EQT เสร็จสิ้นการรวมกิจการกับ Coller Capital มูลค่า 3.2 พันล้านดอลลาร์เมื่อวันที่ 31 สิงหาคม 2026 และจัดตั้ง Coller EQT เป็นธุรกิจ Secondaries โดยเฉพาะ Jeremy Coller รับตำแหน่งหัวหน้าและประธานเจ้าหน้าที่ฝ่ายการลงทุนของ Coller EQT พร้อมเข้าร่วมคณะกรรมการบริหารของ EQT ดีลดังกล่าวทำให้ EQT มีแพลตฟอร์มขนาดใหญ่ขึ้นสำหรับก...
เผยแพร่โดยแก้ไขด้วย GPT-5.6 Lunaรูปภาพสร้างด้วย GPT Image 1.5
คำตอบการวิจัย

Create a landscape editorial hero image for this Studio Global article: What were the key terms, strategic rationale, leadership changes, market context, and growth ambitions of EQT’s completed $3.2 billion combi. Article summary: EQT completed its $3.2 billion combination with Coller Capital on 31 August 2026, creating Coller EQT as a distinct secondaries segment alongside EQT’s Private Capital, Infrastructure and Real Assets businesses. The tran. Topic tags: general, news, general web. Style: premium digital editorial illustration, source-backed research mood, clean composition, high detail, modern web publication hero. Use reference image context only for broad subject, composition, and topical grounding; do not copy the exact image. Avoid: logos, brand marks, copyrighted characters, real person likenesses, fake screenshots, UI text, readable text, watermarks, charts with fake numbers
EQT เสร็จสิ้นการรวมกิจการกับ Coller Capital เมื่อวันที่ 31 สิงหาคม 2026 หลังประกาศข้อตกลงครั้งแรกในเดือนมกราคม ส่งผลให้เกิดธุรกิจ Secondaries แห่งใหม่ภายใต้ชื่อ Coller EQT ในแพลตฟอร์มการลงทุนตลาดไพรเวตระดับโลกของ EQT ดีลนี้มีเป้าหมายเพิ่มโซลูชันด้านสภาพคล่องเฉพาะทางให้กับผลิตภัณฑ์การลงทุนเดิมของบริษัท 17
มูลค่าตอบแทนพื้นฐานของธุรกรรมอยู่ที่ 3.2 พันล้านดอลลาร์สหรัฐ บนเกณฑ์ที่ไม่รวมเงินสดและหนี้สิน โดย EQT ออกหุ้นสามัญใหม่จำนวน 80,360,882 หุ้น คิดเป็นประมาณ 7% ของหุ้นที่ออกและจำหน่ายแล้ว พร้อมจ่ายเงินสดราว 65 ล้านดอลลาร์ ทั้งหมดอาจมีการปรับตามบัญชี ณ วันที่ธุรกรรมเสร็จสมบูรณ์ตามเงื่อนไขปกติ 17
นอกจากนี้ EQT อาจต้องจ่ายเงินสดเพิ่มเติมสูงสุด 500 ล้านดอลลาร์ โดยขึ้นอยู่กับผลการดำเนินงานของ Coller ในช่วง 12 เดือนสิ้นสุดเดือนมีนาคม 2029 17
