สิ้นสุดการรอคอย มิตซูบิชิ ยืนยันเปิดตัว Mitsubishi Pajero เจเนอเรชันใหม่ ในช่วงฤดูใบไม้ร่วงปี 2026 บนแพลตฟอร์มตัวถังบันไดจากกระบะ Triton พร้อมท้าชน Toyota Land Cruiser โดยตรง ขุมพลังหลักยังไม่ฟันธง แต่คาดการณ์ว่าจะใช้เครื่องยนต์ดีเซล 2.4 ลิตร ทวินเทอร์โบ พร้อมกระแสข่าวลือหนาหูถึงเวอร์ชันปลั๊กอินไฮบริด (PHEV) ที่กำลั...

Create a landscape editorial hero image for this Studio Global article: When will Mitsubishi revive the Pajero and Montero nameplates, what platform and powertrain will the new flagship SUV use, which competitors. Article summary: Here is a comprehensive summary of what is now confirmed and what remains uncertain about the revived Mitsubishi Pajero/Montero.. Topic tags: general, general web, user generated. Reference image context from search candidates: Reference image 1: visual subject "2027 Kia Seltos Hybrid likely to start under $40k drive-away in Australia" source context "Mitsubishi Pajero returning in 2026 to rival Toyota Prado and Ford Everest | CarExpert" Reference image 2: visual subject "2027 Mitsubishi Pajero: Iconic nameplate returning on new body-on-frame SUV" source context "Mitsubishi Pajero returning in 2026 to rival Toyota Prado and Ford Everest | CarExpert" Style: prem
ในที่สุด มิตซูบิชิ ก็ได้ยุติข่าวลือที่ยาวนานหลายปีด้วยการออกมายืนยันอย่างเป็นทางการถึงการกลับมาของรถออฟโรดรุ่นที่โด่งดังที่สุดของแบรนด์ Mitsubishi Pajero ใหม่นี้จะเปิดตัวในฐานะรถ SUV เรือธงแบบตัวถังบันได (Body-on-Frame) ใน ฤดูใบไม้ร่วงปี 2026 โดยมีฐานการผลิตอยู่ในประเทศไทยและจะส่งออกไปทั่วโลกหลังจากนั้นไม่นาน โดยในบางภูมิภาค รถรุ่นนี้จะใช้ชื่อว่า Montero ซึ่งเป็นการปูทางสำหรับการหวนคืนสู่ตลาดสหรัฐอเมริกาที่ห่างหายไปตั้งแต่ปี 2006
ในขณะที่การยืนยันนี้ได้ตอบคำถามที่ใหญ่ที่สุดเกี่ยวกับอนาคตของตระกูลปาเจโร แต่มันก็สร้างคำถามใหม่ ๆ ตามมาว่าขุมพลังที่แท้จริงจะเป็นแบบไหน จะวางจำหน่ายที่ไหนบ้าง และที่สำคัญที่สุดคือผู้ซื้อชาวอเมริกันจะได้เห็น Montero ใหม่ในโชว์รูมอีกครั้งหรือไม่
มิตซูบิชิได้ให้คำมั่นสัญญาว่าจะเปิดตัวรถรุ่นนี้สู่สายตาชาวโลกในช่วงฤดูใบไม้ร่วงของปี 2026 ซึ่งตรงกับช่วงเดือนกันยายนถึงพฤศจิกายน โดยมีแผนส่งมอบในตลาดญี่ปุ่นภายในเดือนธันวาคม 2026 ขณะที่ออสเตรเลียคาดว่าจะได้สัมผัสรถรุ่นนี้ก่อนสิ้นปีเดียวกัน ซึ่งจะมาแทนที่ชื่อ Pajero Sport อย่างสมบูรณ์
