ThreatLabz พบธุรกรรม AI และแมชชีนเลิร์นนิงระดับองค์กรเกือบหนึ่งล้านล้านรายการในปี 2025 โดยมีเกือบ 4 ใน 10 รายการที่ถูกบล็อก ผลสำรวจ PagerDuty ระบุว่า 66% ของผู้ตอบที่เคยใช้ AI ทำงาน เคยใช้เครื่องมือที่ตนเชื่อว่าบริษัทไม่อนุญาต แนวทางที่สมดุลคือค้นหาให้พบว่าใช้ AI ที่ไหน ปกป้องข้อมูลอ่อนไหว จำกัดสิทธิ์และการกระทำของ...
เผยแพร่โดยแก้ไขด้วย GPT-6 Lunaรูปภาพสร้างด้วย GPT Image 2
คำตอบการวิจัย

Create a landscape editorial hero image for this Studio Global article: Why do AI blocklists give Singapore firms a false sense of security despite IMDA’s January 2026 Model AI Governance Framework for Agentic AI. Article summary: AI blocklists can confuse control over the corporate network with control over actual AI use: employees may move work to personal devices, while AI inside approved software remains accessible. IMDA’s January 2026 framewo. Topic tags: general, general web, user generated. Style: premium digital editorial illustration, source-backed research mood, clean composition, high detail, modern web publication hero. Use reference image context only for broad subject, composition, and topical grounding; do not copy the exact image. Avoid: logos, brand marks, copyrighted characters, real person likenesses, fake screenshots, UI text, readable text, watermarks, charts with fa
การบล็อก AI อาจทำให้กิจกรรมบางส่วนมองเห็นได้น้อยลง โดยไม่ได้แก้เหตุผลที่พนักงานต้องการใช้ AI ตั้งแต่แรก ในปี 2025 ThreatLabz พบธุรกรรม AI และแมชชีนเลิร์นนิงระดับองค์กรเกือบหนึ่งล้านล้านรายการบนแพลตฟอร์มของ Zscaler และมีรายงานว่าหน่วยงานต่าง ๆ บล็อกธุรกรรมเกือบ 4 ใน 10 รายการ รวมถึงเครื่องมือที่มีผู้ใช้แพร่หลายด้วย 1
6 ตัวเลขนี้สะท้อนการบล็อกบนแพลตฟอร์มดังกล่าว ไม่ได้บอกว่าการบล็อกช่วยลดความเสี่ยงได้มากแค่ไหน หรือบริษัทในสิงคโปร์ใช้ AI กันอย่างไรโดยรวม
สำหรับองค์กรในสิงคโปร์ คำถามจึงไม่ควรมีแค่ว่าแอปไหนควรถูกห้าม แต่ต้องรวมถึงจะกำกับการใช้ AI ที่เกิดผ่านอุปกรณ์ส่วนตัว ฟีเจอร์ผู้ช่วยในซอฟต์แวร์ที่อนุมัติแล้ว หรือเอเจนต์ที่เข้าถึงระบบงานได้อย่างไร กรอบ Model AI Governance Framework for Agentic AI ของ IMDA ให้แนวทางประเมินความเสี่ยงและจำกัดสิทธิ์การเข้าถึง ระดับความเป็นอิสระ และขอบเขตการทำงานของเอเจนต์ 26
