether.fi ที่ 2 ดอลลาร์ แต่เขาระบุเองว่าเป้าหมายเหล่านี้เป็นการเก็งกำไร ไม่ได้อิงโมเดลประเมินมูลค่า 4
3
รายงานที่มีอยู่ไม่ได้ให้เหตุผลเชิงพื้นฐานอย่างละเอียดเพื่อวิจารณ์ Hyperliquid โดยเฉพาะ ดังนั้นข้อสรุปที่ระมัดระวังกว่าคือ Hayes เห็น ETH เป็นทางเลือกที่สะท้อนมุมมองเรื่องสภาพคล่องได้ชัดกว่า ไม่ได้แปลว่า HYPE หรือ Hyperliquid เป็นการลงทุนที่มีข้อบกพร่องเสมอไป
แม้สำนักงานลงทุนครอบครัว Maelstrom ของ Hayes ยังคงถือสถานะซื้อ Bitcoin (BTC) ระยะยาวเป็นแกนหลัก แต่เขากลับยก ETH เป็นตัวเลือกอันดับหนึ่งในช่วงใกล้ ๆ เพราะเชื่อว่า ETH มีโอกาสปรับขึ้น 3–5 เท่าได้ค่อนข้างเร็ว ขณะที่ Bitcoin อาจค่อย ๆ ไต่ระดับขึ้น 21
ในช่วงเวลาที่มีการรายงาน ETH ซื้อขายแถว 2,400 ดอลลาร์ เป้าหมาย 10,000 ดอลลาร์จึงหมายถึงการเพิ่มขึ้นมากกว่า 4 เท่า อย่างไรก็ดี นี่ไม่ใช่มูลค่ายุติธรรมที่คำนวณจากปัจจัยพื้นฐาน แต่เป็นผลลัพธ์ในกรณีตลาดขาขึ้นที่มีแรงหนุนจากสภาพคล่องอย่างมาก 3
14
กล่าวอีกแบบหนึ่ง Bitcoin คือเดิมพันหลักระยะยาวต่อการเสื่อมค่าของเงินตรา ส่วน ETH คือเดิมพันเชิงรุกที่มีความผันผวนสูงกว่า เพื่อรับผลจากคลื่นสภาพคล่องที่ Hayes คาดหวัง
กรอบคิดของเขาเป็นเงื่อนไขต่อเนื่อง ไม่ใช่คำทำนายที่ต้องเกิดแน่นอน:
Hayes มองการสร้างโครงสร้างพื้นฐาน AI ว่าเป็นการลงทุนที่อ่อนไหวต่อสินเชื่อ ไม่ใช่เพียงธีมหุ้นเทคโนโลยี หากการก่อสร้างดาต้าเซ็นเตอร์หรือการใช้จ่ายของผู้ให้บริการคลาวด์รายใหญ่ชะลอลง เขาเชื่อว่าหนี้และเลเวอเรจที่ซ่อนอยู่ในระบบอาจถูกเปิดเผย และกระตุ้นการตอบสนองจากภาครัฐ แต่ทั้งหมดนี้คือฉากทัศน์ของ Hayes ไม่ใช่ข้อสรุปที่ยืนยันแล้วเกี่ยวกับอุตสาหกรรม AI 61
Hayes ให้น้ำหนักกับ “กลไก” ในระบบการเงินมากกว่าถ้อยแถลงทางการเมือง ได้แก่ การออกตราสารหนี้ของกระทรวงการคลังสหรัฐฯ การรับซื้อคืนพันธบัตร สภาพคล่องของเงินสำรองธนาคาร และท่าทีของ Fed เมื่อเกิดแรงกดดันในตลาด
เขาเปรียบรัฐมนตรีคลังสหรัฐฯ Scott Bessent ว่าเป็น “Yellen 2.0” โดยมองว่าทั้งสองต้องรับมือกับผลตอบแทนพันธบัตรรัฐบาลสหรัฐฯ อายุ 10 ปีที่อยู่ในระดับสูง ซึ่งกระทบต้นทุนจำนอง หนี้ธุรกิจ และสินเชื่อผู้บริโภค ในกรอบนี้ การซื้อคืนพันธบัตรหรือปรับวิธีบริหารหนี้อาจช่วยพยุงสภาพคล่องในตลาดตราสารหนี้ทางอ้อม ขณะที่การควบคุมเส้นอัตราผลตอบแทนจะเป็นการกดผลตอบแทนอย่างชัดเจนกว่า 52
