สัญญาณสำคัญจาก CIOE 2026 คือ 800G ผลิตและใช้งานในระดับปริมาณมากแล้ว ขณะที่ 1.6T กำลังเข้าสู่ช่วงเร่งขยายการใช้งาน ส่วน 3.2T ขึ้นไปยังอยู่เป็นหลักในขั้นตัวอย่างและการตรวจรับรองกับลูกค้า การแข่งขันจึงไม่ได้อยู่ที่ความเร็วบนป้ายบูธเท่านั้น แต่เป็นการเลือกสมดุลระหว่างโมดูลเสียบถอดได้, LPO, NPO, CPO และสายทองแดงระยะสั้น...
เผยแพร่โดยแก้ไขด้วย GPT-5.6 Terraรูปภาพสร้างด้วย GPT Image 2
คำตอบการวิจัย

Create a landscape editorial hero image for this Studio Global article: What will China’s 27th China International Optoelectronic Expo (CIOE), opening September 9, 2026, in Shenzhen, reveal about the AI-driven up. Article summary: CIOE 2026 shows that AI networking is moving from a simple “faster pluggable transceiver” cycle to an architecture change: 800G is the shipping-volume product, 1.6T is entering broader deployment, and 3.2T-plus optical e. Topic tags: general, general web, user generated, news, documentation. Style: premium digital editorial illustration, source-backed research mood, clean composition, high detail, modern web publication hero. Use reference image context only for broad subject, composition, and topical grounding; do not copy the exact image. Avoid: logos, brand marks, copyrighted characters, real person likenesses, fake screenshots, UI text, readable text, water
คลัสเตอร์ AI กำลังทำให้การอัปเกรดเครือข่ายศูนย์ข้อมูลไม่ใช่เรื่องของการเปลี่ยนไปใช้โมดูลหน้าเครื่องที่เร็วกว่าเพียงอย่างเดียวอีกต่อไป งาน China International Optoelectronic Exposition (CIOE) 2026 ที่เมืองเซินเจิ้นส่งสัญญาณค่อนข้างชัดเจนว่า 800G คือฐานเชิงพาณิชย์, 1.6T คือคลื่นการติดตั้งระลอกถัดไป ส่วน 3.2T, 6.4T และ 12.8T ยังเป็นเทคโนโลยีบนโรดแมป ขั้นตัวอย่าง และการตรวจรับรองกับลูกค้าเป็นส่วนใหญ่ 2
10
12
หัวใจของรอบขาขึ้นออปติกจาก AI จึงอยู่ที่การเชื่อมต่อและพลังงาน: เมื่อแบนด์วิดท์เพิ่มขึ้น ผู้ออกแบบระบบจำเป็นต้องลดระยะที่สัญญาณไฟฟ้าความเร็วสูงที่สุดต้องวิ่ง ก่อนจะถูกแปลงเป็นสัญญาณแสง
CIOE ระบุว่าโมดูล 800G ผลิตในระดับปริมาณมากแล้ว และปี 2026 เป็นปีสำคัญของการเร่งขยายโมดูล 1.6T ในวงกว้าง ขณะที่ผลิตภัณฑ์ 3.2T และสูงกว่ายังอยู่ในช่วงส่งตัวอย่างและตรวจรับรองกับลูกค้า 2
12
การแบ่งสถานะเช่นนี้มีประโยชน์กว่าการดูแต่ตัวเลขความเร็วสูงสุดบนบูธ:
CIOE อ้างการคาดการณ์ของ LightCounting ว่าโมดูล 800G และ 1.6T รวมกันอาจสร้างมูลค่าตลาดราว 14.6 พันล้านดอลลาร์สหรัฐ ในปี 2026 หรือประมาณ 64% ของตลาดโมดูลออปติก ทั้งหมด ตัวเลขนี้เป็นประมาณการ ไม่ใช่ยอดขายที่เกิดขึ้นแล้ว แต่สะท้อนว่าความต้องการกำลังกระจุกตัวอยู่ที่ความเร็วศูนย์ข้อมูลระดับสูงเพียงใด 4
ออปติกแบบเสียบถอดได้ตามปกติจะอยู่ที่แผงด้านหน้าเครื่อง ซึ่งทำให้สัญญาณความเร็วสูงต้องเดินทางจาก ASIC ของสวิตช์หรือคอมพิวต์ ผ่านลายวงจรบน PCB ขั้วต่อ และในบางดีไซน์ยังผ่านชิ้นส่วนปรับสภาพสัญญาณเพิ่มเติม ก่อนถึงโมดูลออปติก
เมื่ออัตราข้อมูลต่อเลนสูงขึ้น การออกแบบต้องรับมือกับการสูญเสียในช่องสัญญาณ คุณภาพสัญญาณ การชดเชยสัญญาณ พื้นที่เผื่อด้านความร้อน และการใช้พลังงานพร้อมกัน CIOE อธิบายว่า NPO และ CPO ลดการสูญเสียของสัญญาณไฟฟ้าความเร็วสูงได้ด้วยการนำ optical engine ไปไว้ใกล้ชิปสวิตช์ และมองว่าเป็นแนวทางสำคัญสำหรับก้าวข้ามข้อจำกัดแบนด์วิดท์หลังระดับ 1.6T 12
ไม่ได้หมายความว่าออปติกแบบเสียบถอดได้จะถูกแทนที่ทั้งหมด แต่เป็นการเปลี่ยนผ่านแบบค่อยเป็นค่อยไป โดยแต่ละสถาปัตยกรรมเหมาะกับเงื่อนไขใช้งานที่ต่างกัน
LPO (Linear Pluggable Optics) ยังเป็นโมดูลที่เสียบถอดได้ แต่ใช้สถาปัตยกรรมเชิงเส้นแทนการใช้ DSP ภายในโมดูล จุดเด่นคือกำลังไฟและเวลาแฝงที่ต่ำลงสำหรับการเชื่อมต่อระยะสั้น ข้อแลกเปลี่ยนคือช่องสัญญาณไฟฟ้าฝั่งโฮสต์ต้องมีคุณภาพสูงมาก CIOE ระบุว่า LPO ได้รับการยอมรับมากขึ้นในงานเชื่อมต่อระยะสั้นจากคุณสมบัติใช้พลังงานต่ำและเวลาแฝงต่ำ 12
NPO (Near-Packaged Optics) วาง optical engine ไว้ใกล้ ASIC ของสวิตช์มากขึ้น จึงลดระยะทางไฟฟ้าลงอย่างมีนัยสำคัญ แต่ยังคงความเป็นโมดูลาร์ได้มากกว่าการประกบรวมเต็มรูปแบบ ที่งานมีการแสดง optical engine แบบ NPO ระดับ 3.2T และ 6.4T รวมถึง NPO 6.4T ของ Accelink ตามรายงานจากงานและคู่มืองาน CIOE 1
13
CPO (Co-Packaged Optics) คือการรวมออปติกไว้กับ หรือวางชิดกับแพ็กเกจของสวิตช์โดยตรงที่สุด ช่วยลดระยะเดินทางของสัญญาณไฟฟ้าความเร็วสูงได้มากที่สุด แต่ทำให้การออกแบบความร้อน ผลผลิตการผลิต การซ่อม และการบริการภาคสนามซับซ้อนขึ้น
ดังนั้น CPO ควรถูกมองเป็นทางเลือกด้านสถาปัตยกรรมระบบ มากกว่าจะเป็นผู้สืบทอดโมดูลเสียบถอดได้อย่างครอบจักรวาล ผลลัพธ์ที่เป็นไปได้คือการอยู่ร่วมกันของโมดูลแบบมี DSP, LPO, NPO และ CPO ตามข้อกำหนดด้านระยะ พลังงาน การซ่อมบำรุง และความเสี่ยงเชิงปฏิบัติการ
