ตัวเลขที่สำนักข่าวรายงานอาจต่างกันตามช่วงเวลาที่อ้างอิง แต่ภาพรวมไปในทิศทางเดียวกันคือ น้ำมันดิบหยุดการร่วงต่อเนื่อง และตลาดเริ่มใส่ค่าความเสี่ยงด้านอุปทานกลับเข้าไปในราคา
Business Times และ Dawn ซึ่งอ้างอิง Reuters รายงานว่า ณ เวลา 03:56 GMT สัญญาน้ำมันดิบเบรนท์เพิ่มขึ้น 1.20 ดอลลาร์สหรัฐ หรือ 1.2% มาอยู่ที่ 101.26 ดอลลาร์ต่อบาร์เรล ส่วน West Texas Intermediate หรือ WTI ของสหรัฐฯ เพิ่มขึ้น 0.85 ดอลลาร์ หรือ 0.9% มาอยู่ที่ 95.66 ดอลลาร์ต่อบาร์เรล Dawn ยังรายงานด้วยว่า ทั้งสองสัญญาเคยปรับขึ้นมากกว่า 3% ตอนเปิดตลาด ก่อนจะลดช่วงบวกลง
บางรายงานจับภาพราคาช่วงที่แรงซื้อเด่นกว่า Times of India ระบุว่า ณ เวลา 07:05 น. ตามเวลาอินเดีย WTI อยู่ที่ 96.66 ดอลลาร์ เพิ่มขึ้น 1.95% ส่วนเบรนท์อยู่ที่ 101.60 ดอลลาร์ เพิ่มขึ้น 1.52% ขณะที่ Investors King ซึ่งอ้าง Reuters เช่นกัน รายงานภาพที่เบากว่า โดยเบรนท์เพิ่มขึ้น 0.7% แตะ 100.73 ดอลลาร์ และ WTI เพิ่มขึ้น 0.45 ดอลลาร์ แตะ 95.26 ดอลลาร์
หัวใจของปฏิกิริยาตลาดอยู่ที่ช่องแคบฮอร์มุซ เพราะรายงานหลายแห่งอธิบายเส้นทางนี้ว่าเป็นจุดผ่านสำคัญของการขนส่งน้ำมันและก๊าซธรรมชาติเหลว หรือ LNG ของโลก เมื่อความตึงเครียดเกิดขึ้นใกล้เส้นทางยุทธศาสตร์เช่นนี้ นักลงทุนจึงกังวลทันทีว่าเรือบรรทุกสินค้าอาจเจอความล่าช้า การหยุดชะงัก หรือความเสี่ยงในการเดินเรือที่สูงขึ้น
อย่างไรก็ตาม จุดที่ต้องแยกให้ชัดคือ รายงานที่อ้างถึงพูดถึง “ความกลัว” ต่อการหยุดชะงัก และความหวังที่ลดลงต่อการเปิดหรือทำให้เส้นทางกลับมามั่นคง ไม่ได้ยืนยันว่ามีการสูญเสียอุปทานทางกายภาพอย่างต่อเนื่องแล้ว ดังนั้น การดีดขึ้นของราคาจึงเป็นเรื่องของความเสี่ยงเป็นหลัก: ผู้ซื้อยอมจ่ายแพงขึ้น เพราะมองว่าโอกาสเกิดช็อกด้านอุปทานเพิ่มขึ้น
ความเคลื่อนไหวของราคาตลอดสัปดาห์สะท้อนว่า น้ำมันดิบไวต่อข่าวสหรัฐฯ-อิหร่านมากขึ้น เมื่อมีสัญญาณว่าอาจเกิดทางออกทางการทูต ราคาก็อ่อนลง เพราะตลาดลดค่าความเสี่ยงภูมิรัฐศาสตร์ออกจากราคา แต่เมื่อการสู้รบรอบใหม่ทำให้ข้อตกลงหยุดยิงดูไม่มั่นคง เบรนท์และ WTI ก็เด้งกลับ เพราะนักลงทุนใส่ความเสี่ยงนั้นกลับเข้าไป
ในทางปฏิบัติ ตลาดจึงไม่ได้ขับเคลื่อนด้วยเรื่องอุปสงค์-อุปทานแบบนิ่ง ๆ เพียงอย่างเดียว แต่ขึ้นอยู่กับสัญญาณต่อไปว่าจะเป็นการยกระดับหรือการคลี่คลาย หากเกิดการปะทะใกล้ฮอร์มุซมากขึ้น ราคาน้ำมันอาจยังได้รับแรงหนุนจากความกังวลเรื่องการขนส่ง ในทางกลับกัน หากมีสัญญาณกลับสู่การเจรจาที่น่าเชื่อถือ หรือข้อตกลงหยุดยิงดูมั่นคงขึ้น ค่าความเสี่ยงภูมิรัฐศาสตร์ที่ผลักราคาขึ้นในช่วงก่อนหน้าอาจลดลง
ราคาน้ำมันดีดกลับเพราะเรื่องเล่าในตลาดเปลี่ยนจาก “อาจคลี่คลาย” เป็น “อาจเกิดความเสี่ยงต่ออุปทานอีกครั้ง” การที่เบรนท์กลับมาอยู่แถวระดับ 101 ดอลลาร์ต่อบาร์เรลสะท้อนความกังวลใหม่ว่า ความเป็นปรปักษ์ระหว่างสหรัฐฯ และอิหร่านอาจบั่นทอนข้อตกลงหยุดยิง และกระทบความเชื่อมั่นต่อหนึ่งในเส้นทางขนส่งพลังงานที่สำคัญที่สุดของโลก
Comments
0 comments