47
ด้วยเหตุนี้ เขาจึงให้น้ำหนักกับนโยบายที่เปลี่ยนสภาพคล่องและต้นทุนเงินทุนได้จริง มากกว่าความเห็นของประธานาธิบดี Donald Trump ที่อาจมีผลต่อบรรยากาศตลาด แต่ไม่ได้แปลว่าสร้างสภาพคล่องโดยตรง แน่นอนว่าเป็นเพียงการตีความว่าตลาดอาจตอบสนองอย่างไร ไม่ใช่ความสัมพันธ์อัตโนมัติ
จุดที่โดดเด่นที่สุดของแนวคิดนี้คือการจับตาคู่เงินยูโร/เยน หรือ EUR/JPY Hayes คาดว่าคู่เงินนี้จะลดจากราว 185 ไปที่ 140 หรือต่ำกว่าภายในราวเดือนมิถุนายน 2027 และมองว่าการเคลื่อนไหวดังกล่าวจะเป็นสัญญาณของสภาพคล่องดอลลาร์ที่เพิ่มขึ้นมาก 62
4
กลไกที่เขาเสนอคือ เงินเยนที่แข็งค่าขึ้น ซึ่งอาจสัมพันธ์กับนโยบายการเงินญี่ปุ่นที่เข้มงวดขึ้นและแรงกดดันต่อธุรกรรม carry trade ที่กู้เยนต้นทุนต่ำไปลงทุนในสินทรัพย์อื่น อาจสร้างความตึงเครียดต่อตลาดยุโรปหรือตลาดโลก จากนั้นสหรัฐฯ อาจต้องตอบสนองด้วยการเพิ่มสภาพคล่อง
อย่างไรก็ตาม นี่คือจุดที่มีการอนุมานมากที่สุดของวิทยานิพนธ์นี้ EUR/JPY ที่ลดลงไม่ได้หมายความว่าคริปโตจะพุ่งขึ้นทันที ตรงกันข้าม ช่วงแรกอาจสะท้อนการลดเลเวอเรจและการหลีกเลี่ยงความเสี่ยง ซึ่งกดดันทั้ง ETH, BTC และโทเคนขนาดเล็กได้ก่อน มาตรการช่วยเหลือที่ Hayes คาดอาจมาช้า มีขนาดไม่พอ หรือไม่เกิดขึ้นเลย
มุมมองระยะใกล้ที่ชอบ ETH ไม่ได้ขัดแย้งกับความเชื่อระยะยาวใน Bitcoin ของ Hayes เพราะทั้งสองมีหน้าที่ต่างกันในพอร์ต:
รายงานระบุว่า Maelstrom วางพอร์ตแบบรับความเสี่ยงสูงสุดใน Bitcoin, Ether, ENA และ ETHFI ดังนั้นผลลัพธ์จึงอ่อนไหวต่อจังหวะเวลาอย่างมาก 59
กรณี ETH ที่ 10,000 ดอลลาร์ต้องอาศัยหลายเงื่อนไขเกิดขึ้นพร้อมกัน ความเสี่ยงสำคัญมีดังนี้
Markus Thielen แห่ง 10x Research โต้แย้งเป้าหมาย Bitcoin ที่ 1 ล้านดอลลาร์ภายในปี 2030 ของ Hayes โดยเรียกว่า “เป็นไปไม่ได้ในทางคณิตศาสตร์” เขาให้เหตุผลว่า Bitcoin ต้องดึงเงินทุนใหม่ระดับหลายล้านล้านดอลลาร์ในเวลาไม่กี่ปี ซึ่งมากเกินกว่าประสบการณ์ในอดีต 21
19