โครงสร้างดังกล่าวทำให้ราคาซื้อกิจการบางส่วนเชื่อมโยงกับผลการดำเนินงานในอนาคต ไม่ใช่การจ่ายเงินก้อนคงที่ทั้งหมด ผู้จัดการหลักของ Coller คาดว่าจะได้รับประมาณ 64% ของค่าตอบแทนส่วนเพิ่ม และตกลงนำเงินสุทธิที่ได้รับกลับไปลงทุนในหุ้น EQT 2
EQT เข้าซื้อกิจการ 100% ของบริษัทจัดการการลงทุนของ Coller Capital รวมถึงนิติบุคคล General Partner ที่ควบคุมกองทุนของ Coller นอกจากนี้ยังได้สิทธิในส่วนแบ่ง carried interest 10% จาก Coller International Partners IX ซึ่งเป็นกองทุน Secondaries ด้าน Private Equity กองทุนหลักล่าสุดของ Coller 17
ภายใต้ข้อตกลง EQT ยังได้รับสิทธิในการลงทุนใน carried interest 35% ของกองทุน Coller แบบปิดปลายกองทุนที่จะจัดตั้งขึ้นในอนาคต ซึ่งสอดคล้องกับนโยบายที่มีอยู่ของ EQT 2
เงื่อนไขเหล่านี้ทำให้ EQT ได้รับทั้งแพลตฟอร์มการบริหารจัดการของ Coller และสิทธิประโยชน์ทางเศรษฐกิจจากกองทุนในปัจจุบันและอนาคต อีกทั้งยังเชื่อมโยงผลการดำเนินงานของ Coller ในอนาคตเข้ากับมูลค่าที่สร้างขึ้นให้กับธุรกิจใหม่
Secondaries คือการซื้อขายการลงทุนในตลาดไพรเวตที่มีอยู่แล้ว แทนที่นักลงทุนหรือผู้จัดการกองทุนจะต้องรอการขายกิจการแบบดั้งเดิมเพียงอย่างเดียว ตลาดนี้ช่วยตอบโจทย์ความต้องการสภาพคล่อง เปิดทางให้บริหารพอร์ตได้ยืดหยุ่นขึ้น และสร้างโอกาสในการนำเงินทุนไปลงทุนเพิ่มเติมในช่วงที่ตลาด IPO และการควบรวมกิจการชะลอตัว 2
ข้อมูลตลาดที่ EQT อ้างถึงระบุว่า มูลค่าธุรกรรม Secondaries ในช่วงครึ่งแรกของปี 2026 สูงกว่า 120 พันล้านดอลลาร์ เพิ่มขึ้นเกือบ 20% จากช่วงเดียวกันของปีก่อน และเป็นสถิติสูงสุดสำหรับครึ่งปีแรก 2
สำหรับ EQT การเข้าซื้อผู้เชี่ยวชาญที่มีธุรกิจและทีมงานพร้อมอยู่แล้วช่วยให้บริษัทเข้าสู่ตลาดนี้ได้เร็วกว่าการสร้างทีมและแพลตฟอร์มการลงทุนขึ้นใหม่ทั้งหมด ดีลนี้ยังขยายขีดความสามารถของ EQT ในตลาดไพรเวตไปสู่ธุรกิจที่เน้นการจัดหาโซลูชันด้านสภาพคล่องโดยเฉพาะ
Coller EQT จะดำเนินงานเป็นธุรกิจ Secondaries ที่แยกออกมาอย่างชัดเจนภายใน EQT ไม่ใช่เพียงกลยุทธ์การลงทุนอีกประเภทที่ถูกรวมเข้าไปในหน่วยงานเดิมของบริษัท โดย Coller นำกลยุทธ์การลงทุน Secondaries ใน Private Equity และ Credit เข้ามารวม 9 กลยุทธ์ ครอบคลุมทั้งธุรกรรมที่นำโดยผู้ลงทุนในกองทุน หรือ LP-led และธุรกรรมที่นำโดยผู้จัดการกองทุน หรือ GP-led จากประสบการณ์ดำเนินงานยาวนาน 36 ปี 2