ผลิตภัณฑ์ที่เปิดตัวใน CIOE ชี้ว่าซัพพลายเออร์จีนกำลังขยับจากการนำเสนอแนวคิดอนาคต ไปสู่ส่วนผสมของสินค้าที่จัดส่งได้จริงกับ optical engine เจเนอเรชันใหม่ที่มีรูปธรรมมากขึ้น
จุดที่ต้องแยกให้ออกคือสถานะของผลิตภัณฑ์ การสาธิตต่อสาธารณะ ตัวอย่าง การตรวจรับรองกับลูกค้า และการจัดส่งเชิงปริมาณ เป็นหมุดหมายคนละขั้นกัน โดยกรอบของ CIOE เองจัดให้ผลิตภัณฑ์ 3.2T ขึ้นไปส่วนใหญ่อยู่ในช่วงต้นของลำดับนี้ 2
การย้ายออปติกเข้าใกล้คอมพิวต์ไม่ได้แปลว่าสายทองแดงกำลังหายไป แต่หมายถึงการใช้ทองแดงในจุดที่ข้อได้เปรียบด้านต้นทุนและพลังงานสำหรับระยะสั้นยังคุ้มค่า
NVIDIA ระบุว่าแร็ก Vera Rubin NVL72 ใช้โครงสร้าง spine/backplane แบบโมดูลาร์จากตลับสายทองแดงสำเร็จรูปได้สูงสุด 4 ชุด เพื่อเชื่อมต่อถาดต่าง ๆ เข้าด้วยกัน 49 Luxshare กำลังพัฒนาเทคโนโลยี interconnect ไฟฟ้า 224G และ 448G รวมถึง CPC, NPC, cable cartridge และผลิตภัณฑ์ high-speed backplane โดยบริษัทระบุว่าเทคโนโลยี 448G CPC PCIe DAC ของตนลดการใช้พลังงานทั้งระบบได้มากกว่า 30% ซึ่งเป็นคำกล่าวอ้างของบริษัทเอง ไม่ใช่ผลยืนยันอิสระในระดับทั้งระบบ
52
นี่คือการแบ่งงานสำคัญของแร็ก AI: ทำให้ทองแดงสั้นและควบคุมสภาพแวดล้อมการส่งสัญญาณอย่างเข้มงวด แล้วใช้ออปติกเมื่อระยะทาง แบนด์วิดท์รวม หรือพลังงาน ทำให้ลิงก์ไฟฟ้าไม่เหมาะสมอีกต่อไป
เรื่องราวจาก CIOE ไม่ได้จบแค่ในแร็ก เมื่อเวิร์กโหลด AI กระจายข้ามอาคาร แคมปัส และเขตเมือง คุณสมบัติของไฟเบอร์ย่อมมีความสำคัญต่อการเชื่อมต่อระหว่างศูนย์ข้อมูลด้วย
YOFC ระบุว่าสามารถผลิต hollow-core fibre ต่อเนื่องยาว 91.2 กิโลเมตร และนำไปใช้งานในโครงการเชิงพาณิชย์และโครงการนำร่องมากกว่า 10 โครงการ 38 รายงานอีกแหล่งระบุว่าบริษัทส่งมอบแล้วมากกว่า 10,000 fibre-kilometres และรายงานค่าการลดทอนสัญญาณ 0.04 dB/km
34 ส่วน Hengtong เปิดตัว hollow-core anti-resonant fibre ในงาน CIOE
12
ไฟเบอร์แกนกลวงไม่ใช่สิ่งทดแทนลิงก์ไฟฟ้าระยะสั้นภายในแร็ก ความเกี่ยวข้องของมันต่างออกไป: เป็นตัวเลือกที่กำลังพัฒนาสำหรับลิงก์ระหว่างศูนย์ข้อมูลและเครือข่ายระดับเมืองที่ต้องการการสูญเสียและเวลาแฝงต่ำกว่าในระยะไกล
ตัวชี้วัดที่มีความหมายอาจไม่น่าตื่นตาเท่าตัวเลขเทราบิตบนป้ายบูธ แต่สำคัญกว่า:
LightCounting คาดว่าตลาด Ethernet transceiver จะเติบโต 65% ในปี 2026 หลังเติบโตแรงในสองปีก่อนหน้า 23 แต่สารสำคัญที่ลึกกว่าของ CIOE ไม่ใช่เพียง AI จะซื้อออปติกมากขึ้น หากคือ AI กำลังบังคับให้อุตสาหกรรมออกแบบใหม่ว่า ณ จุดใดที่ลิงก์ไฟฟ้าควรสิ้นสุด และลิงก์ออปติกควรเริ่มต้น
