แม้การลงทุนใน SpaceX จะน้อยเมื่อเทียบกับพอร์ตหลักของกองทุน โดย GPFG ถือหุ้น Nvidia 1.3% มูลค่า 61.8 พันล้านดอลลาร์ และ Apple 1.2% มูลค่า 52.7 พันล้านดอลลาร์ แต่การเพิ่ม SpaceX ทำให้ NBIM กลายเป็นนักลงทุนรายใหญ่ในบริษัทมหาชนของ Elon Musk ทั้งสองแห่ง คือ SpaceX และ Tesla (ถือประมาณ 1% มูลค่า 15.7 พันล้านดอลลาร์)
กองทุน Public Investment Fund (PIF) ของซาอุดีอาระเบีย ซึ่งมีสินทรัพย์ภายใต้การบริหารประมาณ 925 พันล้านดอลลาร์ ได้ยื่นคำสั่งซื้อในฐานะ anchor investor สำหรับ IPO ของ SpaceX ในวงเงินประมาณ 1-5 พันล้านดอลลาร์ รายงานก่อนหน้านี้ระบุว่า PIF เจรจาขอลงทุน anchor ประมาณ 5 พันล้านดอลลาร์ เพื่อป้องกันการ dilution ของสัดส่วนการถือหุ้นเดิมที่มีอยู่เกือบ 1% ก่อน IPO
ทั้งนี้ PIF มีการเปิดรับ SpaceX อยู่ก่อนแล้วผ่านรอบการระดมทุนก่อนหน้านี้ รวมถึงบุคคลที่เกี่ยวข้องอย่างเจ้าชายอัลวาลีด บิน ทาลาล ซึ่งถือหุ้น 0.63% ที่อาจมีมูลค่าราว 10.6 พันล้านดอลลาร์
ข้อควรทราบ: แม้ PIF จะยื่นคำสั่งซื้อใน IPO ร่วมกับกองทุนอ่าวอาหรับอื่นๆ แต่ยังไม่มีการยืนยันการถือหุ้นหลัง IPO อย่างเป็นทางการในลักษณะเดียวกับนอร์เวย์ ขนาดการจัดสรรสุดท้ายอาจแตกต่างจากคำสั่งซื้อ
SpaceX มีโครงสร้างหุ้นสองชั้น (dual-class) โดย Musk ถือสิทธิออกเสียง 84.3% ณ วันที่ยื่นหนังสือชี้ชวน
ดีมานด์จากสถาบันขนาดใหญ่มีความแข็งแกร่งและหลากหลาย:
โดยสรุป การเข้าตลาดหุ้นของ SpaceX ดึงดูดดีมานด์ที่ไม่เคยมีมาก่อนจากทั้งกองทุนความมั่งคั่งแห่งชาติ (นอร์เวย์ ซาอุดีอาระเบีย คูเวต กาตาร์) กองทุนเติบโตชั้นนำของสหรัฐ และผู้จัดการสินทรัพย์รายใหญ่ ทำให้กลายเป็น IPO ด้านเทคโนโลยีที่ใหญ่ที่สุดในประวัติศาสตร์