ข้อโต้แย้งที่กว้างกว่าคือ เรื่องเล่าสภาพคล่องอาจถูกต้องในทิศทาง แต่ใช้จับจังหวะลงทุนได้ไม่ดีนัก เงินเฟ้อ ดอลลาร์แข็ง นโยบายการเงินตึงตัว หรือภาวะหลีกเลี่ยงความเสี่ยงที่ยืดเยื้อ ล้วนสามารถเลื่อนหรือทำลายผลตอบแทนคริปโตที่คาดหวังได้
BitMEX ซึ่ง Hayes ร่วมก่อตั้ง มีกำหนดปิดให้บริการในวันที่ 23 กันยายน 2026 เวลา 04:00 น. UTC หลัง HDR Global Trading ผู้ดำเนินการระบุว่าได้ทบทวนเชิงกลยุทธ์ของธุรกิจและอุตสาหกรรมคริปโต บริษัทหยุดรับสมัครบัญชีใหม่ และขอให้ผู้ใช้ปิดสถานะกับถอนสินทรัพย์ 37
31
การปิดตัวไม่ได้พิสูจน์ว่า Binance หรือ OKX เป็นสาเหตุโดยตรง เพราะคำอธิบายทางการคือการทบทวนเชิงกลยุทธ์ แต่สะท้อนโจทย์เชิงโครงสร้างของแพลตฟอร์มอนุพันธ์ขนาดเล็กหรือผู้เล่นรุ่นเก่า: สภาพคล่องยิ่งมาก ยิ่งดึงสภาพคล่องเพิ่ม ผู้ซื้อขายมุ่งหาออร์เดอร์บุ๊กที่ลึก ผู้ดูแลสภาพคล่องตามปริมาณลูกค้า และแพลตฟอร์มขนาดใหญ่กระจายต้นทุนด้านกำกับดูแล โครงสร้างพื้นฐาน รายการเหรียญ และการหาลูกค้าได้ดีกว่า
สำหรับผู้ใช้ BitMEX ประเด็นเร่งด่วนคือควรทำตามกำหนดการปิดบริการของแพลตฟอร์ม ปิดสถานะและถอนสินทรัพย์ให้เรียบร้อยก่อนวันปิด 37
ท้ายที่สุด เป้า ETH ของ Hayes คือการเดิมพันว่านโยบายจะเข้ามาหนุนระบบเร็วและแรงพอ หลังเกิดความตึงตัวทางการเงิน เป็นเรื่องเล่ามหภาคที่มีตรรกะในตัวเอง แต่ไม่ใช่การคาดการณ์ความเสี่ยงต่ำ เพราะสมมติฐานสำคัญที่สุดล้วนเป็นสิ่งที่ตลาดจับเวลาได้ยากที่สุด
Studio Global AI
หน้านี้รวมคำตอบที่ได้รับการสนับสนุนจากแหล่งที่มาซึ่งคุณสามารถดำเนินการต่อภายใน Studio Global
Hayes ระบุว่า ETH เป็นตัวเลือกอันดับหนึ่งระยะใกล้ เพราะมองว่ามีโอกาสขึ้น 3–5 เท่าได้เร็วกว่า Bitcoin ซึ่งน่าจะค่อย ๆ ปรับขึ้น
Hayes ระบุว่า ETH เป็นตัวเลือกอันดับหนึ่งระยะใกล้ เพราะมองว่ามีโอกาสขึ้น 3–5 เท่าได้เร็วกว่า Bitcoin ซึ่งน่าจะค่อย ๆ ปรับขึ้น เป้าหมาย ETH ที่ 10,000 ดอลลาร์ภายในสิ้นปี 2026 รวมถึง ENA ที่ 0.50 ดอลลาร์ และ ETHFI ที่ 2 ดอลลาร์ เป็นมุมมองเชิงเก็งกำไร ไม่ใช่ราคาเป้าหมายจากโมเดลมูลค่า
หัวใจของสมมติฐานคือ EUR/JPY ลดจากราว 185 สู่ 140 หรือต่ำกว่าภายในราวมิถุนายน 2027 จนนำไปสู่แรงกดดันทางการเงินและสภาพคล่องดอลลาร์เพิ่มขึ้น