แพลตฟอร์มรวมยังครอบคลุมกองทุนแบบปิด ผลิตภัณฑ์แบบ Evergreen ซึ่งเปิดให้ลงทุนต่อเนื่อง และโซลูชันที่ออกแบบเฉพาะสำหรับบริษัทประกัน โดยแพลตฟอร์ม Evergreen มีมูลค่าสินทรัพย์สุทธิมากกว่า 10,000 ล้านยูโร 2
หลังการรวมกิจการ EQT รายงานสินทรัพย์ภายใต้การบริหาร หรือ AUM เพิ่มเป็น 341,000 ล้านยูโร ซึ่งรวม AUM ที่สร้างรายได้จากค่าธรรมเนียม 186,000 ล้านยูโร ณ วันที่ 30 มิถุนายน 2026 2
ประโยชน์ที่ทั้งสองฝ่ายคาดหวังจึงมีสองด้าน Coller ยังคงรักษาความเชี่ยวชาญด้านการหาโอกาสลงทุน การวิเคราะห์ความเสี่ยง และการตัดสินใจลงทุน ขณะเดียวกันก็เข้าถึงฐานลูกค้า เครือข่ายจัดจำหน่าย เงินทุน และโครงสร้างการดำเนินงานของ EQT ได้มากขึ้น 2
Jeremy Coller รับตำแหน่งหัวหน้าและประธานเจ้าหน้าที่ฝ่ายการลงทุน หรือ CIO ของ Coller EQT พร้อมเข้าร่วมคณะกรรมการบริหารของ EQT 2
การจัดวางบทบาทดังกล่าวสะท้อนรูปแบบการดำเนินงานที่ดีลนี้ต้องการรักษาไว้ นั่นคือใช้ประโยชน์จากขนาดและทรัพยากรของ EQT โดยไม่ลดทอนความเป็นอิสระของทีม Coller ซึ่งเป็นปัจจัยสำคัญต่อการสร้างโอกาสลงทุนและการประเมินธุรกรรม
EQT ระบุว่ายังคงมุ่งมั่นเพิ่ม AUM ที่สร้างรายได้จากค่าธรรมเนียมของ Coller ให้เพิ่มขึ้นเป็นสองเท่าภายใน 4 ปี ขณะที่ Coller EQT ได้เริ่มเตรียมขยายไปยังสินทรัพย์ประเภทอื่นเพิ่มเติมแล้ว 2
เป้าหมายนี้แสดงให้เห็นว่า EQT มองการรวมกิจการครั้งนี้มากกว่าการซื้อสินทรัพย์หรือสิทธิทางเศรษฐกิจจากบริษัทจัดการเพียงครั้งเดียว แต่ต้องการพัฒนา Coller EQT ให้เป็นแพลตฟอร์มเติบโตที่ครอบคลุมผลิตภัณฑ์ กลุ่มลูกค้า และความต้องการด้านสภาพคล่องในตลาดไพรเวตที่หลากหลายขึ้น
Jeremy Coller เคยแสดงมุมมองว่า ในระยะยาว Secondaries อาจมีความสำคัญต่อเงินทุนเอกชนมากพอ ๆ กับ Private Equity อย่างไรก็ตาม นี่เป็นความคาดหวังเชิงกลยุทธ์จากผู้บริหาร ไม่ใช่ประมาณการตลาดที่พิสูจน์เป็นข้อเท็จจริงแล้ว การทดสอบที่ชัดเจนกว่าในระยะใกล้คือ Coller EQT จะเพิ่ม AUM ได้ตามเป้าหมายหรือไม่ ขณะเดียวกันยังรักษาความสามารถเฉพาะทางด้านการลงทุนของ Coller ไว้ได้เพียงใด
ดีลนี้ทำให้ EQT มีสถานะในตลาด Secondaries ที่กำลังเติบโตทันที แต่ความสำเร็จในระยะยาวจะขึ้นอยู่กับการดำเนินงานจริง ตัวชี้วัดสำคัญ ได้แก่ การเติบโตของ AUM ที่สร้างรายได้จากค่าธรรมเนียม การพัฒนาผลิตภัณฑ์และประเภทสินทรัพย์ใหม่ การเข้าถึงลูกค้ากลุ่มบริษัทประกันและนักลงทุนความมั่งคั่งส่วนบุคคล ตลอดจนความสามารถในการขยายธุรกิจโดยยังคงวินัยการลงทุนไว้ได้