ในตอนนี้ 800G คือสมอเชิงพาณิชย์ และ 1.6T คือการเร่งตัวครั้งใหญ่ถัดไป การสาธิต NPO, CPO และ XPO ที่เพิ่มขึ้นกำลังชี้ไปยังข้อจำกัดด่านต่อไป: เมื่อช่องสัญญาณไฟฟ้าความเร็วสูงมากไม่สามารถอยู่ในกรอบการสูญเสีย พลังงาน และความร้อนได้อีก ออปติกก็ต้องขยับเข้าใกล้ซิลิคอนสำหรับคอมพิวต์และสวิตชิ่งมากขึ้น
Studio Global AI
หน้านี้รวมคำตอบที่ได้รับการสนับสนุนจากแหล่งที่มาซึ่งคุณสามารถดำเนินการต่อภายใน Studio Global
สัญญาณสำคัญจาก CIOE 2026 คือ 800G ผลิตและใช้งานในระดับปริมาณมากแล้ว ขณะที่ 1.6T กำลังเข้าสู่ช่วงเร่งขยายการใช้งาน ส่วน 3.2T ขึ้นไปยังอยู่เป็นหลักในขั้นตัวอย่างและการตรวจรับรองกับลูกค้า
สัญญาณสำคัญจาก CIOE 2026 คือ 800G ผลิตและใช้งานในระดับปริมาณมากแล้ว ขณะที่ 1.6T กำลังเข้าสู่ช่วงเร่งขยายการใช้งาน ส่วน 3.2T ขึ้นไปยังอยู่เป็นหลักในขั้นตัวอย่างและการตรวจรับรองกับลูกค้า การแข่งขันจึงไม่ได้อยู่ที่ความเร็วบนป้ายบูธเท่านั้น แต่เป็นการเลือกสมดุลระหว่างโมดูลเสียบถอดได้, LPO, NPO, CPO และสายทองแดงระยะสั้น เพื่อจัดการกำลังไฟ ระยะทาง การซ่อมบำรุง และความเสี่ยงในการปฏิบัติการ
LightCounting คาดว่าตลาดโมดูล 800G และ 1.6T รวมกันจะมีมูลค่าราว 14.6 พันล้านดอลลาร์สหรัฐในปี 2026 หรือประมาณ 64% ของตลาดโมดูลออปติกทั้งหมด
สัญญาณสำคัญจาก CIOE 2026 คือ 800G ผลิตและใช้งานในระดับปริมาณมากแล้ว ขณะที่ 1.6T กำลังเข้าสู่ช่วงเร่งขยายการใช้งาน ส่วน 3.2T ขึ้นไปยังอยู่เป็นหลักในขั้นตัวอย่างและการตรวจรับรองกับลูกค้า การแข่งขันจึงไม่ได้อยู่ที่ความเร็วบนป้ายบูธเท่านั้น แต่เป็นการเลือกสมดุลระหว่างโมดูลเสียบถอดได้, LPO, NPO, CPO และสายทองแดงระยะสั้น...
เผยแพร่โดยแก้ไขด้วย GPT-5.6 Terraรูปภาพสร้างด้วย GPT Image 2
คำตอบการวิจัย

Create a landscape editorial hero image for this Studio Global article: What will China’s 27th China International Optoelectronic Expo (CIOE), opening September 9, 2026, in Shenzhen, reveal about the AI-driven up. Article summary: CIOE 2026 shows that AI networking is moving from a simple “faster pluggable transceiver” cycle to an architecture change: 800G is the shipping-volume product, 1.6T is entering broader deployment, and 3.2T-plus optical e. Topic tags: general, general web, user generated, news, documentation. Style: premium digital editorial illustration, source-backed research mood, clean composition, high detail, modern web publication hero. Use reference image context only for broad subject, composition, and topical grounding; do not copy the exact image. Avoid: logos, brand marks, copyrighted characters, real person likenesses, fake screenshots, UI text, readable text, water