การบล็อกบนเครือข่ายอาจปิดเส้นทางหนึ่งไปยังบริการ แต่ไม่ได้ทำให้ภารกิจที่พนักงานอยากใช้ AI ช่วยหายไป ในผลสำรวจของ PagerDuty เดือนมิถุนายน 2026 ผู้ตอบที่เคยใช้ AI กับงาน 66% ระบุว่าเคยใช้เครื่องมือ AI ในที่ทำงาน ทั้งที่เชื่อว่านโยบายบริษัทไม่อนุญาต 38 ผลสำรวจนี้ครอบคลุมผู้ทำงานสำนักงาน 1,250 คนในองค์กรขนาดใหญ่จากออสเตรเลีย ญี่ปุ่น สหราชอาณาจักร และสหรัฐอเมริกา จึงชี้ให้เห็นรูปแบบการใช้งานในที่ทำงานในวงกว้าง ไม่ใช่อัตราการใช้ AI เฉพาะในสิงคโปร์
41
ข้อสรุปไม่ใช่ว่าทุกการบล็อกจะถูกหาทางเลี่ยง แต่การห้ามเพียงอย่างเดียวไม่ใช่หลักฐานว่าพฤติกรรมหรือความเสี่ยงของพนักงานเปลี่ยนไปแล้ว
AI ที่องค์กรใช้อาจอยู่ในซอฟต์แวร์ธุรกิจที่อนุมัติแล้ว ในส่วนเชื่อมต่อกับระบบอื่น หรือในเอเจนต์ ไม่ใช่แค่แชตบอตสาธารณะ องค์กรจึงต้องรู้ว่าแต่ละระบบดึงข้อมูลอะไรได้บ้าง และสั่งให้ทำอะไรได้บ้าง แนวทางของ IMDA แนะนำให้ประเมินความเสี่ยงจากปัจจัยต่าง ๆ เช่น การเข้าถึงข้อมูลอ่อนไหว ระดับความเป็นอิสระ ขอบเขตการกระทำ และการย้อนคืนผลลัพธ์ได้หรือไม่ 20
26
จุดสนใจจึงควรขยับจาก “แอปนี้อยู่ในรายชื่อที่อนุญาตหรือเปล่า” ไปเป็น “AI นี้เข้าถึง เปิดเผย หรือเปลี่ยนแปลงอะไรได้บ้าง”
พนักงานอาจใช้อุปกรณ์ส่วนตัวหรือเครือข่ายที่องค์กรไม่ติดตาม เพื่อขอให้ AI ช่วยทำงาน ในกรณีเช่นนี้ การบล็อกบนเครือข่ายบริษัทอาจไม่แสดงให้เห็นครบว่าข้อมูลถูกส่งหรือจัดการผ่านช่องทางใด ควรวางแผนรับมือความเป็นไปได้นี้ แทนที่จะถือว่าบันทึกเครือข่ายแสดงการใช้ AI ได้ทั้งหมด
เช่นเดียวกัน ฟีเจอร์ AI ที่อยู่ในซอฟต์แวร์ซึ่งองค์กรอนุมัติแล้วก็ยังต้องตรวจสอบสิทธิ์และการไหลของข้อมูล การอนุมัติตัวซอฟต์แวร์ไม่ได้ยืนยันโดยอัตโนมัติว่าผู้ช่วยหรือส่วนเชื่อมต่อทุกตัวมีสิทธิ์เข้าถึงเหมาะสม
บทความของ Forcepoint ซึ่งอ้างถึงรายงานของ Fortune ระบุว่าเนื้อหาที่ยังไม่เผยแพร่ของ Anthropic ราว 3,000 รายการถูกเปิดให้เข้าถึงได้สาธารณะ จากปัญหาการตั้งค่าระบบจัดการเนื้อหา 40 นี่เป็นกรณีที่มีรายงาน ไม่ใช่หลักฐานเรื่องประสิทธิภาพของการบล็อก AI หรือพฤติกรรมของบริษัทในสิงคโปร์ ประเด็นที่เกี่ยวข้องมีขอบเขตแคบกว่า คือการตั้งค่าการเผยแพร่และสิทธิ์เข้าถึงก็สร้างความเสี่ยงได้ โดยไม่เกี่ยวกับว่าองค์กรอนุญาตให้ใช้แอป AI ตัวใด
การห้ามทั้งหมดกับการเปิดใช้อย่างไร้ข้อจำกัดไม่ใช่ทางเลือกเพียงสองทาง แนวทางที่ใช้ได้จริงกว่าคือผสานการมองเห็นการใช้งาน การปกป้องข้อมูล การจำกัดสิทธิ์ และการจัดหาเครื่องมือที่อนุมัติแล้วให้ตอบโจทย์งาน
