สำหรับทีมที่สร้างวอลเล็ต เกม ตลาด NFT แอปเทรด หรือระบบชำระเงิน ค่าธรรมเนียมและเวลารอไม่ใช่เรื่องหลังบ้าน แต่เป็นส่วนหนึ่งของหน้าจอที่ผู้ใช้รู้สึกทันที
ถ้าการกดหนึ่งครั้งในแอปหมายถึงการทำธุรกรรมบนเชน ผู้ใช้จะไม่อยากเจอค่าธรรมเนียมสูงหรือรอนานทุกครั้ง Solana จึงขายจุดแข็งว่า action เหล่านี้สามารถถูกและเร็วพอให้ใกล้เคียงประสบการณ์ของแอปทั่วไปมากขึ้น
พูดง่าย ๆ คือ Solana ไม่ได้ชนะใจนักพัฒนาบางกลุ่มเพราะเป็นชื่อที่เท่กว่า แต่เพราะมันเปิดพื้นที่ให้ทีมออกแบบผลิตภัณฑ์ที่มีธุรกรรมถี่ ๆ ได้ง่ายกว่า เช่น การจ่ายเงินย่อย การ mint NFT การสลับสินทรัพย์ในแอปเทรด หรือการกดทำกิจกรรมในเกม
ข้อมูลที่มีอยู่ชี้ไปทางเดียวกันว่า Solana กำลังมีโมเมนตัม แต่ยังไม่ใช่ภาพว่า Ethereum ถูกทิ้ง
รายงานที่อ้างอิง Electric Capital ระบุว่า ตั้งแต่มกราคมถึงกันยายน 2025 Ethereum เพิ่มนักพัฒนาใหม่ 16,181 คน ส่วน Solana เพิ่ม 11,534 คน ทำให้ทั้งสองเป็นระบบนิเวศอันดับต้น ๆ ด้านการเติบโตของนักพัฒนาในช่วงนั้น ขณะเดียวกัน รายงานอีกชิ้นที่อ้าง tracker ของ Electric Capital ระบุว่า Ethereum มีนักพัฒนา active ทั่วโลก 31,869 คน เทียบกับ Solana ที่ 17,708 คน
โมเมนตัมของ Solana เริ่มเห็นชัดตั้งแต่ก่อนปี 2025 ด้วย Colosseum ซึ่งอ้างรายงาน Electric Capital Developer Report ปี 2024 ระบุว่า Solana กลายเป็นบล็อกเชนอันดับหนึ่งสำหรับนักพัฒนาใหม่ในปีนั้น โดยมีนักพัฒนาใหม่มากกว่า 7,600 คนเลือก Solana และกิจกรรมนักพัฒนาใหม่เพิ่มขึ้น 83% เมื่อเทียบกับปีก่อนหน้า
สรุปคือ Solana กำลังแย่งความสนใจจากนักพัฒนาใหม่ โดยเฉพาะกลุ่มที่สร้างแอป consumer crypto ส่วน Ethereum ยังเป็นระบบนิเวศนักพัฒนาที่ใหญ่กว่าในภาพรวม
ทุกธุรกรรมบน Solana ต้องจ่ายค่าธรรมเนียมเป็น SOL โดยโมเดลค่าธรรมเนียมมีทั้ง base fee และ prioritization fee แบบเลือกจ่ายได้ ซึ่งช่วยเพิ่มโอกาสให้ธุรกรรมถูกจัดคิวก่อนธุรกรรมอื่น
มุมที่นักพัฒนาสนใจคือ ต้นทุนต่อธุรกรรมต่ำพอให้คิดผลิตภัณฑ์แบบมี interaction ย่อย ๆ หลายครั้งได้ ไม่ใช่ต้องทำให้ทุกธุรกรรมเป็นเรื่องใหญ่ เช่น แอปสะสมแต้ม เกม on-chain ระบบจ่ายเงินหน้า checkout การเทรดรายย่อย หรือฟีเจอร์ของ creator app
แน่นอน ค่าธรรมเนียมต่ำไม่ได้แปลว่าใช้ฟรี และไม่ได้ทำให้เรื่อง congestion หายไปทั้งหมด แต่ทำให้กรอบการออกแบบเปลี่ยนไป ทีมสามารถปล่อยให้กิจกรรมของผู้ใช้จำนวนมากเกิดบนเชนได้มากขึ้น โดยไม่จำเป็นต้องซ่อน รวมธุรกรรม หรือเลื่อนทุก action ไปทำทีหลังเสมอ
