รายได้ Xiaomi ไตรมาส 2/2026 ลดลง 6.1% เมื่อเทียบกับปีก่อน เหลือ 1.089 แสนล้านหยวน ขณะที่กำไรสุทธิปรับปรุงแล้วลดลง 42.6% เหลือ 6.2 พันล้านหยวน ราคาขายเฉลี่ยสมาร์ตโฟนทำสถิติสูงสุด และ Xiaomi ครองตำแหน่งผู้ผลิตสมาร์ตโฟนอันดับหนึ่งใน 3 ของโลกต่อเนื่องเป็นไตรมาสที่ 24 แต่กำไรขั้นต้นของธุรกิจสมาร์ตโฟนลดเหลือ 8.5% ธุรกิจรถ...
คำตอบการวิจัย

Create a landscape editorial hero image for this Studio Global article: What were the main positive and negative developments in Xiaomi Corp. (XIACF)’s Q2 2026 earnings, including its record smartphone average se. Article summary: Xiaomi’s Q2 2026 showed strong strategic progress in premium smartphones, AI, overseas retail and EV scale, but component inflation and weaker demand compressed profitability. Revenue was RMB108.9 billion, down 6.1% year. Topic tags: general, news, general web, user generated. Style: premium digital editorial illustration, source-backed research mood, clean composition, high detail, modern web publication hero. Use reference image context only for broad subject, composition, and topical grounding; do not copy the exact image. Avoid: logos, brand marks, copyrighted characters, real person likenesses, fake screenshots, UI text, readable text, watermarks, charts w
ผลประกอบการ Xiaomi ในไตรมาส 2/2026 สะท้อนภาพบริษัทที่กำลังขยับจากผู้ผลิตอุปกรณ์ราคาคุ้มค่าไปสู่ธุรกิจมูลค่าสูง ทั้งสมาร์ตโฟนพรีเมียม ปัญญาประดิษฐ์ และรถยนต์ไฟฟ้า แต่การขยายตัวดังกล่าวยังแลกมาด้วยแรงกดดันต่อกำไรในระยะสั้น
รายได้รวมอยู่ที่ 1.089 แสนล้านหยวน ลดลง 6.1% เมื่อเทียบกับปีก่อน ขณะที่กำไรสุทธิปรับปรุงแล้วลดลง 42.6% เหลือ 6.2 พันล้านหยวน และอัตรากำไรขั้นต้นของทั้งกลุ่มลดลงมาอยู่ที่ 19.8% ผลลัพธ์ทั้งรายได้และกำไรยังต่ำกว่าที่ตลาดคาดการณ์ไว้ด้วย 14
Xiaomi ทำราคาขายเฉลี่ยต่อเครื่องสมาร์ตโฟน (ASP) ได้สูงสุดเป็นประวัติการณ์ จากการปรับสัดส่วนผลิตภัณฑ์ไปยังรุ่นราคาสูงขึ้นและการปรับราคา วิธีนี้ช่วยชดเชยต้นทุนหน่วยความจำที่เพิ่มขึ้นได้บางส่วน แต่ไม่เพียงพอที่จะรักษาอัตรากำไรขั้นต้นของสมาร์ตโฟน ซึ่งลดลงเหลือ 8.5% จาก 11.5% ในปีก่อน 15