คลัสเตอร์ AI กำลังทำให้การอัปเกรดเครือข่ายศูนย์ข้อมูลไม่ใช่เรื่องของการเปลี่ยนไปใช้โมดูลหน้าเครื่องที่เร็วกว่าเพียงอย่างเดียวอีกต่อไป งาน China International Optoelectronic Exposition (CIOE) 2026 ที่เมืองเซินเจิ้นส่งสัญญาณค่อนข้างชัดเจนว่า 800G คือฐานเชิงพาณิชย์, 1.6T คือคลื่นการติดตั้งระลอกถัดไป ส่วน 3.2T, 6.4T และ 12.8T ยังเป็นเทคโนโลยีบนโรดแมป ขั้นตัวอย่าง และการตรวจรับรองกับลูกค้าเป็นส่วนใหญ่ 2
10
12
หัวใจของรอบขาขึ้นออปติกจาก AI จึงอยู่ที่การเชื่อมต่อและพลังงาน: เมื่อแบนด์วิดท์เพิ่มขึ้น ผู้ออกแบบระบบจำเป็นต้องลดระยะที่สัญญาณไฟฟ้าความเร็วสูงที่สุดต้องวิ่ง ก่อนจะถูกแปลงเป็นสัญญาณแสง
CIOE ระบุว่าโมดูล 800G ผลิตในระดับปริมาณมากแล้ว และปี 2026 เป็นปีสำคัญของการเร่งขยายโมดูล 1.6T ในวงกว้าง ขณะที่ผลิตภัณฑ์ 3.2T และสูงกว่ายังอยู่ในช่วงส่งตัวอย่างและตรวจรับรองกับลูกค้า 2
12
การแบ่งสถานะเช่นนี้มีประโยชน์กว่าการดูแต่ตัวเลขความเร็วสูงสุดบนบูธ:
CIOE อ้างการคาดการณ์ของ LightCounting ว่าโมดูล 800G และ 1.6T รวมกันอาจสร้างมูลค่าตลาดราว 14.6 พันล้านดอลลาร์สหรัฐ ในปี 2026 หรือประมาณ 64% ของตลาดโมดูลออปติก ทั้งหมด ตัวเลขนี้เป็นประมาณการ ไม่ใช่ยอดขายที่เกิดขึ้นแล้ว แต่สะท้อนว่าความต้องการกำลังกระจุกตัวอยู่ที่ความเร็วศูนย์ข้อมูลระดับสูงเพียงใด 4
ออปติกแบบเสียบถอดได้ตามปกติจะอยู่ที่แผงด้านหน้าเครื่อง ซึ่งทำให้สัญญาณความเร็วสูงต้องเดินทางจาก ASIC ของสวิตช์หรือคอมพิวต์ ผ่านลายวงจรบน PCB ขั้วต่อ และในบางดีไซน์ยังผ่านชิ้นส่วนปรับสภาพสัญญาณเพิ่มเติม ก่อนถึงโมดูลออปติก
เมื่ออัตราข้อมูลต่อเลนสูงขึ้น การออกแบบต้องรับมือกับการสูญเสียในช่องสัญญาณ คุณภาพสัญญาณ การชดเชยสัญญาณ พื้นที่เผื่อด้านความร้อน และการใช้พลังงานพร้อมกัน CIOE อธิบายว่า NPO และ CPO ลดการสูญเสียของสัญญาณไฟฟ้าความเร็วสูงได้ด้วยการนำ optical engine ไปไว้ใกล้ชิปสวิตช์ และมองว่าเป็นแนวทางสำคัญสำหรับก้าวข้ามข้อจำกัดแบนด์วิดท์หลังระดับ 1.6T 12
ไม่ได้หมายความว่าออปติกแบบเสียบถอดได้จะถูกแทนที่ทั้งหมด แต่เป็นการเปลี่ยนผ่านแบบค่อยเป็นค่อยไป โดยแต่ละสถาปัตยกรรมเหมาะกับเงื่อนไขใช้งานที่ต่างกัน
