นอกจากนี้ บริษัทยังปรับเพิ่ม เงินปันผลรายไตรมาสจาก 0.01 ดอลลาร์เป็น 0.25 ดอลลาร์ต่อหุ้น ซึ่งถือเป็นการเพิ่มขึ้นอย่างมาก
การตัดสินใจดังกล่าวสะท้อนความมั่นใจของผู้บริหารว่าความต้องการโครงสร้างพื้นฐาน AI จะยังคงเติบโตต่อเนื่องในระยะยาว
แม้ผลประกอบการจะทำสถิติใหม่ แต่แนวโน้มไตรมาสถัดไปเริ่มสะท้อนภาพการเติบโตที่ “ชะลอลงเล็กน้อย”
Nvidia คาดว่ารายได้ไตรมาสหน้าจะอยู่ที่ประมาณ 91 พันล้านดอลลาร์ ซึ่งยังคงเป็นตัวเลขที่สูงมาก แต่หมายถึงอัตราการเติบโตที่ช้ากว่าไตรมาสก่อนที่เพิ่มขึ้นราว 20%
สำหรับนักลงทุน ตัวเลขนี้บ่งชี้ว่าตลาด AI ยังคงขยายตัวแรง แต่ช่วงเร่งตัวแบบก้าวกระโดดในระยะแรกอาจเริ่มเข้าสู่จังหวะที่สมดุลมากขึ้น
อีกปัจจัยหนึ่งที่ยังส่งผลต่อแนวโน้มธุรกิจคือ ข้อจำกัดด้านการส่งออกชิปขั้นสูงของสหรัฐไปยังจีน
ในการคาดการณ์รายได้ครั้งนี้ Nvidia ระบุว่า ไม่ได้รวมรายได้จากดาต้าเซ็นเตอร์ในจีน ไว้ในแนวโน้ม เนื่องจากความไม่แน่นอนจากมาตรการควบคุมการส่งออก
ผลคือจีนกลายเป็นตลาดที่มีบทบาทจำกัดมากขึ้นในธุรกิจดาต้าเซ็นเตอร์ของบริษัท
อีกข้อมูลที่น่าสนใจจากรายงานไตรมาสนี้คือ Nvidia เปิดเผยว่าบริษัทมี การถือครองการลงทุนในสตาร์ตอัปมูลค่าประมาณ 43 พันล้านดอลลาร์
การลงทุนเหล่านี้ทำให้ Nvidia ไม่ได้เป็นเพียงผู้ขายชิปสำหรับ AI เท่านั้น แต่ยังเป็น ผู้สนับสนุนทางการเงินให้กับบริษัทที่กำลังสร้างผลิตภัณฑ์และแพลตฟอร์ม AI อีกด้วย
กลยุทธ์ดังกล่าวช่วยเร่งการเติบโตของระบบนิเวศ AI และในขณะเดียวกันก็สร้างความต้องการใช้เทคโนโลยีของ Nvidia เพิ่มขึ้น
แม้จะมีสัญญาณว่าการเติบโตแบบไตรมาสต่อไตรมาสอาจชะลอลงเล็กน้อย แต่ภาพรวมของตลาดยังคงชัดเจนว่า การลงทุนในโครงสร้างพื้นฐาน AI ทั่วโลกกำลังขยายตัวอย่างรวดเร็ว
รายได้ที่ทำสถิติใหม่ ยอดขายดาต้าเซ็นเตอร์มหาศาล และกระแสเงินสดที่แข็งแกร่ง ล้วนตอกย้ำว่า Nvidia ยังคงอยู่ตรงศูนย์กลางของการขยายตัวครั้งใหญ่ของเศรษฐกิจ AI ในปัจจุบัน
Comments
0 comments