Solana เป็น Layer 1 หรือบล็อกเชนหลักที่เน้นประมวลผลด้วย throughput สูง รายงานภาพรวมโปรโตคอลของ Galaxy ระบุว่า Solana ตั้งเป้า slot time ที่ 400 มิลลิวินาที แม้ในทางปฏิบัติมักอยู่ราว 500–600 มิลลิวินาที และ Solana ไม่ใช้ native in-protocol mempool แบบเดียวกับ Ethereum โดยธุรกรรมของผู้ใช้ถูกส่งตรงไปยัง validators เพื่อช่วยให้ execution เร็วขึ้น
Galaxy ยังอธิบายว่า Solana ใช้แนวทางประมวลผลธุรกรรมแบบ parallel ผ่าน multi-threaded execution และมี throughput เชิงทฤษฎีที่ 65,000 ธุรกรรมต่อวินาที
ประสบการณ์จริงย่อมขึ้นกับสภาพเครือข่ายและการออกแบบแอป แต่ทิศทางของสถาปัตยกรรมชัดเจน: Solana ถูกปรับให้เหมาะกับงานปริมาณมาก latency ต่ำ และการตอบสนองเร็ว ซึ่งเป็นเรื่องสำคัญมากเมื่อความเร็วไม่ใช่แค่ตัวเลข benchmark แต่เป็นเงื่อนไขของผลิตภัณฑ์
Ethereum ใช้แนวทาง scaling ที่เป็น modular มากขึ้น โดย Coin Metrics อธิบายว่า Ethereum กำลังขยายผ่านทั้ง mainnet และ Layer 2 rollups ซึ่งช่วยกระจาย demand และเพิ่มประสิทธิภาพ throughput แต่ยังพึ่งพาความสามารถของ mainnet อยู่
แนวทางนี้มีข้อดีสำคัญ เพราะช่วยให้ Ethereum รักษาบทบาทเป็นชั้น settlement ที่แข็งแรง ขณะเดียวกัน Layer 2 หลายเครือข่ายก็แข่งขันกันเรื่องต้นทุนและประสิทธิภาพ แต่สำหรับทีมผลิตภัณฑ์ นี่แปลว่าต้องตัดสินใจเพิ่มขึ้น เช่น จะลง rollup ไหน ผู้ใช้จะย้ายสินทรัพย์อย่างไร สภาพคล่องอยู่ที่ไหน และจะซ่อนความซับซ้อนข้ามเชนให้ผู้ใช้อย่างไร
Solana เสนอโมเดลอีกแบบ: สร้างบน Layer 1 ประสิทธิภาพสูงเป็นหลัก สำหรับทีมที่ให้ความสำคัญกับ onboarding และ flow ที่เรียบง่าย โมเดลนี้อาจเข้าใจและออกแบบได้ตรงไปตรงมากว่าเส้นทางหลาย rollup
นักพัฒนาไม่ได้เลือกเชนจากเทคโนโลยีล้วน ๆ พวกเขามักตาม activity ของผู้ใช้และโอกาสทางธุรกิจด้วย
การเปรียบเทียบระบบนิเวศปี 2025 พบว่า Ethereum นำในด้านการยอมรับจากสถาบัน ธุรกรรม stablecoin และ DeFi TVL หรือมูลค่าทรัพย์สินที่ล็อกในโปรโตคอล DeFi ส่วน Solana เด่นในด้านการขยายฐานผู้ใช้ วอลุ่มเทรด รายได้ของแอปพลิเคชัน และค่าธรรมเนียมธุรกรรมต่ำ
รายงานจาก Helius ยังชี้ activity ที่ดึงดูดนักพัฒนาแอปผู้ใช้ทั่วไป โดยระบุว่าในครึ่งแรกของปี 2025 Solana ประมวลผลธุรกรรมมากกว่า 162 ล้านรายการต่อวัน พร้อมค่าธรรมเนียมมัธยฐานต่ำกว่าหนึ่งเซนต์อย่างมาก และระบุว่า Solana ครอง 81% ของธุรกรรม DEX ทั้งหมดในคริปโตในปี 2024
สำหรับทีมที่สร้างแอปเทรด วอลเล็ต หรือแอปที่ต้องการให้ผู้ใช้มี interaction บ่อย ๆ ตัวเลขเหล่านี้คือสัญญาณว่าเครือข่ายมีผู้ใช้จริงและพฤติกรรมใช้งานถี่พอให้สร้างผลิตภัณฑ์ต่อยอดได้
แม้ Solana จะเด่นในสาย consumer UX แต่ Ethereum ยังเป็นตัวเลือกที่แข็งมากสำหรับหลายประเภทงาน