Hayes ระบุว่า ETH เป็นตัวเลือกอันดับหนึ่งระยะใกล้ เพราะมองว่ามีโอกาสขึ้น 3–5 เท่าได้เร็วกว่า Bitcoin ซึ่งน่าจะค่อย ๆ ปรับขึ้น เป้าหมาย ETH ที่ 10,000 ดอลลาร์ภายในสิ้นปี 2026 รวมถึง ENA ที่ 0.50 ดอลลาร์ และ ETHFI ที่ 2 ดอลลาร์ เป็นมุมมองเชิงเก็งกำไร ไม่ใช่ราคาเป้าหมายจากโมเดลมูลค่า หัวใจของสมมติฐานคือ EUR/JPY ลดจากรา...
เผยแพร่โดยแก้ไขด้วย GPT-5.6 Terraรูปภาพสร้างด้วย GPT Image 2
คำตอบการวิจัย

Create a landscape editorial hero image for this Studio Global article: Why does BitMEX co-founder Arthur Hayes consider Ethereum his top near-term crypto investment—forecasting ETH at $10,000 by year-end 2026 fr. Article summary: Hayes’s case is primarily a liquidity trade, not a claim that Ethereum has the best technology or governance. He sees ETH as the cleaner near-term high-beta beneficiary of a coming monetary response to financial stress, . Topic tags: general, general web, user generated, news. Style: premium digital editorial illustration, source-backed research mood, clean composition, high detail, modern web publication hero. Use reference image context only for broad subject, composition, and topical grounding; do not copy the exact image. Avoid: logos, brand marks, copyrighted characters, real person likenesses, fake screenshots, UI text, readable text, watermarks, charts w
เหตุผลที่ Arthur Hayes เอนเอียงไปทาง Ethereum (ETH) มากกว่า Hyperliquid (HYPE) ควรอ่านว่าเป็น การเดิมพันต่อสภาพคล่องในระบบการเงิน มากกว่าจะเป็นคำตัดสินด้านเทคโนโลยีหรือธรรมาภิบาลของโปรโตคอล เขามองว่า ETH เป็นสินทรัพย์ขนาดใหญ่และมีสภาพคล่องในการซื้อขายสูง จึงเป็นเครื่องมือที่ตรงกว่าในการรับผลจากภาวะสินทรัพย์เสี่ยงขาขึ้น หากความตึงตัวทางการเงินบังคับให้ผู้กำหนดนโยบายสหรัฐฯ ต้องอัดฉีดสภาพคล่อง
Hayes ตั้งเป้า ETH ที่ 10,000 ดอลลาร์ภายในสิ้นปี 2026 พร้อม ENA ของ Ethena ที่ 0.50 ดอลลาร์ และ ETHFI ของ Ether.fi ที่ 2 ดอลลาร์ แต่เขาระบุเองว่าเป้าหมายเหล่านี้เป็นการเก็งกำไร ไม่ได้อิงโมเดลประเมินมูลค่า 4
