คำคาดการณ์ของ Arthur Hayes ว่า Ethereum อาจขึ้นไปถึง 5,000 ดอลลาร์ภายในราวหนึ่งปี เป็นมุมมองที่เดิมพันกับการยอมรับจากสถาบันการเงิน มากกว่าจะเป็นผลที่เกิดขึ้นโดยอัตโนมัติจากการเปิดตัว Robinhood Chain เพียงอย่างเดียว หากเทียบกับราคา ETH ราว 2,650 ดอลลาร์ในช่วงที่เขาให้ความเห็น ราคาต้องเพิ่มขึ้นประมาณ 89% จึงจะถึงเป้าหมายนั้น
1
2
12
หัวใจของเรื่องจึงอยู่ที่ว่า Robinhood Chain จะกลายเป็นตัวอย่างการใช้ Ethereum ในบริการทางการเงินที่บริษัทอื่นนำไปทำตามได้จริงหรือไม่ หรือกิจกรรมบนเครือข่ายจะยังหนักไปทางการเก็งกำไรคริปโตเป็นหลัก
ทำไม Robinhood Chain จึงอาจมีความหมายต่อ Ethereum
Robinhood Chain เป็นบล็อกเชน Layer 2 ของ Ethereum ที่พัฒนาด้วยเทคโนโลยี Arbitrum โดยวางเป้าหมายให้รองรับบริการทางการเงินและสินทรัพย์ในโลกจริงที่แปลงเป็นโทเคน เครือข่ายเปิดใช้งานเมนเน็ตสาธารณะเมื่อวันที่ 1 กรกฎาคม 2026
17
18 Robinhood ระบุว่าต้องการให้รองรับสินทรัพย์อย่างหุ้นและ ETF ในรูปแบบโทเคนด้วย
27
Layer 2 คือเครือข่ายที่ประมวลผลธุรกรรมแยกจาก Ethereum mainnet แต่เชื่อมโยงกลับไปยัง Ethereum ในด้านความปลอดภัยและการชำระธุรกรรม แนวคิดนี้เป็นส่วนสำคัญของเหตุผลที่ Hayes มองว่า Robinhood อาจสร้างกรณีศึกษาให้บริษัทการเงินอื่น เพราะ Robinhood เลือก Ethereum เป็นชั้นความปลอดภัยของบล็อกเชนตัวเอง และมีรายงานว่าเครือข่ายใช้ ETH เป็นสินทรัพย์สำหรับจ่ายค่าธรรมเนียม
2
32
อย่างไรก็ตาม ความเชื่อมโยงนี้ยังไม่ตอบว่ากิจกรรมบน Robinhood Chain จะสร้างรายได้หรือความต้องการ ETH มากพอที่จะส่งผลต่อราคาเพียงใด
2
32
ช่วงเปิดตัว เครือข่ายมีพันธมิตรด้านการซื้อขาย ข้อมูล และโครงสร้างพื้นฐาน เช่น Uniswap, Chainlink, Alchemy และ BitGo
30 การมีพันธมิตรและเครือข่ายที่ใช้งานได้จริงช่วยให้แนวคิดเป็นรูปธรรมขึ้น แต่ยังไม่ใช่หลักฐานว่าสถาบันการเงินขนาดใหญ่อื่นจะเลือกใช้แนวทางเดียวกัน
ยอดธุรกรรมสูง ยังไม่เท่ากับสถาบันการเงินรับไปใช้
Robinhood Chain ดึงดูดผู้ใช้และธุรกรรมได้ แต่ต้องดูด้วยว่าผู้ใช้กำลังทำอะไร รายงานหนึ่งระบุว่ามีมคอยน์เป็นแรงขับเคลื่อนกิจกรรมส่วนใหญ่ ขณะที่อีกส่วนชี้ว่าการอุดหนุนค่าธรรมเนียมมีส่วนช่วยให้เครือข่ายเติบโตอย่างรวดเร็ว
21
50
