อย่างไรก็ตาม ค่ำคืนนี้เป็นของ ดีอาร์ คองโก ในช่วงทดเวลาบาดเจ็บของครึ่งแรก โยอาเน วิสซา ขึ้นโหม่งลูกเปิดของ อาร์ตูร์ มาซูอากู ส่งบอลผ่านมือ ดิโอโก้ คอสต้า เข้าประตูไป สร้างเสียงเฮสนั่นหวั่นไหวให้กับแฟนบอลคองโก ประตูนี้ไม่ได้เป็นเพียงประตูตีเสมอ แต่มันคือ ประตูแรกในประวัติศาสตร์ ของ ดีอาร์ คองโก ในการแข่งขันฟุตบอลโลกรอบสุดท้าย
และผลเสมอในนัดนี้ยังทำให้พวกเขาเก็บ แต้มแรกในฟุตบอลโลก ได้สำเร็จอีกด้วย
ในขณะที่เกมระหว่าง อุซเบกิสถาน กับ โคลอมเบีย ยังไม่ได้ลงแข่ง ตารางคะแนนของกลุ่ม K จึงออกมาเป็นดังนี้ :
| อันดับ | ทีม | ลงเล่น | ชนะ | เสมอ | แพ้ | ประตูได้เสีย | คะแนน |
|---|---|---|---|---|---|---|---|
| 1 | ดีอาร์ คองโก | 1 | 0 | 1 | 0 | 0 | 1 |
| 2 | โปรตุเกส | 1 | 0 | 1 | 0 | 0 | 1 |
| 3 | อุซเบกิสถาน | 0 | 0 | 0 | 0 | 0 | 0 |
| 4 | โคลอมเบีย | 0 | 0 | 0 | 0 | 0 | 0 |
หากเกมที่ฮูสตันเป็นสงครามกลยุทธ์ที่จบลงด้วยการเสมอ เกมเปิดสนามกลุ่ม L ที่เอทีแอนด์ที สเตเดี้ยม ในอาร์ลิงตัน ก็คือรถไฟเหาะตีลังกาขนานแท้ ในที่สุดอังกฤษก็เอาชนะไปได้ 4-2 แต่ไม่ใช่ก่อนที่โครเอเชียจะตามตีเสมอถึงสองครั้งเพื่อทดสอบการคุมทีมนัดเปิดตัวของ โธมัส ทูเคิ่ล อย่างหนัก
แฮร์รี เคน กัปตันทีมชาติอังกฤษ เป็นผู้เปิดสกอร์จากจุดโทษในนาทีที่ 12 แต่กว่าจะได้ประตูนี้ไม่ใช่เรื่องง่าย ลูกยิงแรกของเขาถูก โดมินิค ลิวาโควิช นายทวารโครเอเชียเซฟไว้ได้ แต่ผู้ตัดสินสั่งให้ยิงใหม่เนื่องจากผู้รักษาประตูออกจากเส้นก่อนเวลาอันควร และเคนก็ไม่พลาดในจังหวะที่สอง
โครเอเชียไม่ยอมแพ้ มาร์ติน บาตูริน่า ตีเสมอให้ทีมเป็น 1-1 ในนาทีที่ 36 ด้วยลูกยิงที่เฉียบขาด จากนั้น เคน ก็พาอังกฤษขึ้นนำอีกครั้งก่อนจบครึ่งแรก ด้วยการโหม่งลูกเตะมุมของ เดแคลน ไรซ์ อย่างสวยงาม นั่นคือประตูที่สองของเขาในเกมนี้ และเป็นประตูที่ 10 ในฟุตบอลโลกของเจ้าตัว ซึ่งทำให้เขาขึ้นไปทาบสถิติของ แกรี่ ลินิเกอร์ ในฐานะดาวซัลโวสูงสุดตลอดกาลของทีมชาติอังกฤษในฟุตบอลโลก
ถึงกระนั้น โครเอเชียก็ยังไม่ยอมแพ้ ในนาทีที่ 5 ของช่วงทดเวลาบาดเจ็บครึ่งแรก เปตาร์ มูซา ก็ยิงให้ทีมตีเสมอเป็น 2-2 ได้สำเร็จ ก่อนที่ทั้งคู่จะเดินเข้าห้องแต่งตัวด้วยสกอร์นี้