ทำบัญชีการใช้ AI ที่เกิดขึ้นจริง ติดตามเครื่องมือที่อนุมัติ ฟีเจอร์ AI ในซอฟต์แวร์ ส่วนเชื่อมต่อ และเอเจนต์ พร้อมเปิดช่องทางให้พนักงานแจ้งการใช้งานใหม่อย่างชัดเจน ใช้ข้อมูลจากเครือข่ายเป็นส่วนหนึ่งของการตรวจสอบ ไม่ใช่ภาพรวมทั้งหมดของทุกขั้นตอนการทำงาน
เริ่มปกป้องข้อมูลจากแหล่งที่อ่อนไหวที่สุด ระบุคลังข้อมูลที่มีความเสี่ยงสูง แล้วตรวจสอบว่าใครหรือระบบใดเข้าถึงได้บ้าง วางมาตรการคุ้มครองข้อมูลไม่ว่าข้อมูลจะถูกเก็บหรือใช้งานที่ใด แทนที่จะพึ่งรายชื่อแอปเพียงอย่างเดียว
กำหนดและทดสอบขอบเขตของ AI ที่อนุมัติแล้ว ตรวจว่าผู้ช่วย AI ดึง ส่ง หรือเปลี่ยนแปลงข้อมูลอะไรได้บ้าง จำกัดสิทธิ์ให้เท่าที่จำเป็นต่องาน และกำหนดให้มนุษย์อนุมัติการกระทำที่มีผลสำคัญหรือย้อนกลับได้ยาก วิธีนี้สอดคล้องกับคำแนะนำของ IMDA ที่ให้ประเมินความเสี่ยงและจำกัดขอบเขต ความเป็นอิสระ และสิทธิ์เข้าถึงของเอเจนต์ 20
26
ทำให้ช่องทางที่อนุมัติแล้วใช้งานได้จริง จัดหาเครื่องมือและขั้นตอนอนุมัติที่ช่วยให้พนักงานทำงานที่เหมาะสมได้โดยไม่ต้องหันไปใช้ทางเลือกที่ไม่ได้รับอนุมัติ วัดว่าพนักงานทำงานได้อย่างปลอดภัยหรือไม่ ไม่ใช่นับเพียงจำนวนคำขอที่ถูกบล็อก
การบล็อกเป็นหนึ่งในมาตรการควบคุมได้ แต่ไม่ใช่ตัวชี้วัดที่เชื่อถือได้ว่าความเสี่ยงลดลงแล้ว การกำกับดูแลที่ดีกว่าช่วยให้องค์กรมองเห็นการใช้ AI จริง ปกป้องข้อมูลอ่อนไหวไม่ว่าข้อมูลจะเคลื่อนไปที่ใด และจำกัดขอบเขตสิ่งที่ระบบ AI ทำได้
Studio Global AI
หน้านี้รวมคำตอบที่ได้รับการสนับสนุนจากแหล่งที่มาซึ่งคุณสามารถดำเนินการต่อภายใน Studio Global
ThreatLabz พบธุรกรรม AI และแมชชีนเลิร์นนิงระดับองค์กรเกือบหนึ่งล้านล้านรายการในปี 2025 โดยมีเกือบ 4 ใน 10 รายการที่ถูกบล็อก
ThreatLabz พบธุรกรรม AI และแมชชีนเลิร์นนิงระดับองค์กรเกือบหนึ่งล้านล้านรายการในปี 2025 โดยมีเกือบ 4 ใน 10 รายการที่ถูกบล็อก ผลสำรวจ PagerDuty ระบุว่า 66% ของผู้ตอบที่เคยใช้ AI ทำงาน เคยใช้เครื่องมือที่ตนเชื่อว่าบริษัทไม่อนุญาต
แนวทางที่สมดุลคือค้นหาให้พบว่าใช้ AI ที่ไหน ปกป้องข้อมูลอ่อนไหว จำกัดสิทธิ์และการกระทำของ AI และทำให้เครื่องมือที่อนุมัติใช้งานได้จริง
ThreatLabz พบธุรกรรม AI และแมชชีนเลิร์นนิงระดับองค์กรเกือบหนึ่งล้านล้านรายการในปี 2025 โดยมีเกือบ 4 ใน 10 รายการที่ถูกบล็อก ผลสำรวจ PagerDuty ระบุว่า 66% ของผู้ตอบที่เคยใช้ AI ทำงาน เคยใช้เครื่องมือที่ตนเชื่อว่าบริษัทไม่อนุญาต แนวทางที่สมดุลคือค้นหาให้พบว่าใช้ AI ที่ไหน ปกป้องข้อมูลอ่อนไหว จำกัดสิทธิ์และการกระทำของ...