นอกจากนี้ ธุรกรรมจาก Robinhood Wallet ยังได้รับการอุดหนุนค่าแก๊ส ซึ่งมีกำหนดสิ้นสุดวันที่ 29 กันยายน การติดตามกิจกรรมหลังจากนั้นจึงเป็นบททดสอบว่า ผู้ใช้จะยังอยู่ต่อเมื่อเริ่มมีค่าธรรมเนียมหรือไม่
49
สำหรับสมมติฐานของ Hayes การใช้งานสินทรัพย์ทางการเงินแบบโทเคนอย่างต่อเนื่องมีน้ำหนักมากกว่าตัวเลขธุรกรรมสูงเพียงอย่างเดียว หากกิจกรรมยังอยู่ได้หลังหมดเงินอุดหนุน และขยายไปสู่ผลิตภัณฑ์ทางการเงิน ก็จะทำให้ Robinhood เป็นตัวอย่างที่น่าเชื่อถือขึ้นสำหรับบริษัทอื่น แต่หากกิจกรรมหดลงหรือยังเน้นมีมคอยน์เป็นหลัก หลักฐานเรื่องการยอมรับจากสถาบันก็จะยังไม่แข็งแรง
เงินไหลเข้า ETF ช่วยหนุน แต่ไม่ได้รับประกันแรงซื้อระยะยาว
กระแสเงินของกองทุน ETF สปอต Ether ในสหรัฐฯ เป็นสัญญาณอีกด้านหนึ่งของความต้องการลงทุน โดยมีรายงานว่าเงินไหลเข้าสุทธิราว 270 ล้านดอลลาร์เมื่อวันที่ 21 กันยายน หลังจากสัปดาห์ก่อนหน้ามีเงินไหลออกสุทธิประมาณ 140 ล้านดอลลาร์
36
37 ตัวเลขนี้สะท้อนการฟื้นตัวของกระแสเงิน ไม่ได้ยืนยันว่าจะมีแรงซื้อสม่ำเสมอ และก็ไม่ได้แสดงความเชื่อมโยงโดยตรงกับ Robinhood Chain
เรื่องการ staking ก็ถูกกล่าวถึงในรายงานตลาด โดยมีข้อมูลอ้างถึงคิว staking ที่ 1.61 ล้าน ETH แต่ข้อมูลที่มีไม่ได้ชี้ชัดว่าตัวเลขดังกล่าวสะท้อนความต้องการที่ต่อเนื่องมากเพียงใด หรือช่วยสนับสนุนเป้าหมายราคาของ Hayes ได้อย่างมีนัยสำคัญแค่ไหน
6
ด่านราคาใกล้ตัวอยู่ที่ 2,800 และ 3,000 ดอลลาร์
ในช่วงที่มีการคาดการณ์ นักวิเคราะห์จับตาแนวต้านบริเวณ 2,800 ดอลลาร์ และระดับ 3,000 ดอลลาร์เป็นลำดับถัดไป บทวิเคราะห์หนึ่งระบุว่า หากราคายืนเหนือบริเวณ 2,806 ดอลลาร์ได้อย่างต่อเนื่อง ก็อาจเปิดทางให้ ETH ทดสอบระดับ 3,000 ดอลลาร์ แต่ยังเป็นเพียงความเป็นไปได้ ไม่ใช่สิ่งที่รับประกันว่าจะเกิดขึ้น
34
การผ่านแนวต้านเหล่านี้จะช่วยให้ภาพระยะสั้นดูแข็งแรงขึ้น แต่ไม่ได้พิสูจน์สมมติฐานเรื่องการยอมรับจากสถาบันโดยตัวมันเอง บททดสอบที่สำคัญกว่าคือ Robinhood Chain จะมีการใช้งานสินทรัพย์ทางการเงินแบบโทเคนอย่างยั่งยืนหรือไม่ และบริษัทอื่นจะเลือกใช้แนวทางที่อิง Ethereum ตามมาจริงหรือเปล่า จนกว่าจะเห็นหลักฐานเหล่านี้ เป้าหมาย 5,000 ดอลลาร์ยังเป็นเพียงการคาดการณ์ที่มีระยะห่างระหว่างปัจจัยหนุนกับผลลัพธ์อยู่มาก