3
รายงานที่มีอยู่ไม่ได้ให้เหตุผลเชิงพื้นฐานอย่างละเอียดเพื่อวิจารณ์ Hyperliquid โดยเฉพาะ ดังนั้นข้อสรุปที่ระมัดระวังกว่าคือ Hayes เห็น ETH เป็นทางเลือกที่สะท้อนมุมมองเรื่องสภาพคล่องได้ชัดกว่า ไม่ได้แปลว่า HYPE หรือ Hyperliquid เป็นการลงทุนที่มีข้อบกพร่องเสมอไป
แม้สำนักงานลงทุนครอบครัว Maelstrom ของ Hayes ยังคงถือสถานะซื้อ Bitcoin (BTC) ระยะยาวเป็นแกนหลัก แต่เขากลับยก ETH เป็นตัวเลือกอันดับหนึ่งในช่วงใกล้ ๆ เพราะเชื่อว่า ETH มีโอกาสปรับขึ้น 3–5 เท่าได้ค่อนข้างเร็ว ขณะที่ Bitcoin อาจค่อย ๆ ไต่ระดับขึ้น 21
ในช่วงเวลาที่มีการรายงาน ETH ซื้อขายแถว 2,400 ดอลลาร์ เป้าหมาย 10,000 ดอลลาร์จึงหมายถึงการเพิ่มขึ้นมากกว่า 4 เท่า อย่างไรก็ดี นี่ไม่ใช่มูลค่ายุติธรรมที่คำนวณจากปัจจัยพื้นฐาน แต่เป็นผลลัพธ์ในกรณีตลาดขาขึ้นที่มีแรงหนุนจากสภาพคล่องอย่างมาก 3
14
กล่าวอีกแบบหนึ่ง Bitcoin คือเดิมพันหลักระยะยาวต่อการเสื่อมค่าของเงินตรา ส่วน ETH คือเดิมพันเชิงรุกที่มีความผันผวนสูงกว่า เพื่อรับผลจากคลื่นสภาพคล่องที่ Hayes คาดหวัง
กรอบคิดของเขาเป็นเงื่อนไขต่อเนื่อง ไม่ใช่คำทำนายที่ต้องเกิดแน่นอน:
Hayes มองการสร้างโครงสร้างพื้นฐาน AI ว่าเป็นการลงทุนที่อ่อนไหวต่อสินเชื่อ ไม่ใช่เพียงธีมหุ้นเทคโนโลยี หากการก่อสร้างดาต้าเซ็นเตอร์หรือการใช้จ่ายของผู้ให้บริการคลาวด์รายใหญ่ชะลอลง เขาเชื่อว่าหนี้และเลเวอเรจที่ซ่อนอยู่ในระบบอาจถูกเปิดเผย และกระตุ้นการตอบสนองจากภาครัฐ แต่ทั้งหมดนี้คือฉากทัศน์ของ Hayes ไม่ใช่ข้อสรุปที่ยืนยันแล้วเกี่ยวกับอุตสาหกรรม AI 61
Hayes ให้น้ำหนักกับ “กลไก” ในระบบการเงินมากกว่าถ้อยแถลงทางการเมือง ได้แก่ การออกตราสารหนี้ของกระทรวงการคลังสหรัฐฯ การรับซื้อคืนพันธบัตร สภาพคล่องของเงินสำรองธนาคาร และท่าทีของ Fed เมื่อเกิดแรงกดดันในตลาด
เขาเปรียบรัฐมนตรีคลังสหรัฐฯ Scott Bessent ว่าเป็น “Yellen 2.0” โดยมองว่าทั้งสองต้องรับมือกับผลตอบแทนพันธบัตรรัฐบาลสหรัฐฯ อายุ 10 ปีที่อยู่ในระดับสูง ซึ่งกระทบต้นทุนจำนอง หนี้ธุรกิจ และสินเชื่อผู้บริโภค ในกรอบนี้ การซื้อคืนพันธบัตรหรือปรับวิธีบริหารหนี้อาจช่วยพยุงสภาพคล่องในตลาดตราสารหนี้ทางอ้อม ขณะที่การควบคุมเส้นอัตราผลตอบแทนจะเป็นการกดผลตอบแทนอย่างชัดเจนกว่า 52