ยอดส่งมอบและรายได้จากสมาร์ตโฟนจึงลดลงเมื่อเทียบกับปีก่อน เนื่องจาก Xiaomi ให้ความสำคัญกับกำไรต่อเครื่องมากกว่าการเร่งยอดขายด้วยการลดราคา ในภาวะที่ความต้องการยังไม่แน่นอนและการแข่งขันยังรุนแรง 110
สำหรับนักลงทุน ตัวเลขนี้มีความหมายสองด้าน ราคาขายเฉลี่ยที่ทำสถิติสูงสุดบ่งชี้ว่ากลยุทธ์ขยับสู่ตลาดพรีเมียมเริ่มเห็นผล แต่การลดลงของอัตรากำไรแสดงให้เห็นว่าอำนาจการตั้งราคาของบริษัทก็ยังไม่มากพอจะรับมือกับต้นทุนชิ้นส่วนที่สูงขึ้นได้เต็มที่
นอกจากราคาขายเฉลี่ยที่สูงขึ้นแล้ว Xiaomi ยังรักษาตำแหน่งผู้ผลิตสมาร์ตโฟนที่มีส่วนแบ่งตลาดติด 3 อันดับแรกของโลกต่อเนื่องเป็นไตรมาสที่ 24 โดยติด 3 อันดับแรกใน 53 ประเทศและภูมิภาค 56
ตัวเลขนี้สะท้อนว่าผลิตภัณฑ์และตำแหน่งทางการตลาดของ Xiaomi ดีขึ้น แม้จำนวนเครื่องที่ขายได้จะลดลง อย่างไรก็ตาม ราคาขายที่สูงขึ้นยังไม่แปลเป็นกำไรต่อเครื่องที่ดีขึ้นในไตรมาสนี้ เพราะต้นทุนที่เพิ่มขึ้นดูดซับประโยชน์จากการปรับราคาไปมาก
โมเดลภาษาขนาดใหญ่ MiMo-V2.5 ของ Xiaomi มีการใช้งานเพิ่มขึ้นอย่างมากบนแพลตฟอร์ม OpenRouter โดยถูกจัดให้อยู่ในอันดับหนึ่งของโลกด้านปริมาณการใช้งานโทเคนรายสัปดาห์ในเดือนสิงหาคม 2026 ปริมาณการใช้งานเพิ่มขึ้นมากกว่า 6 เท่าภายในสองเดือน และโมเดลเริ่มสร้างรายได้จากการเรียกใช้ API และแพ็กเกจโทเคน 5617
ความเคลื่อนไหวนี้มีความสำคัญเชิงกลยุทธ์ เพราะ Xiaomi ต้องการเชื่อม AI เข้ากับระบบนิเวศของอุปกรณ์ต่าง ๆ มากกว่าการพัฒนาโมเดลในฐานะโครงการวิจัยที่แยกออกมาต่างหาก แต่รายได้จาก AI ยังอยู่ในช่วงเริ่มต้น และยังไม่ควรตีความว่าการใช้งานที่สูงจะส่งผลต่อกำไรของทั้งบริษัทอย่างมีนัยสำคัญแล้ว
Xiaomi ยังคงผลักดันธุรกิจ IoT ในตลาดต่างประเทศ และเปิดร้านค้าปลีกใหม่มากกว่า 640 แห่งในช่วงดังกล่าว 7823 เครือข่ายร้านค้าที่กว้างขึ้นช่วยสนับสนุนการกระจายสินค้าสมาร์ตโฟน พร้อมเปิดช่องทางให้บริษัทขายอุปกรณ์บ้านอัจฉริยะและสินค้า IoT อื่น ๆ ในต่างประเทศได้มากขึ้น
