คิวที่ยาวในปี 2025 ไม่ได้เกิดจากเหตุการณ์เดียว แต่เป็นผลจากแรงกดหลายด้านที่มาชนกับช่องทางออกที่ Ethereum ตั้งใจจำกัดความเร็วไว้
Ethereum ไม่ได้ประมวลผลคำขอออกทุกใบในทันที เมื่อจำนวนวาลิเดเตอร์ที่ต้องการถอนสเตกสูงกว่า churn limit คิวก็ยาวขึ้น .
สถานการณ์นี้เห็นชัดในเดือนกันยายน 2025 Figment รายงานว่า ณ วันที่ 12 ก.ย. 2025 คิวออกของวาลิเดเตอร์ Ethereum อยู่ที่ประมาณ 2.65 ล้าน ETH และเวลารอสูงกว่า 46 วัน . ในช่วงเดียวกัน Figment ระบุว่า churn limit ของ Ethereum อยู่ที่ 256 ETH ต่อ epoch หรือราว 57,600 ETH ต่อวัน หากไม่มีบล็อกที่พลาด
. เมื่อยอดค้างรอมีระดับหลายล้าน ETH แต่ช่องทางออกต่อวันมีเพดานจำกัด เวลารอหลายสัปดาห์จึงเกิดขึ้นได้ไม่ยาก
แรงสะสมเริ่มก่อนจุดพีกเดือนกันยายน ในเดือนกรกฎาคม รายงานหนึ่งอ้างว่ามีเกือบ 519,000 ETH เข้าคิวออก หลังราคา ETH ขยับขึ้น 160% จากจุดต่ำสุดเดือนเมษายน และเวลาถอนล่าช้าเกิน 9 วัน . อีกรายงานในเดือนเดียวกันระบุว่ามี 644,330 ETH รอถอนสเตก เวลารอ 11 วัน และตั้งข้อสังเกตว่าวาลิเดเตอร์บางส่วนอาจกำลังปรับตำแหน่ง ไม่ใช่ขายออกทั้งหมด
.
กลางเดือนสิงหาคม CoinMarketCap รายงานว่ามี 671,900 ETH อยู่ในคิวถอน ใช้เวลาประมวลผลราว 12 วัน ขณะเดียวกันยังมี 105,620 ETH อยู่ในคิวเพื่อเข้า staking . ต่อมาในเดือนสิงหาคม CoinMarketCap รายงานว่าคิวออกทะลุ 1 ล้าน ETH และเวลารอขยายเป็น 18 วัน 16 ชั่วโมง
.
ในภาวะปกติ คิวออกมักไม่เป็นข่าวมากนักเมื่อวาลิเดเตอร์ที่เข้าและออกพอสมดุลกัน แต่ Everstake ระบุว่าคิวสามารถพองขึ้นอย่างรวดเร็วได้ หากผู้ให้บริการรายใหญ่ถอนวาลิเดเตอร์จำนวนมากพร้อมกัน .
ในเดือนกันยายน 2025 Figment รายงานว่าการออกเพื่อป้องกันความเสี่ยงด้านความปลอดภัยของผู้ให้บริการโครงสร้างพื้นฐานรายหนึ่ง เพิ่ม ETH เข้าคิวราว 1.6 ล้าน ETH เมื่อวันที่ 9 ก.ย. . ต่อมา DLNews รายงานว่า Kiln ซึ่งเป็นผู้สเตก Ethereum รายใหญ่ ได้นำชุดวาลิเดเตอร์ของตนออกจากเครือข่ายหลังแฮกเกอร์ใช้ประโยชน์จากช่องโหว่ในโครงสร้างพื้นฐาน staking ของบริษัท ส่งผลให้คิวค้างทำให้การถอน staking ล่าช้าหลายสัปดาห์และสร้างปัญหาให้โปรโตคอล staking หลายแห่ง
.
ตัวเลขคิวออกขนาดใหญ่อาจถูกนำไปพาดหัวว่าเป็นแรงขาย แต่คำขอออกอาจสะท้อนการย้ายผู้ดูแลสินทรัพย์ การเปลี่ยนผู้ให้บริการ การปรับปรุงการดำเนินงาน หรือการควบคุมความเสี่ยงก็ได้ CoinCentral รายงานว่าวาลิเดเตอร์บางส่วนอาจกำลัง reposition เช่น ปรับการดำเนินงานหรือเปลี่ยนผู้ดูแลสินทรัพย์ . Blockdaemon ก็อธิบายการถอนของผู้ให้บริการ staking รายใหญ่ว่าเป็นการรบกวนชั่วคราวที่ทำให้กลไกป้องกันในตัวของ Ethereum ทำงาน มากกว่าจะเป็นความล้มเหลวของโปรโตคอล
.