LPO (Linear Pluggable Optics) ยังเป็นโมดูลที่เสียบถอดได้ แต่ใช้สถาปัตยกรรมเชิงเส้นแทนการใช้ DSP ภายในโมดูล จุดเด่นคือกำลังไฟและเวลาแฝงที่ต่ำลงสำหรับการเชื่อมต่อระยะสั้น ข้อแลกเปลี่ยนคือช่องสัญญาณไฟฟ้าฝั่งโฮสต์ต้องมีคุณภาพสูงมาก CIOE ระบุว่า LPO ได้รับการยอมรับมากขึ้นในงานเชื่อมต่อระยะสั้นจากคุณสมบัติใช้พลังงานต่ำและเวลาแฝงต่ำ 12
NPO (Near-Packaged Optics) วาง optical engine ไว้ใกล้ ASIC ของสวิตช์มากขึ้น จึงลดระยะทางไฟฟ้าลงอย่างมีนัยสำคัญ แต่ยังคงความเป็นโมดูลาร์ได้มากกว่าการประกบรวมเต็มรูปแบบ ที่งานมีการแสดง optical engine แบบ NPO ระดับ 3.2T และ 6.4T รวมถึง NPO 6.4T ของ Accelink ตามรายงานจากงานและคู่มืองาน CIOE 1
13
CPO (Co-Packaged Optics) คือการรวมออปติกไว้กับ หรือวางชิดกับแพ็กเกจของสวิตช์โดยตรงที่สุด ช่วยลดระยะเดินทางของสัญญาณไฟฟ้าความเร็วสูงได้มากที่สุด แต่ทำให้การออกแบบความร้อน ผลผลิตการผลิต การซ่อม และการบริการภาคสนามซับซ้อนขึ้น
ดังนั้น CPO ควรถูกมองเป็นทางเลือกด้านสถาปัตยกรรมระบบ มากกว่าจะเป็นผู้สืบทอดโมดูลเสียบถอดได้อย่างครอบจักรวาล ผลลัพธ์ที่เป็นไปได้คือการอยู่ร่วมกันของโมดูลแบบมี DSP, LPO, NPO และ CPO ตามข้อกำหนดด้านระยะ พลังงาน การซ่อมบำรุง และความเสี่ยงเชิงปฏิบัติการ
ผลิตภัณฑ์ที่เปิดตัวใน CIOE ชี้ว่าซัพพลายเออร์จีนกำลังขยับจากการนำเสนอแนวคิดอนาคต ไปสู่ส่วนผสมของสินค้าที่จัดส่งได้จริงกับ optical engine เจเนอเรชันใหม่ที่มีรูปธรรมมากขึ้น
จุดที่ต้องแยกให้ออกคือสถานะของผลิตภัณฑ์ การสาธิตต่อสาธารณะ ตัวอย่าง การตรวจรับรองกับลูกค้า และการจัดส่งเชิงปริมาณ เป็นหมุดหมายคนละขั้นกัน โดยกรอบของ CIOE เองจัดให้ผลิตภัณฑ์ 3.2T ขึ้นไปส่วนใหญ่อยู่ในช่วงต้นของลำดับนี้ 2
การย้ายออปติกเข้าใกล้คอมพิวต์ไม่ได้แปลว่าสายทองแดงกำลังหายไป แต่หมายถึงการใช้ทองแดงในจุดที่ข้อได้เปรียบด้านต้นทุนและพลังงานสำหรับระยะสั้นยังคุ้มค่า
NVIDIA ระบุว่าแร็ก Vera Rubin NVL72 ใช้โครงสร้าง spine/backplane แบบโมดูลาร์จากตลับสายทองแดงสำเร็จรูปได้สูงสุด 4 ชุด เพื่อเชื่อมต่อถาดต่าง ๆ เข้าด้วยกัน 49 Luxshare กำลังพัฒนาเทคโนโลยี interconnect ไฟฟ้า 224G และ 448G รวมถึง CPC, NPC, cable cartridge และผลิตภัณฑ์ high-speed backplane โดยบริษัทระบุว่าเทคโนโลยี 448G CPC PCIe DAC ของตนลดการใช้พลังงานทั้งระบบได้มากกว่า 30% ซึ่งเป็นคำกล่าวอ้างของบริษัทเอง ไม่ใช่ผลยืนยันอิสระในระดับทั้งระบบ
52
นี่คือการแบ่งงานสำคัญของแร็ก AI: ทำให้ทองแดงสั้นและควบคุมสภาพแวดล้อมการส่งสัญญาณอย่างเข้มงวด แล้วใช้ออปติกเมื่อระยะทาง แบนด์วิดท์รวม หรือพลังงาน ทำให้ลิงก์ไฟฟ้าไม่เหมาะสมอีกต่อไป