อย่างไรก็ดี รายได้จากธุรกิจ IoT ลดลงเมื่อเทียบกับฐานที่สูงผิดปกติในปีก่อน ซึ่งได้รับแรงหนุนจากมาตรการอุดหนุนการซื้อสินค้าอุปโภคบริโภคในจีน การลดลงที่เห็นจึงต้องอ่านอย่างระมัดระวัง เพราะการขยายตลาดต่างประเทศยังเกิดขึ้น แต่ยังชดเชยผลกระทบจากฐานเปรียบเทียบที่สูงของธุรกิจ IoT โดยรวมไม่ได้ทั้งหมด 4
Xiaomi ส่งมอบรถยนต์ไฟฟ้าได้ 104,199 คันในไตรมาส 2 เพิ่มขึ้น 28.2% จากปีก่อน และเป็นการเติบโตของยอดส่งมอบเมื่อเทียบรายปีติดต่อกันเป็นไตรมาสที่ 6 ยอดส่งมอบรถตระกูล SU7 สะสมทะลุ 500,000 คันแล้ว 371314
กลุ่มธุรกิจรถยนต์ไฟฟ้าอัจฉริยะ AI และธุรกิจใหม่อื่น ๆ มีรายได้ 2.49 หมื่นล้านหยวน เพิ่มขึ้น 17.1% เมื่อเทียบกับปีก่อน โดยรายได้จากรถยนต์ไฟฟ้าอยู่ที่ 2.39 หมื่นล้านหยวน ส่วนธุรกิจที่เกี่ยวข้องอื่น ๆ รวมถึงรายได้ AI จากโมเดลตระกูล MiMo อยู่ที่ 1 พันล้านหยวน 17
การเปิดตัว SUV แบบขยายระยะทางรุ่น SkyNomad ยังช่วยเพิ่มความหลากหลายให้กับไลน์อัปรถยนต์ของ Xiaomi 614
จำนวนผู้ใช้งานรายเดือนของบริการอินเทอร์เน็ตทำสถิติสูงสุดที่ประมาณ 770 ล้านคน ธุรกิจนี้มีรายได้ 9 พันล้านหยวน และมีอัตรากำไรขั้นต้นสูงถึง 76.8% จึงเป็นแหล่งรายได้ประจำที่มีมาร์จิ้นสูงของ Xiaomi 61213
ธุรกิจบริการช่วยถ่วงดุลหมวดฮาร์ดแวร์ที่มีอัตรากำไรต่ำกว่า และแสดงให้เห็นเหตุผลทางการเงินที่อยู่เบื้องหลังกลยุทธ์ระบบนิเวศของ Xiaomi นั่นคือฐานผู้ใช้งานขนาดใหญ่เปิดโอกาสให้บริษัทสร้างรายได้ต่อเนื่อง หลังจากการขายสมาร์ตโฟน รถยนต์ หรืออุปกรณ์เชื่อมต่อครั้งแรก
ปัญหาที่กระทบผลประกอบการโดยตรงที่สุดคือต้นทุนหน่วยความจำและชิ้นส่วนอื่น ๆ ที่เพิ่มขึ้น แม้ราคาขายเฉลี่ยจะทำสถิติสูงสุดและบริษัทปรับราคาแล้ว แต่อัตรากำไรขั้นต้นของสมาร์ตโฟนก็ลดลงเหลือ 8.5% ขณะที่อัตรากำไรขั้นต้นของทั้งกลุ่มลดจาก 22.5% มาอยู่ที่ 19.8% 146
ความเสี่ยงของ Xiaomi ไม่ได้มีเพียงต้นทุนชิ้นส่วนที่แพงขึ้น หากบริษัทขึ้นราคามากเกินไป ความต้องการซื้อและส่วนแบ่งตลาดอาจอ่อนตัวลง แต่หากเลือกแบกรับต้นทุนเอง อัตรากำไรก็จะลดลง ไตรมาสนี้จึงแสดงให้เห็นว่าการปรับสัดส่วนสินค้าและราคาอาจช่วยกันกระแทกได้ แต่ยังลบผลกระทบไม่ได้ทั้งหมด