รายงานบางชิ้นระบุว่าการจำหน่ายในตลาดโลกส่วนใหญ่จะเริ่มต้นในช่วงต้นปี 2027 หลังจากการเปิดตัวครั้งแรก ซึ่งสอดคล้องกับกลยุทธ์ที่กว้างขึ้นของมิตซูบิชิที่วางแผนจะเปิดตัวรถรุ่นใหม่หรือปรับโฉมอย่างน้อยหนึ่งรุ่นในทุกปีงบประมาณ โดยเริ่มตั้งแต่ปี 2026 เป็นต้นไป
Pajero ใหม่จะใช้โครงสร้างแบบ ladder-frame chassis ที่พัฒนามาจากกระบะ Mitsubishi Triton ซึ่งช่วยรักษาเอกลักษณ์การผลิตแบบ body-on-frame ดั้งเดิมที่เป็นจุดเด่นของรถตระกูลนี้มาหลายยุคสมัย การตัดสินใจครั้งนี้ทำให้รถรุ่นนี้อยู่ในกลุ่มรถออฟโรดสมบุกสมบันอย่าง Toyota Land Cruiser อย่างชัดเจน แทนที่จะเป็นกลุ่มรถครอสโอเวอร์แบบ unibody
การผลิตจะเกิดขึ้นที่โรงงานของมิตซูบิชิในประเทศไทย โดยเอกสารจดทะเบียนในออสเตรเลียได้ยืนยันแล้วว่ารถรุ่นนี้เป็น Pajero ที่แยกออกมาต่างหาก มิใช่แค่รุ่นย่อยของ Pajero Sport ที่มีอยู่เดิม มีรายงานว่ารถต้นแบบได้ผ่านการทดสอบสมรรถนะทางฝุ่นอย่างเข้มข้นในหลายพื้นที่ทั่วออสเตรเลีย ซึ่งสะท้อนให้เห็นถึงขอบเขตการพัฒนาสำหรับตลาดโลกอย่างแท้จริง
ทั้งนี้ มีข้อสังเกตว่าในช่วงแรก สื่อในสหรัฐฯ บางแห่งเคยคาดการณ์ว่า Montero อาจจะใช้แพลตฟอร์มร่วมกับรถของ Nissan อย่าง Armada หรือ Xterra ภายใต้พันธมิตร Renault-Nissan-Mitsubishi อย่างไรก็ตาม ข่าวยืนยันอย่างเป็นทางการล่าสุดล้วนชี้ไปที่โครงสร้างจาก Triton สำหรับตัว Pajero โดยตรง
สำหรับรายละเอียดของระบบส่งกำลังยังคงเป็นประเด็นที่มีความคลุมเครือมากที่สุด มิตซูบิชิยังไม่ได้ประกาศไลน์อัพเครื่องยนต์สุดท้ายที่แน่นอน แต่ด้วยความสัมพันธ์อันใกล้ชิดกับแพลตฟอร์มของ Triton ทำให้ เครื่องยนต์ดีเซล 2.4 ลิตร ทวินเทอร์โบ จากกระบะรุ่นดังกล่าวกลายเป็นตัวเลือกพื้นฐานที่น่าจะเป็นไปได้มากที่สุด โดยหลายรายงานอ้างอิงถึงตัวเลขกำลังประมาณ 201 แรงม้า และแรงบิด 470 นิวตัน-เมตร
สำหรับรุ่น ปลั๊กอินไฮบริด (PHEV) นั้นเป็นประเด็นที่มีการคาดการณ์อย่างคึกคัก โดย Takao Kato ประธานบริษัทและผู้บริหารท่านอื่น ๆ ได้ส่งสัญญาณว่ากำลังพิจารณาเรื่องระบบขับเคลื่อนด้วยไฟฟ้า ซึ่งระบบของ Outlander PHEV ที่ใช้เครื่องยนต์เบนซิน 2.4 ลิตร ทำงานร่วมกับมอเตอร์ไฟฟ้าสองตัว ให้กำลังรวม 248 แรงม้า ถูกอ้างถึงบ่อยครั้งว่าเป็นสถาปัตยกรรมที่อาจถูกนำมาปรับใช้ นอกจากนี้ สื่อในออสเตรเลียยังรายงานเพิ่มเติมว่า มิตซูบิชิและ Ralliart แผนกมอเตอร์สปอร์ตกำลังพัฒนาระบบ PHEV ที่มีระยะทางวิ่งด้วยไฟฟ้าล้วนสูงถึง 100 กิโลเมตร และระบบขับเคลื่อนสี่ล้อด้วยมอเตอร์ไฟฟ้าสี่ตัว แต่ก็ยังไม่ได้รับการยืนยันอย่างเป็นทางการว่าจะใช้กับ Pajero ที่ผลิตจริง