ครึ่งหลังเริ่มต้นได้เพียงสองนาที อังกฤษก็ทวงความได้เปรียบคืน จู๊ด เบลลิงแฮม ซัดประตูให้ทีมหนีไปเป็น 3-2 เจด สเปนซ์ เกือบทำประตูหนีห่างได้
ก่อนที่สุดท้าย มาร์คัส แรชฟอร์ด ตัวสำรอง จะมาซัดประตูปิดกล่องให้ทีมคว้าชัยชนะ 4-2 ได้สำเร็จในนาทีที่ 85 จากจังหวะจ่ายบอลของ บูกาโย ซาก้า
| อันดับ | ทีม | ลงเล่น | ชนะ | เสมอ | แพ้ | ประตูได้เสีย | คะแนน |
|---|---|---|---|---|---|---|---|
| 1 | อังกฤษ | 1 | 1 | 0 | 0 | +2 | 3 |
| 2 | กาน่า | 0 | 0 | 0 | 0 | 0 | 0 |
| 3 | ปานามา | 0 | 0 | 0 | 0 | 0 | 0 |
| 4 | โครเอเชีย | 1 | 0 | 0 | 1 | -2 | 0 |
สำหรับ โปรตุเกส ผลเสมอกับ ดีอาร์ คองโก ถือเป็นอุปสรรคสำคัญ ในฐานะเต็งหนึ่งของกลุ่ม K การทำได้เพียงแต้มเดียวในนัดแรกสร้างแรงกดดันอย่างมหาศาลให้กับสองเกมที่เหลือที่จะพบกับอุซเบกิสถานและโคลอมเบีย ความเฉียบคมในพื้นที่สุดท้ายที่ขาดหายไป ซึ่งเห็นได้จากการยิงเข้ากรอบเพียงครั้งเดียวตลอดทั้งเกม จะเป็นเรื่องใหญ่ที่มาร์ติเนซต้องเร่งแก้ไข
สำหรับ ดีอาร์ คองโก ผลการแข่งขันนี้คือจุดเปลี่ยนของวงการฟุตบอลของพวกเขา จากเดิมที่ถูกมองว่าเป็นทีมน้องใหม่ที่มาเติมเต็ม การเก็บหนึ่งแต้มจากโปรตุเกสได้ทำให้พวกเขามีโอกาสในการลุ้นเข้ารอบน็อคเอาท์เป็นครั้งแรกอย่างแท้จริง ด้วยรูปแบบการแข่งขันที่มีรอบ 32 ทีมสุดท้าย ซึ่งเปิดโอกาสให้ 8 ทีมอันดับสามที่ดีที่สุดผ่านเข้ารอบ ทุกๆ แต้มจึงมีความหมายอย่างยิ่ง
สำหรับ อังกฤษ ชัยชนะคือการเริ่มต้นที่สมบูรณ์แบบ แม้จะไม่ได้ไร้ที่ติ ทีมของทูเคิ่ลแสดงให้เห็นถึงพลังเกมรุกที่ดุดันและความยืดหยุ่นที่จะตอบโต้หลังจากที่ถูกตามตีเสมอถึงสองครั้ง แต่การเสียสองประตูก็ทำให้เกิดคำถามถึงเกมรับ การทำสถิติเทียบเท่าตำนานของเคน และบทบาทชี้ขาดของเบลลิงแฮม ทำให้พวกเขาอยู่ในตำแหน่งที่แข็งแกร่งในการควบคุมกลุ่ม L
สำหรับ โครเอเชีย แม้จะพ่ายแพ้แต่ก็ไม่ใช่หายนะ ทีมของ ซลัตโก ดาลิช แสดงให้เห็นถึงจิตวิญญาณนักสู้และคุณภาพทางเทคนิคอันเป็นเอกลักษณ์ การไม่มีแต้มจากเกมที่หนักที่สุดในกลุ่มไม่ได้ทำลายความหวังของพวกเขา เพราะหากเก็บชัยชนะได้จากกาน่าและปานามา พวกเขาก็แทบจะการันตีการผ่านเข้ารอบต่อไปได้อย่างแน่นอน