เผยแพร่โดยแก้ไขด้วย GPT-6 Lunaรูปภาพสร้างด้วย GPT Image 2
คำตอบการวิจัย

Create a landscape editorial hero image for this Studio Global article: Why do AI blocklists give Singapore firms a false sense of security despite IMDA’s January 2026 Model AI Governance Framework for Agentic AI. Article summary: AI blocklists can confuse control over the corporate network with control over actual AI use: employees may move work to personal devices, while AI inside approved software remains accessible. IMDA’s January 2026 framewo. Topic tags: general, general web, user generated. Style: premium digital editorial illustration, source-backed research mood, clean composition, high detail, modern web publication hero. Use reference image context only for broad subject, composition, and topical grounding; do not copy the exact image. Avoid: logos, brand marks, copyrighted characters, real person likenesses, fake screenshots, UI text, readable text, watermarks, charts with fa
การบล็อก AI อาจทำให้กิจกรรมบางส่วนมองเห็นได้น้อยลง โดยไม่ได้แก้เหตุผลที่พนักงานต้องการใช้ AI ตั้งแต่แรก ในปี 2025 ThreatLabz พบธุรกรรม AI และแมชชีนเลิร์นนิงระดับองค์กรเกือบหนึ่งล้านล้านรายการบนแพลตฟอร์มของ Zscaler และมีรายงานว่าหน่วยงานต่าง ๆ บล็อกธุรกรรมเกือบ 4 ใน 10 รายการ รวมถึงเครื่องมือที่มีผู้ใช้แพร่หลายด้วย 1
6 ตัวเลขนี้สะท้อนการบล็อกบนแพลตฟอร์มดังกล่าว ไม่ได้บอกว่าการบล็อกช่วยลดความเสี่ยงได้มากแค่ไหน หรือบริษัทในสิงคโปร์ใช้ AI กันอย่างไรโดยรวม
สำหรับองค์กรในสิงคโปร์ คำถามจึงไม่ควรมีแค่ว่าแอปไหนควรถูกห้าม แต่ต้องรวมถึงจะกำกับการใช้ AI ที่เกิดผ่านอุปกรณ์ส่วนตัว ฟีเจอร์ผู้ช่วยในซอฟต์แวร์ที่อนุมัติแล้ว หรือเอเจนต์ที่เข้าถึงระบบงานได้อย่างไร กรอบ Model AI Governance Framework for Agentic AI ของ IMDA ให้แนวทางประเมินความเสี่ยงและจำกัดสิทธิ์การเข้าถึง ระดับความเป็นอิสระ และขอบเขตการทำงานของเอเจนต์ 26