ในทางปฏิบัติ EQT ใช้การรวมกิจการกับ Coller เพื่อเพิ่มโซลูชันด้านสภาพคล่องให้กับธุรกิจตลาดไพรเวตของตน โครงสร้างการจ่ายด้วยหุ้นช่วยให้ผู้ขายมีส่วนได้เสียร่วมกับ EQT ขณะที่เงินจ่ายเพิ่มเติมซึ่งขึ้นอยู่กับผลงานจะเชื่อมโยงราคาดีลบางส่วนเข้ากับผลลัพธ์ในอนาคต และแพลตฟอร์ม Coller EQT จะทำหน้าที่เป็นฐานเฉพาะสำหรับการขยายธุรกิจ Secondaries ของกลุ่ม 2
Studio Global AI
หน้านี้รวมคำตอบที่ได้รับการสนับสนุนจากแหล่งที่มาซึ่งคุณสามารถดำเนินการต่อภายใน Studio Global
EQT เสร็จสิ้นการรวมกิจการกับ Coller Capital มูลค่า 3.2 พันล้านดอลลาร์เมื่อวันที่ 31 สิงหาคม 2026 และจัดตั้ง Coller EQT เป็นธุรกิจ Secondaries โดยเฉพาะ
EQT เสร็จสิ้นการรวมกิจการกับ Coller Capital มูลค่า 3.2 พันล้านดอลลาร์เมื่อวันที่ 31 สิงหาคม 2026 และจัดตั้ง Coller EQT เป็นธุรกิจ Secondaries โดยเฉพาะ Jeremy Coller รับตำแหน่งหัวหน้าและประธานเจ้าหน้าที่ฝ่ายการลงทุนของ Coller EQT พร้อมเข้าร่วมคณะกรรมการบริหารของ EQT
ดีลดังกล่าวทำให้ EQT มีแพลตฟอร์มขนาดใหญ่ขึ้นสำหรับการลงทุน Secondaries ทั้งในกองทุน Private Equity และ Credit ขณะที่นักลงทุนมองหาสภาพคล่องและทางเลือกในการบริหารพอร์ตมากขึ้น
EQT เสร็จสิ้นการรวมกิจการกับ Coller Capital มูลค่า 3.2 พันล้านดอลลาร์เมื่อวันที่ 31 สิงหาคม 2026 และจัดตั้ง Coller EQT เป็นธุรกิจ Secondaries โดยเฉพาะ Jeremy Coller รับตำแหน่งหัวหน้าและประธานเจ้าหน้าที่ฝ่ายการลงทุนของ Coller EQT พร้อมเข้าร่วมคณะกรรมการบริหารของ EQT ดีลดังกล่าวทำให้ EQT มีแพลตฟอร์มขนาดใหญ่ขึ้นสำหรับก...
เผยแพร่โดยแก้ไขด้วย GPT-5.6 Lunaรูปภาพสร้างด้วย GPT Image 1.5
คำตอบการวิจัย

Create a landscape editorial hero image for this Studio Global article: What were the key terms, strategic rationale, leadership changes, market context, and growth ambitions of EQT’s completed $3.2 billion combi. Article summary: EQT completed its $3.2 billion combination with Coller Capital on 31 August 2026, creating Coller EQT as a distinct secondaries segment alongside EQT’s Private Capital, Infrastructure and Real Assets businesses. The tran. Topic tags: general, news, general web. Style: premium digital editorial illustration, source-backed research mood, clean composition, high detail, modern web publication hero. Use reference image context only for broad subject, composition, and topical grounding; do not copy the exact image. Avoid: logos, brand marks, copyrighted characters, real person likenesses, fake screenshots, UI text, readable text, watermarks, charts with fake numbers
