G7 หรือกลุ่มประเทศอุตสาหกรรมชั้นนำ 7 ประเทศ ประกอบด้วย สหรัฐอเมริกา แคนาดา สหราชอาณาจักร ฝรั่งเศส เยอรมนี อิตาลี และญี่ปุ่น ตัวเลขล่าสุดชี้ว่า ภาระจากการก่อหนี้ในอดีตกำลังแย่งพื้นที่งบประมาณจากความต้องการด้านความมั่นคงในปัจจุบัน
ประเทศที่เป็นข้อยกเว้นมีเพียง เยอรมนีและแคนาดา ส่วนอีก 5 ประเทศมีสัดส่วนค่าใช้จ่ายดังนี้
ด้าน เยอรมนี ถือว่ามีสถานะทางการคลังผ่อนคลายที่สุดในการเปรียบเทียบครั้งนี้ โดย Scope Ratings ประเมินว่า ในปี 2026 ค่าใช้จ่ายดอกเบี้ยของเยอรมนีอยู่ที่ประมาณ 35% ของงบกลาโหม
Scope Ratings คาดการณ์ว่า หนี้รัฐบาลรวมของกลุ่ม G7 จะเพิ่มขึ้นเป็น 135.2% ของ GDP ภายในปี 2029 ใกล้เคียงระดับสูงสุดที่ 139.6% ของ GDP ในปี 2020 ซึ่งเกิดขึ้นท่ามกลางวิกฤตโควิด-19
สำหรับสหรัฐฯ เพียงประเทศเดียว หนี้รัฐบาลทั่วไปอาจเพิ่มขึ้นเป็น 137.8% ของ GDP ในปี 2029 สูงกว่าจุดสูงสุดเดิมที่ 132% ของ GDP ในปี 2020 ขณะเดียวกัน Bloomberg ระบุว่า ค่าใช้จ่ายดอกเบี้ยของสหรัฐฯ ญี่ปุ่น และฝรั่งเศสมีแนวโน้มเพิ่มขึ้นต่อเนื่อง เพราะทั้งสามประเทศมีหนี้สะสมสูงและยังต้องเผชิญอัตราดอกเบี้ยในระดับค่อนข้างสูง
Scope ยังประเมินว่า ระหว่างปี 2025-2030 สหรัฐฯ จะต้องใช้รายได้ภาครัฐเฉลี่ยประมาณ 12% ไปกับการจ่ายดอกเบี้ยสุทธิ ซึ่งสูงกว่าประเทศเศรษฐกิจใกล้เคียงกันอย่างน้อยสองเท่า
ในภาพรวม กองทุนการเงินระหว่างประเทศ หรือ IMF เตือนเมื่อเดือนตุลาคม 2025 ว่า หนี้สาธารณะทั่วโลกมีแนวโน้มสูงเกิน 100% ของ GDP ภายในปี 2029 ซึ่งจะเป็นระดับสูงสุดนับตั้งแต่ปี 1948 ภาระดอกเบี้ยที่เพิ่มขึ้นกำลังบีบงบประมาณในเวลาเดียวกับที่รัฐบาลต้องรับมือกับค่าใช้จ่ายด้านกลาโหมและสังคมผู้สูงอายุ
ประเทศสมาชิก NATO เห็นพ้องที่จะเพิ่มงบกลาโหมไปสู่ระดับ 3.5% ของ GDP ภายในปี 2035 เป้าหมายดังกล่าวเกิดขึ้นในช่วงที่รัฐบาลหลายประเทศมีพื้นที่ทางการคลังจำกัดอยู่แล้วจากดอกเบี้ยหนี้ที่สูงขึ้น
Scope Ratings ยกกรณีของฝรั่งเศสเป็นตัวอย่างว่า หากฝรั่งเศสเพิ่มงบกลาโหมเป็น 3% ของ GDP โดยไม่มีมาตรการลดรายจ่ายอื่นมาชดเชย หรือไม่มีการแบ่งภาระในระดับสหภาพยุโรป การขาดดุลงบประมาณของประเทศอาจสูงกว่า 4% ของ GDP ในปี 2029 และหนี้รัฐบาลทั่วไปอาจเพิ่มขึ้นเกิน 120% ของ GDP
สถานการณ์นี้ทำให้รัฐบาลต้องเลือกระหว่างการเพิ่มงบกลาโหม การควบคุมหนี้ และการรักษาระดับการใช้จ่ายด้านสวัสดิการ การขยายงบประมาณในด้านหนึ่งจึงอาจหมายถึงการต้องลดรายจ่ายในอีกด้านหนึ่ง หรือยอมรับการก่อหนี้เพิ่ม
แม้ประเทศ G7 ส่วนใหญ่ยังไม่เผชิญวิกฤติการกู้ยืมหรือการรีไฟแนนซ์อย่างฉับพลัน แต่ Scope Ratings เตือนว่า ระดับหนี้ที่สูง ประกอบกับการขาดดุลงบประมาณขั้นต้นในระดับมาก ทำให้ฐานะการคลังอ่อนไหวต่อการเปลี่ยนแปลงของเงื่อนไขในตลาดการเงินมากขึ้น
พูดให้เข้าใจง่ายขึ้นคือ รัฐบาลยังสามารถกู้ยืมและชำระหนี้ได้ในขณะนี้ แต่หากอัตราผลตอบแทนพันธบัตรปรับตัวสูงขึ้นอย่างรวดเร็ว หรือนักลงทุนเริ่มกังวลต่อความสามารถในการควบคุมหนี้ ต้นทุนการกู้เงินชุดใหม่ก็จะเพิ่มขึ้น และอาจยิ่งผลักให้ค่าใช้จ่ายดอกเบี้ยสูงขึ้นตามไปด้วย
รายงาน Bloomberg และ Scope Ratings ชี้ให้เห็นความย้อนแย้งครั้งสำคัญ: สำหรับ 5 ใน 7 ประเทศเศรษฐกิจชั้นนำ ค่าใช้จ่ายในการชำระหนี้จากการกู้ยืมในอดีตสูงกว่าการจัดสรรงบเพื่อขีดความสามารถทางทหารในปัจจุบันแล้ว
เมื่ออัตราส่วนหนี้ต่อ GDP ยังมีแนวโน้มเพิ่มขึ้น และพันธมิตร NATO กำลังผลักดันเป้าหมายการใช้จ่ายด้านความมั่นคงที่สูงขึ้น ความตึงเครียดระหว่างความน่าเชื่อถือทางการคลังกับพันธกรณีด้านกลาโหมจึงมีแนวโน้มรุนแรงขึ้นตลอดช่วงที่เหลือของทศวรรษนี้