One UI 8.5 เป็นมากกว่าแพตช์ความปลอดภัยทั่วไป มันมาพร้อมชุดอัปเกรดที่ขับเคลื่อนด้วย AI และประสบการณ์ผู้ใช้ที่พัฒนาจาก Android 16 ซึ่งจะเปลี่ยนวิธีใช้โทรศัพท์ของคุณอย่างมีความหมาย
เมื่อมีเบอร์แปลกโทรเข้ามา Bixby สามารถรับสายแทนคุณได้ ผู้ช่วย AI จะถามว่าผู้โทรเป็นใครและต้องการอะไร พร้อมแสดงข้อความสดบนหน้าจอ จากนั้นคุณค่อยตัดสินใจว่าจะรับสาย วางสาย หรือส่งไปที่วอยซ์เมล โดยที่ปลายสายไม่มีทางรู้ว่า Bixby เป็นคนรับช่วงแรกให้
ตัวเลือกการบันทึกใหม่ที่ให้คุณเลือกจับภาพเฉพาะบริเวณที่ต้องการ นับเป็นการอัปเกรดที่สำคัญมากสำหรับใครที่ทำวิดีโอสอนหรือบันทึกคอนเทนต์ในแอป เพราะช่วยตัดปัญหาเรื่องต้องมาครอปการแจ้งเตือนและ UI อื่นๆ ทิ้งทีหลัง
จากเดิมที่เคยเป็นแค่ฟีเจอร์ในแกลเลอรี ตอนนี้ Audio Eraser ทำงานได้ทั่วทั้งระบบ สามารถแยกและลบเสียงรบกวนพื้นหลังเฉพาะอย่าง เช่น เสียงลม เสียงฝูงชน และเสียงจราจร โดยยังคงโฟกัสที่เสียงพูด มีโหมด "Voice Focus" ใหม่ที่แยกเสียงพูดออกจากเสียงแวดล้อมได้ในแอปต่างๆ มากขึ้น
เครื่องมือ AI ใหม่ใน Creative Studio ให้คุณสร้างวอลเปเปอร์และสติกเกอร์ในแบบของคุณจากข้อความสั้นๆ หรือรูปภาพอ้างอิง คุณสามารถปรับอารมณ์ของภาพ เพิ่มหรือลบวัตถุ หรือแม้แต่สร้างการ์ดเชิญและสติกเกอร์ด้วย AI บนตัวเครื่องได้เลย
แผง Quick Settings ได้รับการปรับโฉมครั้งใหญ่ด้วยดีไซน์ Material 3 Expressive ของ Android 16 มีปุ่มและแถบเลื่อนที่ใหญ่ขึ้น ปรับขนาดได้ และถูกออกแบบมาให้ใช้งานด้วยมือเดียวได้สะดวกยิ่งขึ้น
Camera Assistant เครื่องมือควบคุมกล้องแบบละเอียดที่ก่อนหน้านี้มีเฉพาะใน Galaxy S และ Z ซีรีส์ระดับเรือธง ตอนนี้ได้ขยายมาสู่สมาร์ทโฟนซีรีส์ A และระดับกลางบางรุ่นแล้ว คุณจะได้ควบคุมขั้นสูงทั้ง Auto HDR, ความเร็วชัตเตอร์ และการปรับภาพให้นุ่มนวลขึ้นบนมือถือราคาเป็นมิตรขึ้น แม้ว่าการใช้งานอาจแตกต่างกันไปตามภูมิภาคก็ตาม
สมาร์ทโฟนราคาประหยัดและระดับกลางในซีรีส์ A, M, และ F จะได้รับฟีเจอร์ Galaxy AI ในเวอร์ชันที่ถูกปรับแต่งให้เหมาะสมภายใต้ชื่อ Awesome Intelligence โดยชุดฟีเจอร์ย่อยนี้ถูกปรับให้เหมาะกับฮาร์ดแวร์ที่มีประสิทธิภาพน้อยกว่าแต่ก็ยังมอบเครื่องมือ AI หลักๆ ได้แก่ Creative Studio, Audio Eraser, และ AI คัดกรองสายเรียกเข้า
Comments
0 comments