การบล็อกบนเครือข่ายอาจปิดเส้นทางหนึ่งไปยังบริการ แต่ไม่ได้ทำให้ภารกิจที่พนักงานอยากใช้ AI ช่วยหายไป ในผลสำรวจของ PagerDuty เดือนมิถุนายน 2026 ผู้ตอบที่เคยใช้ AI กับงาน 66% ระบุว่าเคยใช้เครื่องมือ AI ในที่ทำงาน ทั้งที่เชื่อว่านโยบายบริษัทไม่อนุญาต 38 ผลสำรวจนี้ครอบคลุมผู้ทำงานสำนักงาน 1,250 คนในองค์กรขนาดใหญ่จากออสเตรเลีย ญี่ปุ่น สหราชอาณาจักร และสหรัฐอเมริกา จึงชี้ให้เห็นรูปแบบการใช้งานในที่ทำงานในวงกว้าง ไม่ใช่อัตราการใช้ AI เฉพาะในสิงคโปร์
41
ข้อสรุปไม่ใช่ว่าทุกการบล็อกจะถูกหาทางเลี่ยง แต่การห้ามเพียงอย่างเดียวไม่ใช่หลักฐานว่าพฤติกรรมหรือความเสี่ยงของพนักงานเปลี่ยนไปแล้ว
AI ที่องค์กรใช้อาจอยู่ในซอฟต์แวร์ธุรกิจที่อนุมัติแล้ว ในส่วนเชื่อมต่อกับระบบอื่น หรือในเอเจนต์ ไม่ใช่แค่แชตบอตสาธารณะ องค์กรจึงต้องรู้ว่าแต่ละระบบดึงข้อมูลอะไรได้บ้าง และสั่งให้ทำอะไรได้บ้าง แนวทางของ IMDA แนะนำให้ประเมินความเสี่ยงจากปัจจัยต่าง ๆ เช่น การเข้าถึงข้อมูลอ่อนไหว ระดับความเป็นอิสระ ขอบเขตการกระทำ และการย้อนคืนผลลัพธ์ได้หรือไม่ 20
26
จุดสนใจจึงควรขยับจาก “แอปนี้อยู่ในรายชื่อที่อนุญาตหรือเปล่า” ไปเป็น “AI นี้เข้าถึง เปิดเผย หรือเปลี่ยนแปลงอะไรได้บ้าง”
พนักงานอาจใช้อุปกรณ์ส่วนตัวหรือเครือข่ายที่องค์กรไม่ติดตาม เพื่อขอให้ AI ช่วยทำงาน ในกรณีเช่นนี้ การบล็อกบนเครือข่ายบริษัทอาจไม่แสดงให้เห็นครบว่าข้อมูลถูกส่งหรือจัดการผ่านช่องทางใด ควรวางแผนรับมือความเป็นไปได้นี้ แทนที่จะถือว่าบันทึกเครือข่ายแสดงการใช้ AI ได้ทั้งหมด
เช่นเดียวกัน ฟีเจอร์ AI ที่อยู่ในซอฟต์แวร์ซึ่งองค์กรอนุมัติแล้วก็ยังต้องตรวจสอบสิทธิ์และการไหลของข้อมูล การอนุมัติตัวซอฟต์แวร์ไม่ได้ยืนยันโดยอัตโนมัติว่าผู้ช่วยหรือส่วนเชื่อมต่อทุกตัวมีสิทธิ์เข้าถึงเหมาะสม
บทความของ Forcepoint ซึ่งอ้างถึงรายงานของ Fortune ระบุว่าเนื้อหาที่ยังไม่เผยแพร่ของ Anthropic ราว 3,000 รายการถูกเปิดให้เข้าถึงได้สาธารณะ จากปัญหาการตั้งค่าระบบจัดการเนื้อหา 40 นี่เป็นกรณีที่มีรายงาน ไม่ใช่หลักฐานเรื่องประสิทธิภาพของการบล็อก AI หรือพฤติกรรมของบริษัทในสิงคโปร์ ประเด็นที่เกี่ยวข้องมีขอบเขตแคบกว่า คือการตั้งค่าการเผยแพร่และสิทธิ์เข้าถึงก็สร้างความเสี่ยงได้ โดยไม่เกี่ยวกับว่าองค์กรอนุญาตให้ใช้แอป AI ตัวใด
การห้ามทั้งหมดกับการเปิดใช้อย่างไร้ข้อจำกัดไม่ใช่ทางเลือกเพียงสองทาง แนวทางที่ใช้ได้จริงกว่าคือผสานการมองเห็นการใช้งาน การปกป้องข้อมูล การจำกัดสิทธิ์ และการจัดหาเครื่องมือที่อนุมัติแล้วให้ตอบโจทย์งาน