แหล่งข้อมูลเดียวกันที่ชี้ว่า Solana เด่นด้านผู้ใช้ วอลุ่ม และค่าธรรมเนียมต่ำ ก็ระบุว่า Ethereum นำในด้านการยอมรับจากสถาบัน ธุรกรรม stablecoin และ DeFi TVL รายงานด้านการเติบโตของนักพัฒนายังอธิบาย Ethereum ว่าเป็นศูนย์กลางหลักของ smart contract และ DeFi โดยได้แรงหนุนจากระบบนิเวศ Layer 2 และการอัปเกรดโปรโตคอล
ถ้าทีมกำลังสร้างโครงสร้างพื้นฐานการเงิน แอปที่ต้องพึ่งพา DeFi ที่ลึกและตั้งตัวมานาน หรือผลิตภัณฑ์ที่เน้น settlement มากกว่า UX แบบกดถี่ ๆ Ethereum และ Ethereum Layer 2 ยังเป็นทางเลือกที่มีน้ำหนักมาก
ฐานนักพัฒนาขนาดใหญ่ก็ยังสำคัญ รายงานล่าสุดระบุ Ethereum มีนักพัฒนา active 31,869 คน เทียบกับ Solana 17,708 คน
| สิ่งที่ทีมให้ความสำคัญ | Solana มักเหมาะเมื่อ... | Ethereum มักเหมาะเมื่อ... |
|---|---|---|
| ค่าธรรมเนียมและความเร็ว | แอปต้องมี action ของผู้ใช้จำนวนมากที่ถูกและเร็ว เช่น เอกสาร Solana อ้าง payment settlement ราว 400 ms และค่าธรรมเนียมมัธยฐานประมาณ $0.001 | แอปต้องการใช้ Ethereum mainnet หรือ Layer 2 โดยให้ความสำคัญกับบทบาท settlement และระบบนิเวศที่กว้างกว่า |
| ฐานนักพัฒนา | ทีมต้องการอยู่ในระบบนิเวศที่โตเร็ว โดย Solana เพิ่มนักพัฒนาใหม่ 11,534 คนช่วงมกราคม–กันยายน 2025 ในรายงานที่อ้าง Electric Capital | ทีมต้องการฐานนักพัฒนา active ที่ใหญ่กว่า โดยรายงานล่าสุดระบุ Ethereum มี 31,869 คนทั่วโลก |
| ประเภทแอป | payments, retail trading, games, NFTs, wallets และแอปที่ผู้ใช้ทำธุรกรรมถี่ ๆ ได้ประโยชน์จากค่าธรรมเนียมต่ำและ execution เร็ว | โครงสร้างพื้นฐาน DeFi แอปสถาบัน และผลิตภัณฑ์ที่เน้น settlement ได้ประโยชน์จากจุดแข็งของ Ethereum ใน DeFi และ institutional adoption |
| โมเดล scaling | ทีมอยากสร้างบน Layer 1 เดียวที่เน้น throughput สูง | ทีมรับความซับซ้อนของ mainnet บวก Layer 2 rollups ได้ |
นักพัฒนาเลือก Solana เมื่อผลิตภัณฑ์ต้องการธุรกรรมบนเชนที่ถูก เร็ว และเกิดซ้ำบ่อย ๆ นี่คือเหตุผลที่ Solana น่าสนใจมากเป็นพิเศษสำหรับแอปคริปโตผู้ใช้ทั่วไป เช่น payments, wallets, trading, games, NFT experiences และผลิตภัณฑ์ที่ทุกการกดของผู้ใช้อาจกลายเป็นธุรกรรม
Ethereum ยังมีฐานนักพัฒนาที่ใหญ่กว่า ตำแหน่งใน DeFi ที่ลึกกว่า และ footprint ด้านสถาบันที่แข็งแรงกว่าในแหล่งข้อมูลที่ตรวจสอบ
ดังนั้นประเด็นไม่ใช่ Solana หรือ Ethereum ใครชนะขาด แต่คือทีมพัฒนากำลังเลือกเชนให้แม่นกับงานมากขึ้น: Solana สำหรับ execution ราคาต่ำและ UX แบบผู้ใช้ทั่วไป ส่วน Ethereum สำหรับความลึกด้าน settlement การยอมรับจากสถาบัน และโครงสร้างพื้นฐาน DeFi ที่成熟แล้ว