คำตอบสั้น ๆ คือ กลุ่มเหล่านี้มองว่าคดี Google ไม่ใช่แค่คดีบริษัทเทคโนโลยีรายหนึ่งอีกต่อไป แต่เป็นบททดสอบว่าอียูจะบังคับใช้กติกาดิจิทัลกับแพลตฟอร์มขนาดใหญ่ได้อย่างเป็นอิสระหรือไม่ โดยเฉพาะ Digital Markets Act หรือ DMA ซึ่งเป็นกฎหมายที่อียูใช้กำกับแพลตฟอร์มดิจิทัลรายใหญ่ที่มีอำนาจสูงในตลาด [1][
7]
ประเด็นที่ทำให้เรื่องนี้ร้อนขึ้นคือรายงานว่าค่าปรับ Google ถูกชะลอหลังมีแรงกดดันจากรัฐบาลสหรัฐฯ กลุ่มภาคประชาสังคมจึงกังวลว่า หากการบังคับใช้กฎหมายของอียูดูเหมือนถูกถ่วงด้วยการเมืองระหว่างประเทศ ความน่าเชื่อถือของกฎดิจิทัลทั้งชุดอาจถูกสั่นคลอน [1]
คดีนี้เกี่ยวกับอะไร
แกนของคดีคือข้อกล่าวหาว่า Google เอื้อประโยชน์ให้บริการของตัวเองในผลการค้นหาออนไลน์ หรือที่มักเรียกว่า self-preferencing รายงานของ MLex ระบุว่า Google ถูกสอบสวนภายใต้ Digital Markets Act มานานกว่าสองปีในประเด็นดังกล่าว [1] ขณะที่รายงานที่อ้าง Reuters อธิบายว่าเป็นข้อกล่าวหาเรื่อง Google ให้บริการของตัวเองได้เปรียบในผลการค้นหาออนไลน์ [
7]
จุดสำคัญคือทั้งหมดนี้ยังเป็น “ข้อกล่าวหา” ไม่ใช่คำตัดสินสุดท้ายของอียู แหล่งข่าวที่มีอยู่ไม่ได้พิสูจน์ว่า Google ละเมิดกฎแล้ว แต่สะท้อนแรงกดดันให้คณะกรรมาธิการยุโรปปิดกระบวนการสอบสวน และปรับหรือลงโทษหากพบว่าบริษัทละเมิดกฎจริง [7][
14]
ทำไมชื่อของฟอน แดร์ ไลเอินจึงถูกดึงเข้ามา
คณะกรรมาธิการยุโรปเป็นหน่วยงานบริหารหลักของอียู และมีบทบาทสำคัญในการบังคับใช้กฎการแข่งขันและกฎดิจิทัลระดับสหภาพ ดังนั้น แม้การสอบสวนจะเป็นกระบวนการทางกฎหมายและกำกับดูแล แต่เมื่อคดีเกี่ยวข้องกับบริษัทเทคโนโลยีขนาดใหญ่และแรงกดดันข้ามแอตแลนติก ประธานคณะกรรมาธิการอย่าง Ursula von der Leyen จึงกลายเป็นจุดรับแรงกดดันโดยตรง
องค์กรภาคประชาสังคมมากกว่า 30 แห่งเขียนถึงคณะกรรมาธิการยุโรปเพื่อแสดง “ความกังวลอย่างยิ่ง” ต่อรายงานว่าหน่วยงานกำกับดูแลชะลอค่าปรับ Google หลังได้รับแรงกดดันจากรัฐบาลสหรัฐฯ [1] ขณะเดียวกัน กลุ่มอุตสาหกรรมก็มีการสื่อสารถึง von der Leyen รวมถึง Teresa Ribera ผู้ดูแลด้านการแข่งขัน และ Henna Virkkunen ผู้ดูแลนโยบายเทคโนโลยี เพื่อเรียกร้องให้เร่งตัดสินในคดี Google Search [
3]
ยังมีอีกกลุ่มหนึ่งซึ่งประกอบด้วยองค์กรอุตสาหกรรมและผู้บริโภคยุโรป 18 แห่ง เรียกร้องให้คณะกรรมาธิการออกคำวินิจฉัยอย่างเป็นทางการว่า Alphabet บริษัทแม่ของ Google ไม่ปฏิบัติตามกฎ ก่อนวันที่ 25 มีนาคม 2026 ซึ่งกลุ่มดังกล่าวระบุว่าเป็นจุดครบรอบสองปีของกระบวนการสอบสวนที่ยังเปิดอยู่ [13]
ใครกำลังกดดันให้ตัดสิน
แรงกดดันไม่ได้มาจากกลุ่มเดียว แต่เป็นแนวร่วมหลายวงที่ทับซ้อนกัน ได้แก่
- องค์กรภาคประชาสังคมมากกว่า 30 แห่ง ซึ่งเตือนว่าไม่ควรชะลอค่าปรับ Google ที่มีรายงานว่าเลื่อนออกไปหลังแรงกดดันจากสหรัฐฯ [
1]