47
ด้วยเหตุนี้ เขาจึงให้น้ำหนักกับนโยบายที่เปลี่ยนสภาพคล่องและต้นทุนเงินทุนได้จริง มากกว่าความเห็นของประธานาธิบดี Donald Trump ที่อาจมีผลต่อบรรยากาศตลาด แต่ไม่ได้แปลว่าสร้างสภาพคล่องโดยตรง แน่นอนว่าเป็นเพียงการตีความว่าตลาดอาจตอบสนองอย่างไร ไม่ใช่ความสัมพันธ์อัตโนมัติ
จุดที่โดดเด่นที่สุดของแนวคิดนี้คือการจับตาคู่เงินยูโร/เยน หรือ EUR/JPY Hayes คาดว่าคู่เงินนี้จะลดจากราว 185 ไปที่ 140 หรือต่ำกว่าภายในราวเดือนมิถุนายน 2027 และมองว่าการเคลื่อนไหวดังกล่าวจะเป็นสัญญาณของสภาพคล่องดอลลาร์ที่เพิ่มขึ้นมาก 62
4
กลไกที่เขาเสนอคือ เงินเยนที่แข็งค่าขึ้น ซึ่งอาจสัมพันธ์กับนโยบายการเงินญี่ปุ่นที่เข้มงวดขึ้นและแรงกดดันต่อธุรกรรม carry trade ที่กู้เยนต้นทุนต่ำไปลงทุนในสินทรัพย์อื่น อาจสร้างความตึงเครียดต่อตลาดยุโรปหรือตลาดโลก จากนั้นสหรัฐฯ อาจต้องตอบสนองด้วยการเพิ่มสภาพคล่อง
อย่างไรก็ตาม นี่คือจุดที่มีการอนุมานมากที่สุดของวิทยานิพนธ์นี้ EUR/JPY ที่ลดลงไม่ได้หมายความว่าคริปโตจะพุ่งขึ้นทันที ตรงกันข้าม ช่วงแรกอาจสะท้อนการลดเลเวอเรจและการหลีกเลี่ยงความเสี่ยง ซึ่งกดดันทั้ง ETH, BTC และโทเคนขนาดเล็กได้ก่อน มาตรการช่วยเหลือที่ Hayes คาดอาจมาช้า มีขนาดไม่พอ หรือไม่เกิดขึ้นเลย
มุมมองระยะใกล้ที่ชอบ ETH ไม่ได้ขัดแย้งกับความเชื่อระยะยาวใน Bitcoin ของ Hayes เพราะทั้งสองมีหน้าที่ต่างกันในพอร์ต:
รายงานระบุว่า Maelstrom วางพอร์ตแบบรับความเสี่ยงสูงสุดใน Bitcoin, Ether, ENA และ ETHFI ดังนั้นผลลัพธ์จึงอ่อนไหวต่อจังหวะเวลาอย่างมาก 59
กรณี ETH ที่ 10,000 ดอลลาร์ต้องอาศัยหลายเงื่อนไขเกิดขึ้นพร้อมกัน ความเสี่ยงสำคัญมีดังนี้
Markus Thielen แห่ง 10x Research โต้แย้งเป้าหมาย Bitcoin ที่ 1 ล้านดอลลาร์ภายในปี 2030 ของ Hayes โดยเรียกว่า “เป็นไปไม่ได้ในทางคณิตศาสตร์” เขาให้เหตุผลว่า Bitcoin ต้องดึงเงินทุนใหม่ระดับหลายล้านล้านดอลลาร์ในเวลาไม่กี่ปี ซึ่งมากเกินกว่าประสบการณ์ในอดีต 21
19