EQT เสร็จสิ้นการรวมกิจการกับ Coller Capital เมื่อวันที่ 31 สิงหาคม 2026 หลังประกาศข้อตกลงครั้งแรกในเดือนมกราคม ส่งผลให้เกิดธุรกิจ Secondaries แห่งใหม่ภายใต้ชื่อ Coller EQT ในแพลตฟอร์มการลงทุนตลาดไพรเวตระดับโลกของ EQT ดีลนี้มีเป้าหมายเพิ่มโซลูชันด้านสภาพคล่องเฉพาะทางให้กับผลิตภัณฑ์การลงทุนเดิมของบริษัท 17
มูลค่าตอบแทนพื้นฐานของธุรกรรมอยู่ที่ 3.2 พันล้านดอลลาร์สหรัฐ บนเกณฑ์ที่ไม่รวมเงินสดและหนี้สิน โดย EQT ออกหุ้นสามัญใหม่จำนวน 80,360,882 หุ้น คิดเป็นประมาณ 7% ของหุ้นที่ออกและจำหน่ายแล้ว พร้อมจ่ายเงินสดราว 65 ล้านดอลลาร์ ทั้งหมดอาจมีการปรับตามบัญชี ณ วันที่ธุรกรรมเสร็จสมบูรณ์ตามเงื่อนไขปกติ 17
นอกจากนี้ EQT อาจต้องจ่ายเงินสดเพิ่มเติมสูงสุด 500 ล้านดอลลาร์ โดยขึ้นอยู่กับผลการดำเนินงานของ Coller ในช่วง 12 เดือนสิ้นสุดเดือนมีนาคม 2029 17
โครงสร้างดังกล่าวทำให้ราคาซื้อกิจการบางส่วนเชื่อมโยงกับผลการดำเนินงานในอนาคต ไม่ใช่การจ่ายเงินก้อนคงที่ทั้งหมด ผู้จัดการหลักของ Coller คาดว่าจะได้รับประมาณ 64% ของค่าตอบแทนส่วนเพิ่ม และตกลงนำเงินสุทธิที่ได้รับกลับไปลงทุนในหุ้น EQT 2
EQT เข้าซื้อกิจการ 100% ของบริษัทจัดการการลงทุนของ Coller Capital รวมถึงนิติบุคคล General Partner ที่ควบคุมกองทุนของ Coller นอกจากนี้ยังได้สิทธิในส่วนแบ่ง carried interest 10% จาก Coller International Partners IX ซึ่งเป็นกองทุน Secondaries ด้าน Private Equity กองทุนหลักล่าสุดของ Coller 17
ภายใต้ข้อตกลง EQT ยังได้รับสิทธิในการลงทุนใน carried interest 35% ของกองทุน Coller แบบปิดปลายกองทุนที่จะจัดตั้งขึ้นในอนาคต ซึ่งสอดคล้องกับนโยบายที่มีอยู่ของ EQT 2
เงื่อนไขเหล่านี้ทำให้ EQT ได้รับทั้งแพลตฟอร์มการบริหารจัดการของ Coller และสิทธิประโยชน์ทางเศรษฐกิจจากกองทุนในปัจจุบันและอนาคต อีกทั้งยังเชื่อมโยงผลการดำเนินงานของ Coller ในอนาคตเข้ากับมูลค่าที่สร้างขึ้นให้กับธุรกิจใหม่
Secondaries คือการซื้อขายการลงทุนในตลาดไพรเวตที่มีอยู่แล้ว แทนที่นักลงทุนหรือผู้จัดการกองทุนจะต้องรอการขายกิจการแบบดั้งเดิมเพียงอย่างเดียว ตลาดนี้ช่วยตอบโจทย์ความต้องการสภาพคล่อง เปิดทางให้บริหารพอร์ตได้ยืดหยุ่นขึ้น และสร้างโอกาสในการนำเงินทุนไปลงทุนเพิ่มเติมในช่วงที่ตลาด IPO และการควบรวมกิจการชะลอตัว 2