- ผู้จัดพิมพ์ บริษัทเทคโนโลยี และสมาคมสตาร์ทอัพยุโรป เช่น European Publishers Council, European Magazine Media Association, European Tech Alliance และ EU Travel Tech ซึ่งเรียกร้องให้หน่วยงานกำกับดูแลปิดการสอบสวนที่กินเวลาเกือบสองปีและออกค่าปรับ [
7]
- องค์กรอุตสาหกรรมและผู้บริโภคยุโรป 18 แห่ง ซึ่งเรียกร้องให้มีคำวินิจฉัยอย่างเป็นทางการเรื่องการไม่ปฏิบัติตามกฎของ Alphabet ก่อนจุดครบรอบสองปีของกระบวนการ [
13]
เหตุผลหลักที่กลุ่มเหล่านี้ยกขึ้นมา
1. การบังคับใช้กฎหมายไม่ควรดูเหมือนต่อรองได้
จดหมายของภาคประชาสังคมผูกข้อกังวลไว้กับรายงานว่าค่าปรับถูกเลื่อนหลังแรงกดดันจากรัฐบาลสหรัฐฯ [1] สำหรับกลุ่มเหล่านี้ ความเสี่ยงไม่ใช่แค่คดีหนึ่งล่าช้า แต่คือภาพที่อาจเกิดขึ้นว่า Digital Markets Act บังคับใช้ได้มากน้อยเพียงใดขึ้นอยู่กับแรงกดดันทางภูมิรัฐศาสตร์หรือการค้า แทนที่จะขึ้นอยู่กับข้อเท็จจริงและข้อกฎหมายในคดี [
1]
2. ความล่าช้าอาจทำให้ความเสียหายในตลาดลึกขึ้น
กลุ่มผู้จัดพิมพ์ บริษัทเทคโนโลยี และสตาร์ทอัพให้เหตุผลว่าความล่าช้ากำลังทำร้ายธุรกิจยุโรปที่ต้องแข่งขันในเศรษฐกิจดิจิทัล [14] รายงานหนึ่งระบุว่าแนวร่วมดังกล่าวเตือนว่าธุรกิจยุโรปบางส่วนกำลัง “ล้มละลาย” ในช่วงที่หน่วยงานกำกับดูแลยังพิจารณาคดีอยู่ [
11]
3. คดีนี้ยืดเยื้อมานานแล้ว
รายงานที่อ้าง Reuters ระบุในเดือนมีนาคม 2026 ว่าการสอบสวน Google Search เป็นกระบวนการที่กินเวลาเกือบสองปี ขณะกลุ่มผู้จัดพิมพ์ บริษัทเทคโนโลยี และสตาร์ทอัพเรียกร้องให้อียูเร่งปิดคดี [7] ต่อมา MLex รายงานว่า Google อยู่ภายใต้การสอบสวนตาม DMA มานานกว่าสองปีในประเด็น self-preferencing ที่ถูกกล่าวหา [
1]
พวกเขาต้องการให้คณะกรรมาธิการทำอะไร
ภาพรวมคือกลุ่มเหล่านี้ต้องการให้คณะกรรมาธิการเดินไปสู่ขั้นตอนบังคับใช้กฎหมายขั้นสุดท้าย ไม่ใช่หยุดรออีกครั้ง คำเรียกร้องแตกต่างกันไปตามแต่ละแนวร่วม ตั้งแต่เร่งตัดสินและเดินหน้าไปสู่บทลงโทษ [3] ออกค่าปรับ [
7] ออกคำวินิจฉัยอย่างเป็นทางการเรื่องการไม่ปฏิบัติตามกฎ [
13] ไปจนถึงกำหนดมาตรการลงโทษหากพบว่า Google ละเมิดกฎการแข่งขัน [
14]
แต่ต้องย้ำอีกครั้งว่า แหล่งข้อมูลที่มีไม่ได้ชี้ขาดว่า Google ละเมิดกฎในคดีนี้แล้ว สิ่งที่แหล่งข่าวแสดงคือแรงกดดันให้คณะกรรมาธิการยุโรปปิดการสอบสวนและดำเนินการ หากเข้าเกณฑ์ตามกฎหมาย [7][
14]
สรุป
เหตุที่กลุ่มภาคประชาสังคมและภาคอุตสาหกรรมยุโรปกดดัน von der Leyen คือค่าปรับ Google ที่ล่าช้ากลายเป็นสัญลักษณ์ของสามเรื่องพร้อมกัน: ข้อกล่าวหาเรื่อง Google เอื้อประโยชน์ให้บริการของตัวเองใน Search จะถูกสะสางหลังการตรวจสอบยาวนานหรือไม่, คู่แข่งยุโรปจะพึ่งพาการบังคับใช้ DMA ได้ทันเวลาหรือเปล่า, และบรัสเซลส์จะยืนหยัดใช้กฎของตัวเองได้หรือไม่เมื่อมีรายงานแรงกดดันจากภายนอก [1][
7][
11]