เรื่องราวจาก CIOE ไม่ได้จบแค่ในแร็ก เมื่อเวิร์กโหลด AI กระจายข้ามอาคาร แคมปัส และเขตเมือง คุณสมบัติของไฟเบอร์ย่อมมีความสำคัญต่อการเชื่อมต่อระหว่างศูนย์ข้อมูลด้วย
YOFC ระบุว่าสามารถผลิต hollow-core fibre ต่อเนื่องยาว 91.2 กิโลเมตร และนำไปใช้งานในโครงการเชิงพาณิชย์และโครงการนำร่องมากกว่า 10 โครงการ 38 รายงานอีกแหล่งระบุว่าบริษัทส่งมอบแล้วมากกว่า 10,000 fibre-kilometres และรายงานค่าการลดทอนสัญญาณ 0.04 dB/km
34 ส่วน Hengtong เปิดตัว hollow-core anti-resonant fibre ในงาน CIOE
12
ไฟเบอร์แกนกลวงไม่ใช่สิ่งทดแทนลิงก์ไฟฟ้าระยะสั้นภายในแร็ก ความเกี่ยวข้องของมันต่างออกไป: เป็นตัวเลือกที่กำลังพัฒนาสำหรับลิงก์ระหว่างศูนย์ข้อมูลและเครือข่ายระดับเมืองที่ต้องการการสูญเสียและเวลาแฝงต่ำกว่าในระยะไกล
ตัวชี้วัดที่มีความหมายอาจไม่น่าตื่นตาเท่าตัวเลขเทราบิตบนป้ายบูธ แต่สำคัญกว่า:
LightCounting คาดว่าตลาด Ethernet transceiver จะเติบโต 65% ในปี 2026 หลังเติบโตแรงในสองปีก่อนหน้า 23 แต่สารสำคัญที่ลึกกว่าของ CIOE ไม่ใช่เพียง AI จะซื้อออปติกมากขึ้น หากคือ AI กำลังบังคับให้อุตสาหกรรมออกแบบใหม่ว่า ณ จุดใดที่ลิงก์ไฟฟ้าควรสิ้นสุด และลิงก์ออปติกควรเริ่มต้น
ในตอนนี้ 800G คือสมอเชิงพาณิชย์ และ 1.6T คือการเร่งตัวครั้งใหญ่ถัดไป การสาธิต NPO, CPO และ XPO ที่เพิ่มขึ้นกำลังชี้ไปยังข้อจำกัดด่านต่อไป: เมื่อช่องสัญญาณไฟฟ้าความเร็วสูงมากไม่สามารถอยู่ในกรอบการสูญเสีย พลังงาน และความร้อนได้อีก ออปติกก็ต้องขยับเข้าใกล้ซิลิคอนสำหรับคอมพิวต์และสวิตชิ่งมากขึ้น
Studio Global AI
หน้านี้รวมคำตอบที่ได้รับการสนับสนุนจากแหล่งที่มาซึ่งคุณสามารถดำเนินการต่อภายใน Studio Global
สัญญาณสำคัญจาก CIOE 2026 คือ 800G ผลิตและใช้งานในระดับปริมาณมากแล้ว ขณะที่ 1.6T กำลังเข้าสู่ช่วงเร่งขยายการใช้งาน ส่วน 3.2T ขึ้นไปยังอยู่เป็นหลักในขั้นตัวอย่างและการตรวจรับรองกับลูกค้า
สัญญาณสำคัญจาก CIOE 2026 คือ 800G ผลิตและใช้งานในระดับปริมาณมากแล้ว ขณะที่ 1.6T กำลังเข้าสู่ช่วงเร่งขยายการใช้งาน ส่วน 3.2T ขึ้นไปยังอยู่เป็นหลักในขั้นตัวอย่างและการตรวจรับรองกับลูกค้า การแข่งขันจึงไม่ได้อยู่ที่ความเร็วบนป้ายบูธเท่านั้น แต่เป็นการเลือกสมดุลระหว่างโมดูลเสียบถอดได้, LPO, NPO, CPO และสายทองแดงระยะสั้น เพื่อจัดการกำลังไฟ ระยะทาง การซ่อมบำรุง และความเสี่ยงในการปฏิบัติการ
LightCounting คาดว่าตลาดโมดูล 800G และ 1.6T รวมกันจะมีมูลค่าราว 14.6 พันล้านดอลลาร์สหรัฐในปี 2026 หรือประมาณ 64% ของตลาดโมดูลออปติกทั้งหมด