ผลกระทบหลักคือเรื่องเวลา ETH อาจยังทำงานสร้างผลตอบแทนในช่วงที่วาลิเดเตอร์รอออก แต่จะยังไม่เป็นสภาพคล่องที่ใช้ได้อิสระจนกว่ากระบวนการถอนจะเสร็จ . Stakefish ระบุว่าวาลิเดเตอร์ที่อยู่ในคิวยัง active และยังได้รับรางวัลต่อไปจนกว่าจะออกเต็มรูปแบบ
.
ถ้าจะจำสั้น ๆ ผลตอบแทนจาก staking และสภาพคล่องไม่ได้แยกจากกัน คิวออกคือจุดที่ต้นทุนด้านสภาพคล่องปรากฏให้เห็นชัดที่สุด
ตัวเลข exit queue เป็นยอดขั้นต้น หรือ gross figure ไม่ได้บอกโดยอัตโนมัติว่ามี stake สุทธิไหลออกจาก Ethereum เท่าไร
ในเดือนกรกฎาคม 2025 CoinCentral อ้างว่ามี 644,330 ETH รอออก แต่ก็มี 390,000 ETH อยู่ใน entry queue เช่นกัน ทำให้ยอดถอนสเตกสุทธิอยู่ที่ราว 255,000 ETH . ในเดือนสิงหาคม CoinMarketCap รายงานว่ามี 671,900 ETH อยู่ในคิวถอน ขณะที่ 105,620 ETH ยังรอเข้า staking
. ตัวเลขฝั่งเข้าเหล่านี้สำคัญ เพราะความต้องการสเตกใหม่สามารถเกิดขึ้นพร้อมกับแรงถอนที่สูงได้
คิวยังเปลี่ยนทิศได้เร็ว ช่วงต้นเดือนมกราคม 2026 รายงานระบุว่า exit queue ของ Ethereum ลดลงเกือบเป็นศูนย์ เหลือเพียง 32 ETH และเวลารอราว 1 นาที ขณะที่ entry queue เพิ่มขึ้นเป็นประมาณ 1.3 ล้าน ETH . Fastbull ระบุว่า exit queue ลดลง 99.9% จากจุดพีกกลางเดือนกันยายนที่ราว 2.67 ล้าน ETH
.
โดยตัวมันเอง ยังไม่จำเป็นต้องตีความเช่นนั้น คิวออกเป็นวาล์วนิรภัย ไม่ใช่สัญญาณไฟแดง Nethermind ระบุว่ากระบวนการถอนเต็มจำนวนถูกออกแบบมาเพื่อป้องกันการเปลี่ยนแปลงจำนวนวาลิเดเตอร์อย่างฉับพลัน ส่วน Liquid Collective อธิบายว่า churn limit เป็นพารามิเตอร์ที่ปกป้องเสถียรภาพของเครือข่าย . Ethereum จึงเลือกแลกสภาพคล่องทันทีบางส่วนกับการหมุนเวียนวาลิเดเตอร์แบบค่อยเป็นค่อยไป
คำถามที่สำคัญกว่าคือ การออกเหล่านี้ทำให้จำนวนวาลิเดเตอร์ active ลดลงต่อเนื่องหรือไม่ และ stake ที่เหลือกระจุกตัวมากขึ้นหรือเปล่า รายงานเดือนพฤศจิกายน 2025 ระบุว่าจำนวนวาลิเดเตอร์ active รายวันของ Ethereum ลดลงราว 10% นับจากเดือนกรกฎาคม ซึ่งเป็นการลดลงขนาดนี้ครั้งแรกตั้งแต่ Ethereum เปลี่ยนมาใช้ proof of stake ในเดือนกันยายน 2022 . อีกบทวิเคราะห์เตือนว่าความแออัดของคิวออกอาจเพิ่มแรงกดด้านการรวมศูนย์ หาก staking ไปกระจุกในมือสถาบันรายใหญ่ขึ้น
.
เพราะเหตุนี้ ควรอ่าน entry queue คู่กับ exit queue เสมอ คิวออกขั้นต้นที่ดูใหญ่มากอาจบอกผลสุทธิต่อชุดวาลิเดเตอร์เกินจริง หากในเวลาเดียวกันยังมีวาลิเดเตอร์จำนวนมากต้องการเข้าระบบ .
ครั้งต่อไปที่คิวออกวาลิเดเตอร์ Ethereum พุ่ง ให้ดูสัญญาณเหล่านี้แทนการมองแค่ตัวเลขใหญ่ ๆ
สรุปคือ คิวออกวาลิเดเตอร์ Ethereum ที่พุ่งในปี 2025 เกิดจากคำขอถอนและปรับโครงสร้าง staking จำนวนมากไหลเข้ามาชนกับโปรโตคอลที่ตั้งใจชะลอการออกอยู่แล้ว สิ่งนี้สร้างความล่าช้าจริงสำหรับผู้สเตก แต่ก็แสดงให้เห็นว่ากลไก churn limit กำลังทำหน้าที่ของมัน คือทำให้การหมุนเวียนวาลิเดเตอร์ค่อยเป็นค่อยไป แทนที่จะเกิดขึ้นแบบฉับพลัน .