ข้อมูลตลาดที่ EQT อ้างถึงระบุว่า มูลค่าธุรกรรม Secondaries ในช่วงครึ่งแรกของปี 2026 สูงกว่า 120 พันล้านดอลลาร์ เพิ่มขึ้นเกือบ 20% จากช่วงเดียวกันของปีก่อน และเป็นสถิติสูงสุดสำหรับครึ่งปีแรก 2
สำหรับ EQT การเข้าซื้อผู้เชี่ยวชาญที่มีธุรกิจและทีมงานพร้อมอยู่แล้วช่วยให้บริษัทเข้าสู่ตลาดนี้ได้เร็วกว่าการสร้างทีมและแพลตฟอร์มการลงทุนขึ้นใหม่ทั้งหมด ดีลนี้ยังขยายขีดความสามารถของ EQT ในตลาดไพรเวตไปสู่ธุรกิจที่เน้นการจัดหาโซลูชันด้านสภาพคล่องโดยเฉพาะ
Coller EQT จะดำเนินงานเป็นธุรกิจ Secondaries ที่แยกออกมาอย่างชัดเจนภายใน EQT ไม่ใช่เพียงกลยุทธ์การลงทุนอีกประเภทที่ถูกรวมเข้าไปในหน่วยงานเดิมของบริษัท โดย Coller นำกลยุทธ์การลงทุน Secondaries ใน Private Equity และ Credit เข้ามารวม 9 กลยุทธ์ ครอบคลุมทั้งธุรกรรมที่นำโดยผู้ลงทุนในกองทุน หรือ LP-led และธุรกรรมที่นำโดยผู้จัดการกองทุน หรือ GP-led จากประสบการณ์ดำเนินงานยาวนาน 36 ปี 2
แพลตฟอร์มรวมยังครอบคลุมกองทุนแบบปิด ผลิตภัณฑ์แบบ Evergreen ซึ่งเปิดให้ลงทุนต่อเนื่อง และโซลูชันที่ออกแบบเฉพาะสำหรับบริษัทประกัน โดยแพลตฟอร์ม Evergreen มีมูลค่าสินทรัพย์สุทธิมากกว่า 10,000 ล้านยูโร 2
หลังการรวมกิจการ EQT รายงานสินทรัพย์ภายใต้การบริหาร หรือ AUM เพิ่มเป็น 341,000 ล้านยูโร ซึ่งรวม AUM ที่สร้างรายได้จากค่าธรรมเนียม 186,000 ล้านยูโร ณ วันที่ 30 มิถุนายน 2026 2
ประโยชน์ที่ทั้งสองฝ่ายคาดหวังจึงมีสองด้าน Coller ยังคงรักษาความเชี่ยวชาญด้านการหาโอกาสลงทุน การวิเคราะห์ความเสี่ยง และการตัดสินใจลงทุน ขณะเดียวกันก็เข้าถึงฐานลูกค้า เครือข่ายจัดจำหน่าย เงินทุน และโครงสร้างการดำเนินงานของ EQT ได้มากขึ้น 2
Jeremy Coller รับตำแหน่งหัวหน้าและประธานเจ้าหน้าที่ฝ่ายการลงทุน หรือ CIO ของ Coller EQT พร้อมเข้าร่วมคณะกรรมการบริหารของ EQT 2
การจัดวางบทบาทดังกล่าวสะท้อนรูปแบบการดำเนินงานที่ดีลนี้ต้องการรักษาไว้ นั่นคือใช้ประโยชน์จากขนาดและทรัพยากรของ EQT โดยไม่ลดทอนความเป็นอิสระของทีม Coller ซึ่งเป็นปัจจัยสำคัญต่อการสร้างโอกาสลงทุนและการประเมินธุรกรรม
EQT ระบุว่ายังคงมุ่งมั่นเพิ่ม AUM ที่สร้างรายได้จากค่าธรรมเนียมของ Coller ให้เพิ่มขึ้นเป็นสองเท่าภายใน 4 ปี ขณะที่ Coller EQT ได้เริ่มเตรียมขยายไปยังสินทรัพย์ประเภทอื่นเพิ่มเติมแล้ว 2