มีความเป็นไปได้สำหรับระบบ mild-hybrid 48 โวลต์ ที่ทำงานร่วมกับเกียร์อัตโนมัติ 8 สปีดในบางตลาด ซึ่งจะช่วยเพิ่มกำลังและแรงบิดโดยไม่ต้องใช้ความซับซ้อนของระบบปลั๊กอินเต็มรูปแบบ สำหรับตอนนี้ ข้อสรุปที่ถูกต้องที่สุดคือ เครื่องยนต์ดีเซลพื้นฐานมีความแน่นอนสูงมาก ตัวเลือก PHEV กำลังอยู่ระหว่างการประเมินอย่างจริงจัง และการยืนยันขั้นสุดท้ายของระบบส่งกำลังยังไม่มีการประกาศออกมา
มิตซูบิชิกำลังวางตำแหน่งให้ Pajero ที่กลับมาใหม่นี้เป็นคู่แข่งโดยตรงกับ Toyota Land Cruiser ในตลาดรถ SUV ออฟโรดทั่วโลก ด้วยโครงสร้างแบบตัวถังบันได จุดสนใจด้านสมรรถนะทางฝุ่น และสถานะรถเรือธง ล้วนสอดคล้องกับคู่แข่งในเซกเมนต์นี้ รายงานในแต่ละภูมิภาคยังระบุชื่อ Toyota Land Cruiser Prado, Ford Everest และ GWM Tank 500 เป็นคู่แข่งที่น่าจะเป็นไปได้ ขึ้นอยู่กับตลาด
Pajero ในยุคก่อนหน้าเคยแข่งขันในเซกเมนต์ที่มีทั้ง Nissan Patrol และรถในประเทศอีกหลายรุ่น โดยเฉพาะในตลาดอย่างญี่ปุ่นและออสเตรเลีย การวางตำแหน่งของรถรุ่นใหม่ให้เป็นรถขับเคลื่อนสี่ล้อระดับพรีเมียมที่ทรงสมรรถนะ โดยเฉพาะอย่างยิ่งหากมีรุ่น PHEV ออกมาจริง จะทำให้รถรุ่นนี้ต้องเผชิญหน้ากับทั้งคู่แข่งดีเซลแบบดั้งเดิมและรถออฟโรดไฟฟ้ายุคใหม่ที่กำลังเกิดขึ้น
มิตซูบิชิได้ยืนยันว่าเอสยูวีที่กลับมาใหม่นี้จะจำหน่ายภายใต้ชื่อ Pajero ในตลาดอย่างออสเตรเลียและญี่ปุ่น ในขณะที่ชื่อ Montero จะถูกใช้ในบางตลาดที่กำหนดไว้ บริษัทไม่ได้ระบุแน่ชัดว่าภูมิภาคใดจะได้รับชื่อ Montero แต่ภาษาที่ใช้ในการสื่อสารอย่างเป็นทางการได้เปิดประตูสู่ความเป็นไปได้ในอเมริกาเหนือ ซึ่งเป็นตลาดที่ใช้ชื่อ Montero มาตั้งแต่ปี 1983 จนถึงปี 2006
มีรายงานว่าแผนผลิตภัณฑ์ในอนาคตรวมถึงการกลับมาของรถ SUV Montero ในอเมริกาเหนือ ควบคู่ไปกับรถกระบะใหม่ที่พัฒนาร่วมกับ Nissan แม้ว่าบริษัทจะยังไม่ยืนยันการเปิดตัวอย่างเป็นทางการในสหรัฐฯ ก็ตาม และที่น่าสนใจคือ ชื่อทางการค้า Montero ได้รับการจดทะเบียนกับสำนักงานสิทธิบัตรและเครื่องหมายการค้าสหรัฐอเมริกา (USPTO) เมื่อเดือนกุมภาพันธ์ 2024 ซึ่งยิ่งตอกย้ำข่าวลือว่าชื่อนี้กำลังถูกเตรียมไว้สำหรับตลาดอเมริกา