รายได้จากสมาร์ตโฟนลดลง 7.5% เมื่อเทียบกับปีก่อน เหลือ 4.21 หมื่นล้านหยวน และจำนวนเครื่องที่ส่งมอบก็ลดลงเช่นกัน 10 การให้ความสำคัญกับกำไรต่อเครื่องมากกว่ายอดขายอาจช่วยให้ Xiaomi ไม่ต้องเข้าสู่สงครามลดราคาที่ไม่คุ้มทุน แต่ก็ทำให้บริษัทมีความเสี่ยงมากขึ้น หากความต้องการสมาร์ตโฟนระดับพรีเมียมยังไม่ฟื้นตัวในเร็ว ๆ นี้
ดังนั้น ไตรมาสนี้จึงตีความได้สองทางพร้อมกัน Xiaomi มีวินัยด้านเศรษฐศาสตร์ของสินค้าเพิ่มขึ้น แต่กลยุทธ์ดังกล่าวก็ยืนยันว่าตลาดยังยากพอที่จะบังคับให้บริษัทเลือกระหว่างจำนวนเครื่องกับอัตรากำไร
กลุ่มธุรกิจรถยนต์ไฟฟ้าอัจฉริยะ AI และธุรกิจใหม่อื่น ๆ มีรายได้ 2.49 หมื่นล้านหยวน และอัตรากำไรขั้นต้น 19.2% แต่ยังขาดทุนจากการดำเนินงานประมาณ 2.6 พันล้านหยวน 471117
การลงทุนดังกล่าวอาจจำเป็นต่อการสร้างขนาดธุรกิจรถยนต์และความสามารถด้าน AI แต่ในปัจจุบันยังถ่วงกำไรรวมของบริษัท คำถามสำคัญคือยอดขายรถ EV ที่เพิ่มขึ้นจะนำไปสู่ประสิทธิภาพจากขนาดธุรกิจอย่างยั่งยืนได้หรือไม่ โดยไม่ต้องพึ่งพาการใช้จ่ายจำนวนมากเพื่อขยายตลาด วิจัย และเปิดตัวผลิตภัณฑ์อย่างต่อเนื่อง
แม้ยอดส่งมอบรถ EV จะเติบโตแข็งแกร่ง แต่ความสามารถในการทำกำไรยังไม่สม่ำเสมอ อัตรากำไรขั้นต้นของกลุ่มธุรกิจอยู่ที่ 19.2% และได้รับแรงกดดันจากสัดส่วนผลิตภัณฑ์กับการตั้งราคา รวมถึงสัดส่วนการส่งมอบรถ SU7 รุ่นราคาต่ำกว่าที่เพิ่มขึ้น 71517
การเปิดตัว SkyNomad เพิ่มโอกาสทางการตลาดให้ Xiaomi แต่ผลต่ออัตรากำไรจะขึ้นอยู่กับราคา รุ่นย่อย และต้นทุนการผลิตในท้ายที่สุด ผลประกอบการไตรมาสนี้จึงยืนยันได้ว่าความต้องการและขนาดธุรกิจ EV แข็งแกร่ง แต่ยังไม่ใช่หลักฐานว่าบริษัทมีโครงสร้างกำไรจากรถยนต์ที่มั่นคงแล้ว
ฝ่ายบริหารระบุว่า การฟื้นตัวของความต้องการผู้บริโภคที่ยังอ่อนแอ การแข่งขันที่รุนแรงขึ้น และแรงกดดันจากต้นทุนชิ้นส่วนยังเป็นปัจจัยกดดันการดำเนินงานในระยะสั้นต่อเนื่องไปถึงไตรมาส 3/2026 นอกจากนี้ Reuters รายงานว่ารายได้และกำไรสุทธิปรับปรุงแล้วต่ำกว่าประมาณการของนักวิเคราะห์ 1
มุมมองดังกล่าวทำให้นักลงทุนยังไม่สามารถนำสัญญาณบวกด้านกลยุทธ์ไปคาดการณ์กำไรในอนาคตได้เต็มที่ การใช้งาน AI ยอดส่งมอบ EV และราคาขายสมาร์ตโฟนเฉลี่ยที่สูงขึ้นเป็นพัฒนาการที่น่าสนใจ แต่ภาพกำไรระยะใกล้ยังขึ้นอยู่กับต้นทุนชิ้นส่วนและภาวะอุปสงค์เป็นหลัก
