ลิโอเนล เมสซี่ ยิงคนเดียว 3 ประตูในเกมที่ อาร์เจนตินา ชนะ แอลจีเรีย 3 0 เมื่อวันที่ 16 มิถุนายน 2026 นับเป็นแฮตทริกแรกของเขาในฟุตบอลโลก และทำสถิติยิงรวม 16 ประตู เท่ากับ มิโรสลาฟ โคลเซ่ ตำนานดาวยิงเยอรมัน [1][2][5] ดาวเตะวัย 38 ปี ยังกลายเป็นผู้เล่นอายุมากที่สุดที่ทำประตูได้ 2 ลูกในหนึ่งนัดฟุตบอลโลก พร้อมลงเล่นในทัว...
คำตอบการวิจัย

ในค่ำคืนที่บทเพลงแห่งตำนานถูกขับขานอีกครั้ง ลิโอเนล เมสซี่ ได้สร้างช่วงเวลาอันน่าจดจำให้กับแฟนบอลทั่วโลก ด้วยการกดแฮตทริกสุดสวยในเกมเปิดสนามศึก ฟุตบอลโลก 2026 นำทัพแชมป์เก่า อาร์เจนตินา ถล่ม แอลจีเรีย ไปอย่างขาดลอย 3-0 ณ สนาม แอร์โรว์เฮด สเตเดียม เมืองแคนซัส ซิตี้ รัฐมิสซูรี สหรัฐอเมริกา นี่ไม่ใช่แค่ชัยชนะธรรมดา แต่เป็นคืนแห่งประวัติศาสตร์ที่ทำให้ดาวเตะวัย 38 ปี ขึ้นไปทาบสถิติสูงสุดที่ใครหลายคนเฝ้ารอ และเติมเต็มหนึ่งในไม่กี่สิ่งที่ยังขาดหายไปบนเวทีที่ยิ่งใหญ่ที่สุดของโลก
ก่อนเกมนี้ เมสซี่ มีสถิติยิงประตูในฟุตบอลโลกมาแล้ว 13 ลูก จากการลงเล่น 5 สมัยที่ผ่านมา ในเกมกับแอลจีเรีย เขาใช้เวลาเพียง 17 นาทีในการซัดลูกแรกจากนอกกรอบเขตโทษ ตามด้วยลูกที่สองจากการจังก้าด้วยความเฉียบขาดในนาทีที่ 60 ก่อนจะปิดท้ายด้วยประตูสุดสวยในนาทีที่ 76 ประตูที่สามนี้เอง คือประตูที่ 16 ของเขาในฟุตบอลโลก ซึ่งทำให้เขาขึ้นไปยืนเคียงข้าง มิโรสลาฟ โคลเซ่ ตำนานศูนย์หน้าชาวเยอรมัน ในฐานะดาวซัลโวสูงสุดตลอดกาลของทัวร์นาเมนต์ชาย
สถิตินี้ โคลเซ่ เป็นผู้ทำไว้จากการลงเล่น 4 สมัย โดยปิดท้ายในฟุตบอลโลก 2014 และยืนหยัดเป็นเครื่องหมายการันตีความยอดเยี่ยมส่วนบุคคลสูงสุดนับตั้งแต่นั้น การทำแฮตทริกของเมสซี่ในครั้งนี้ ทำให้ชื่อของเขาจารึกไว้คู่กับโคลเซ่ในหน้าประวัติศาสตร์ และยังมีโอกาสลุ้นทำลายสถิติเป็นเจ้าของเพียงผู้เดียวในช่วงที่เหลือของทัวร์นาเมนต์นี้
แม้เส้นทางค้าแข้งจะเต็มไปด้วยถ้วยรางวัล, สถิติที่ไม่อาจจินตนาการได้, และการทำประตูให้ทีมชาติมากถึง 109 ลูก แต่ "แฮตทริก" ในฟุตบอลโลก คือเกียรติยศหนึ่งเดียวที่ยังหลุดลอยจากเท้าของเมสซี่เสมอมา ตลอดการลงเล่นในทัวร์นาเมนต์ปี 2006, 2010, 2014, 2018 และ 2022 เขาไม่เคยทำได้แม้แต่ครั้งเดียว — จนกระทั่งวันที่ 16 มิถุนายน 2026 มาถึง
วันที่ 16 มิถุนายน ยังเป็นวันที่เต็มไปด้วยความหมายพิเศษสำหรับดาวเตะอาร์เจนไตน์รายนี้ เพราะเมื่อย้อนกลับไป 20 ปีก่อน ในวันที่ 16 มิถุนายน 2006 เมสซี่ในวัยรุ่นเพิ่งยิงประตูแรกในฟุตบอลโลกของเขาได้ในเกมกับเซอร์เบียและมอนเตเนโกร การซัดแฮตทริกแรกในฟุตบอลโลกได้ในวันและเดือนเดียวกันอีกครั้งในอีกสองทศวรรษต่อมา เปรียบเสมือนลิขิตฟ้าที่ร้อยเรียงจุดเริ่มต้นและบทสรุปแห่งตำนานเข้าไว้ด้วยกันอย่างงดงาม
แฮตทริกและการทาบสถิติดาวซัลโวคือพาดหัวข่าวใหญ่ แต่ในเกมนี้ยังมีเหตุการณ์สำคัญอื่นๆ ที่ตอกย้ำถึงความยืนยาวและความเป็นเลิศอย่างไร้ที่เปรียบของเมสซี่:
คลินิกสอนยิงประตูครั้งนี้ ทำให้กองทัพแฟนบอลอาร์เจนตินาที่ทะลักเข้าไปเต็มสนามในแคนซัส ซิตี้ อยู่ในสภาวะปีติยินดี และส่งสัญญาณอันชัดเจนไปยังผู้ท้าชิงทุกทีมว่า ด้วยวัย 38 ปี และในสิ่งที่อาจเป็นฟุตบอลโลกครั้งสุดท้ายของเขา ลิโอเนล เมสซี่ ยังคงจรดปากกาจารึกประวัติศาสตร์ต่อไปอย่างไม่หยุดยั้ง
Studio Global AI
หน้านี้รวมคำตอบที่ได้รับการสนับสนุนจากแหล่งที่มาซึ่งคุณสามารถดำเนินการต่อภายใน Studio Global


ลิโอเนล เมสซี่ ยิงคนเดียว 3 ประตูในเกมที่ อาร์เจนตินา ชนะ แอลจีเรีย 3 0 เมื่อวันที่ 16 มิถุนายน 2026 นับเป็นแฮตทริกแรกของเขาในฟุตบอลโลก และทำสถิติยิงรวม 16 ประตู เท่ากับ มิโรสลาฟ โคลเซ่ ตำนานดาวยิงเยอรมัน [1][2][5]
ลิโอเนล เมสซี่ ยิงคนเดียว 3 ประตูในเกมที่ อาร์เจนตินา ชนะ แอลจีเรีย 3 0 เมื่อวันที่ 16 มิถุนายน 2026 นับเป็นแฮตทริกแรกของเขาในฟุตบอลโลก และทำสถิติยิงรวม 16 ประตู เท่ากับ มิโรสลาฟ โคลเซ่ ตำนานดาวยิงเยอรมัน [1][2][5] ดาวเตะวัย 38 ปี ยังกลายเป็นผู้เล่นอายุมากที่สุดที่ทำประตูได้ 2 ลูกในหนึ่งนัดฟุตบอลโลก พร้อมลงเล่นในทัวร์นาเมนต์นี้เป็นสมัยที่ 6 ซึ่งเป็นสถิติสูงสุด [12][13]