ทำบัญชีการใช้ AI ที่เกิดขึ้นจริง ติดตามเครื่องมือที่อนุมัติ ฟีเจอร์ AI ในซอฟต์แวร์ ส่วนเชื่อมต่อ และเอเจนต์ พร้อมเปิดช่องทางให้พนักงานแจ้งการใช้งานใหม่อย่างชัดเจน ใช้ข้อมูลจากเครือข่ายเป็นส่วนหนึ่งของการตรวจสอบ ไม่ใช่ภาพรวมทั้งหมดของทุกขั้นตอนการทำงาน
เริ่มปกป้องข้อมูลจากแหล่งที่อ่อนไหวที่สุด ระบุคลังข้อมูลที่มีความเสี่ยงสูง แล้วตรวจสอบว่าใครหรือระบบใดเข้าถึงได้บ้าง วางมาตรการคุ้มครองข้อมูลไม่ว่าข้อมูลจะถูกเก็บหรือใช้งานที่ใด แทนที่จะพึ่งรายชื่อแอปเพียงอย่างเดียว
กำหนดและทดสอบขอบเขตของ AI ที่อนุมัติแล้ว ตรวจว่าผู้ช่วย AI ดึง ส่ง หรือเปลี่ยนแปลงข้อมูลอะไรได้บ้าง จำกัดสิทธิ์ให้เท่าที่จำเป็นต่องาน และกำหนดให้มนุษย์อนุมัติการกระทำที่มีผลสำคัญหรือย้อนกลับได้ยาก วิธีนี้สอดคล้องกับคำแนะนำของ IMDA ที่ให้ประเมินความเสี่ยงและจำกัดขอบเขต ความเป็นอิสระ และสิทธิ์เข้าถึงของเอเจนต์ 20
26
ทำให้ช่องทางที่อนุมัติแล้วใช้งานได้จริง จัดหาเครื่องมือและขั้นตอนอนุมัติที่ช่วยให้พนักงานทำงานที่เหมาะสมได้โดยไม่ต้องหันไปใช้ทางเลือกที่ไม่ได้รับอนุมัติ วัดว่าพนักงานทำงานได้อย่างปลอดภัยหรือไม่ ไม่ใช่นับเพียงจำนวนคำขอที่ถูกบล็อก
การบล็อกเป็นหนึ่งในมาตรการควบคุมได้ แต่ไม่ใช่ตัวชี้วัดที่เชื่อถือได้ว่าความเสี่ยงลดลงแล้ว การกำกับดูแลที่ดีกว่าช่วยให้องค์กรมองเห็นการใช้ AI จริง ปกป้องข้อมูลอ่อนไหวไม่ว่าข้อมูลจะเคลื่อนไปที่ใด และจำกัดขอบเขตสิ่งที่ระบบ AI ทำได้
Studio Global AI
หน้านี้รวมคำตอบที่ได้รับการสนับสนุนจากแหล่งที่มาซึ่งคุณสามารถดำเนินการต่อภายใน Studio Global
ThreatLabz พบธุรกรรม AI และแมชชีนเลิร์นนิงระดับองค์กรเกือบหนึ่งล้านล้านรายการในปี 2025 โดยมีเกือบ 4 ใน 10 รายการที่ถูกบล็อก
ThreatLabz พบธุรกรรม AI และแมชชีนเลิร์นนิงระดับองค์กรเกือบหนึ่งล้านล้านรายการในปี 2025 โดยมีเกือบ 4 ใน 10 รายการที่ถูกบล็อก ผลสำรวจ PagerDuty ระบุว่า 66% ของผู้ตอบที่เคยใช้ AI ทำงาน เคยใช้เครื่องมือที่ตนเชื่อว่าบริษัทไม่อนุญาต
แนวทางที่สมดุลคือค้นหาให้พบว่าใช้ AI ที่ไหน ปกป้องข้อมูลอ่อนไหว จำกัดสิทธิ์และการกระทำของ AI และทำให้เครื่องมือที่อนุมัติใช้งานได้จริง