ข้อโต้แย้งที่กว้างกว่าคือ เรื่องเล่าสภาพคล่องอาจถูกต้องในทิศทาง แต่ใช้จับจังหวะลงทุนได้ไม่ดีนัก เงินเฟ้อ ดอลลาร์แข็ง นโยบายการเงินตึงตัว หรือภาวะหลีกเลี่ยงความเสี่ยงที่ยืดเยื้อ ล้วนสามารถเลื่อนหรือทำลายผลตอบแทนคริปโตที่คาดหวังได้
BitMEX ซึ่ง Hayes ร่วมก่อตั้ง มีกำหนดปิดให้บริการในวันที่ 23 กันยายน 2026 เวลา 04:00 น. UTC หลัง HDR Global Trading ผู้ดำเนินการระบุว่าได้ทบทวนเชิงกลยุทธ์ของธุรกิจและอุตสาหกรรมคริปโต บริษัทหยุดรับสมัครบัญชีใหม่ และขอให้ผู้ใช้ปิดสถานะกับถอนสินทรัพย์ 37
31
การปิดตัวไม่ได้พิสูจน์ว่า Binance หรือ OKX เป็นสาเหตุโดยตรง เพราะคำอธิบายทางการคือการทบทวนเชิงกลยุทธ์ แต่สะท้อนโจทย์เชิงโครงสร้างของแพลตฟอร์มอนุพันธ์ขนาดเล็กหรือผู้เล่นรุ่นเก่า: สภาพคล่องยิ่งมาก ยิ่งดึงสภาพคล่องเพิ่ม ผู้ซื้อขายมุ่งหาออร์เดอร์บุ๊กที่ลึก ผู้ดูแลสภาพคล่องตามปริมาณลูกค้า และแพลตฟอร์มขนาดใหญ่กระจายต้นทุนด้านกำกับดูแล โครงสร้างพื้นฐาน รายการเหรียญ และการหาลูกค้าได้ดีกว่า
สำหรับผู้ใช้ BitMEX ประเด็นเร่งด่วนคือควรทำตามกำหนดการปิดบริการของแพลตฟอร์ม ปิดสถานะและถอนสินทรัพย์ให้เรียบร้อยก่อนวันปิด 37
ท้ายที่สุด เป้า ETH ของ Hayes คือการเดิมพันว่านโยบายจะเข้ามาหนุนระบบเร็วและแรงพอ หลังเกิดความตึงตัวทางการเงิน เป็นเรื่องเล่ามหภาคที่มีตรรกะในตัวเอง แต่ไม่ใช่การคาดการณ์ความเสี่ยงต่ำ เพราะสมมติฐานสำคัญที่สุดล้วนเป็นสิ่งที่ตลาดจับเวลาได้ยากที่สุด
Studio Global AI
หน้านี้รวมคำตอบที่ได้รับการสนับสนุนจากแหล่งที่มาซึ่งคุณสามารถดำเนินการต่อภายใน Studio Global
Hayes ระบุว่า ETH เป็นตัวเลือกอันดับหนึ่งระยะใกล้ เพราะมองว่ามีโอกาสขึ้น 3–5 เท่าได้เร็วกว่า Bitcoin ซึ่งน่าจะค่อย ๆ ปรับขึ้น
Hayes ระบุว่า ETH เป็นตัวเลือกอันดับหนึ่งระยะใกล้ เพราะมองว่ามีโอกาสขึ้น 3–5 เท่าได้เร็วกว่า Bitcoin ซึ่งน่าจะค่อย ๆ ปรับขึ้น เป้าหมาย ETH ที่ 10,000 ดอลลาร์ภายในสิ้นปี 2026 รวมถึง ENA ที่ 0.50 ดอลลาร์ และ ETHFI ที่ 2 ดอลลาร์ เป็นมุมมองเชิงเก็งกำไร ไม่ใช่ราคาเป้าหมายจากโมเดลมูลค่า
หัวใจของสมมติฐานคือ EUR/JPY ลดจากราว 185 สู่ 140 หรือต่ำกว่าภายในราวมิถุนายน 2027 จนนำไปสู่แรงกดดันทางการเงินและสภาพคล่องดอลลาร์เพิ่มขึ้น