ไตรมาส 2/2026 ไม่ใช่ทั้งไตรมาสแห่งการเติบโตแบบรอบด้าน และไม่ใช่คำเตือนผลกำไรเพียงอย่างเดียว แต่เป็นภาพของบริษัทที่กำลังเดินหน้าสู่สมาร์ตโฟนพรีเมียม AI การกระจายสินค้าในต่างประเทศ รถ EV และบริการอินเทอร์เน็ต ขณะเดียวกันเศรษฐศาสตร์ของธุรกิจฮาร์ดแวร์เดิมกลับถูกกดดันหนักขึ้น
สัญญาณบวกที่เด่นที่สุดคือราคาขายเฉลี่ยสมาร์ตโฟนที่ทำสถิติสูงสุด การติดอันดับ 3 ของโลกต่อเนื่องเป็นไตรมาสที่ 24 ยอดส่งมอบ EV จำนวน 104,199 คัน การเริ่มสร้างรายได้จาก MiMo-V2.5 และการมีส่วนร่วมในบริการอินเทอร์เน็ตที่ทำสถิติสูงสุด ส่วนความเสี่ยงหลักคืออัตรากำไรสมาร์ตโฟนที่ลดเหลือ 8.5% ยอดขายเครื่องที่ลดลง ผลขาดทุนจากการดำเนินงาน 2.6 พันล้านหยวนของธุรกิจใหม่ และความไม่แน่นอนของกำไรจากรถ EV
ข้อสรุปเชิงปฏิบัติคือ เรื่องราวการกระจายธุรกิจระยะยาวของ Xiaomi น่าเชื่อถือขึ้น แต่ไตรมาส 2/2026 ก็เตือนว่าการมีหลายธุรกิจไม่ได้ทำให้บริษัทพ้นจากความเสี่ยงตามวัฏจักรของตลาด สำหรับไตรมาสถัดไป นักลงทุนจะจับตาว่าแรงกดดันจากต้นทุนหน่วยความจำจะผ่อนคลายหรือไม่ ความต้องการสมาร์ตโฟนจะทรงตัวได้หรือไม่ และการเติบโตของ EV จะเริ่มแปลงเป็นกำไรจากการดำเนินงานที่สม่ำเสมอขึ้นได้หรือไม่ 1
Studio Global AI
หน้านี้รวมคำตอบที่ได้รับการสนับสนุนจากแหล่งที่มาซึ่งคุณสามารถดำเนินการต่อภายใน Studio Global
รายได้ Xiaomi ไตรมาส 2/2026 ลดลง 6.1% เมื่อเทียบกับปีก่อน เหลือ 1.089 แสนล้านหยวน ขณะที่กำไรสุทธิปรับปรุงแล้วลดลง 42.6% เหลือ 6.2 พันล้านหยวน
รายได้ Xiaomi ไตรมาส 2/2026 ลดลง 6.1% เมื่อเทียบกับปีก่อน เหลือ 1.089 แสนล้านหยวน ขณะที่กำไรสุทธิปรับปรุงแล้วลดลง 42.6% เหลือ 6.2 พันล้านหยวน ราคาขายเฉลี่ยสมาร์ตโฟนทำสถิติสูงสุด และ Xiaomi ครองตำแหน่งผู้ผลิตสมาร์ตโฟนอันดับหนึ่งใน 3 ของโลกต่อเนื่องเป็นไตรมาสที่ 24 แต่กำไรขั้นต้นของธุรกิจสมาร์ตโฟนลดเหลือ 8.5%
ธุรกิจรถยนต์ไฟฟ้าส่งมอบรถได้ 104,199 คัน เพิ่มขึ้น 28.2% ขณะที่ MiMo V2.5 มีการใช้งานเพิ่มขึ้นมากกว่า 6 เท่าในสองเดือนและเริ่มสร้างรายได้จาก API กับแพ็กเกจโทเคน