ความเป็นไปได้ที่ Montero จะกลับไปทำตลาดในสหรัฐฯ คือประเด็นที่มีการส่งสัญญาณมากที่สุด แต่ได้รับการยืนยันอย่างเป็นทางการน้อยที่สุดในการคืนชีพของ Pajero ทั้งหมดนี้ มีข้อมูลหลายจุดที่สนับสนุนความเป็นไปได้ดังกล่าว:
อย่างไรก็ดี มิตซูบิชิยังไม่ได้ประกาศอย่างเป็นทางการถึงการเปิดตัวในสหรัฐฯ รายงานที่มุ่งเน้นไปที่อเมริกาเหนือยังคงให้กรอบว่าการกลับมาของ Montero นั้น "มีความเป็นไปได้สูง" มากกว่า "ได้รับการยืนยัน" และบางแหล่งข่าวยังระบุว่าบริษัทระมัดระวังที่จะไม่ให้คำแถลงที่แน่ชัดเกี่ยวกับการวางจำหน่ายในอเมริกา
หาก Montero สำหรับตลาดสหรัฐฯ เกิดขึ้นจริง คาดว่าจะมาในฐานะรถรุ่นปี 2028 และอาจถูกสร้างขึ้นบนแพลตฟอร์มที่แตกต่างออกไป ซึ่งอาจเป็นของ Nissan มากกว่าที่จะเป็น Pajero สำหรับตลาดโลก กลยุทธ์แบบสองทางนี้ คือ Pajero ที่ใช้พื้นฐาน Triton สำหรับตลาดโลกส่วนใหญ่ และ Montero ที่มีขนาดใหญ่กว่า ซึ่งอาจใช้พื้นฐานจาก Nissan สำหรับอเมริกาเหนือ สะท้อนให้เห็นถึงสัญญาณที่ขัดแย้งกันในรายงานข่าวจนถึงปัจจุบัน สำหรับตอนนี้ แฟน ๆ ในสหรัฐฯ ควรมองว่าการกลับมาของ Montero นั้นมีความเป็นไปได้สูงมาก แต่ก็ยังไม่ได้รับการการันตี
รายละเอียดสำคัญหลายประการยังคงไม่ได้รับการยืนยันจากรายงานล่าสุด:
การกลับมาของ Pajero ในตอนนี้ไม่ใช่คำถามว่า "จะ" แต่เป็น "เมื่อไหร่" กันแน่ โดยมีกรอบเวลาที่ยืนยันแล้วคือฤดูใบไม้ร่วงปี 2026 แต่รายละเอียดที่จะกำหนดผลกระทบในตลาดสำคัญอย่างสหรัฐอเมริกายังคงอยู่ในระหว่างการก่อตัวขึ้น
Studio Global AI
Use this topic as a starting point for a fresh source-backed answer, then compare citations before you share it.
สิ้นสุดการรอคอย มิตซูบิชิ ยืนยันเปิดตัว Mitsubishi Pajero เจเนอเรชันใหม่ ในช่วงฤดูใบไม้ร่วงปี 2026 บนแพลตฟอร์มตัวถังบันไดจากกระบะ Triton พร้อมท้าชน Toyota Land Cruiser โดยตรง
สิ้นสุดการรอคอย มิตซูบิชิ ยืนยันเปิดตัว Mitsubishi Pajero เจเนอเรชันใหม่ ในช่วงฤดูใบไม้ร่วงปี 2026 บนแพลตฟอร์มตัวถังบันไดจากกระบะ Triton พร้อมท้าชน Toyota Land Cruiser โดยตรง ขุมพลังหลักยังไม่ฟันธง แต่คาดการณ์ว่าจะใช้เครื่องยนต์ดีเซล 2.4 ลิตร ทวินเทอร์โบ พร้อมกระแสข่าวลือหนาหูถึงเวอร์ชันปลั๊กอินไฮบริด (PHEV) ที่กำลังอยู่ระหว่างการพิจารณา
ใช้ชื่อ Montero ในบางตลาดทั่วโลก แม้ซีอีโอจะส่งสัญญาณ รวมถึงการจดเครื่องหมายการค้าในสหรัฐฯ แต่การกลับไปขายในอเมริกายังไม่ได้รับการยืนยันอย่างเป็นทางการ