เป้าหมายนี้แสดงให้เห็นว่า EQT มองการรวมกิจการครั้งนี้มากกว่าการซื้อสินทรัพย์หรือสิทธิทางเศรษฐกิจจากบริษัทจัดการเพียงครั้งเดียว แต่ต้องการพัฒนา Coller EQT ให้เป็นแพลตฟอร์มเติบโตที่ครอบคลุมผลิตภัณฑ์ กลุ่มลูกค้า และความต้องการด้านสภาพคล่องในตลาดไพรเวตที่หลากหลายขึ้น
Jeremy Coller เคยแสดงมุมมองว่า ในระยะยาว Secondaries อาจมีความสำคัญต่อเงินทุนเอกชนมากพอ ๆ กับ Private Equity อย่างไรก็ตาม นี่เป็นความคาดหวังเชิงกลยุทธ์จากผู้บริหาร ไม่ใช่ประมาณการตลาดที่พิสูจน์เป็นข้อเท็จจริงแล้ว การทดสอบที่ชัดเจนกว่าในระยะใกล้คือ Coller EQT จะเพิ่ม AUM ได้ตามเป้าหมายหรือไม่ ขณะเดียวกันยังรักษาความสามารถเฉพาะทางด้านการลงทุนของ Coller ไว้ได้เพียงใด
ดีลนี้ทำให้ EQT มีสถานะในตลาด Secondaries ที่กำลังเติบโตทันที แต่ความสำเร็จในระยะยาวจะขึ้นอยู่กับการดำเนินงานจริง ตัวชี้วัดสำคัญ ได้แก่ การเติบโตของ AUM ที่สร้างรายได้จากค่าธรรมเนียม การพัฒนาผลิตภัณฑ์และประเภทสินทรัพย์ใหม่ การเข้าถึงลูกค้ากลุ่มบริษัทประกันและนักลงทุนความมั่งคั่งส่วนบุคคล ตลอดจนความสามารถในการขยายธุรกิจโดยยังคงวินัยการลงทุนไว้ได้
ในทางปฏิบัติ EQT ใช้การรวมกิจการกับ Coller เพื่อเพิ่มโซลูชันด้านสภาพคล่องให้กับธุรกิจตลาดไพรเวตของตน โครงสร้างการจ่ายด้วยหุ้นช่วยให้ผู้ขายมีส่วนได้เสียร่วมกับ EQT ขณะที่เงินจ่ายเพิ่มเติมซึ่งขึ้นอยู่กับผลงานจะเชื่อมโยงราคาดีลบางส่วนเข้ากับผลลัพธ์ในอนาคต และแพลตฟอร์ม Coller EQT จะทำหน้าที่เป็นฐานเฉพาะสำหรับการขยายธุรกิจ Secondaries ของกลุ่ม 2
Studio Global AI
หน้านี้รวมคำตอบที่ได้รับการสนับสนุนจากแหล่งที่มาซึ่งคุณสามารถดำเนินการต่อภายใน Studio Global
EQT เสร็จสิ้นการรวมกิจการกับ Coller Capital มูลค่า 3.2 พันล้านดอลลาร์เมื่อวันที่ 31 สิงหาคม 2026 และจัดตั้ง Coller EQT เป็นธุรกิจ Secondaries โดยเฉพาะ
EQT เสร็จสิ้นการรวมกิจการกับ Coller Capital มูลค่า 3.2 พันล้านดอลลาร์เมื่อวันที่ 31 สิงหาคม 2026 และจัดตั้ง Coller EQT เป็นธุรกิจ Secondaries โดยเฉพาะ Jeremy Coller รับตำแหน่งหัวหน้าและประธานเจ้าหน้าที่ฝ่ายการลงทุนของ Coller EQT พร้อมเข้าร่วมคณะกรรมการบริหารของ EQT
ดีลดังกล่าวทำให้ EQT มีแพลตฟอร์มขนาดใหญ่ขึ้นสำหรับการลงทุน Secondaries ทั้งในกองทุน Private Equity และ Credit ขณะที่นักลงทุนมองหาสภาพคล่องและทางเลือกในการบริหารพอร์ตมากขึ้น