กองทุนหุ้นทั่วโลกดึงเงินลงทุนสุทธิ 1.86 หมื่นล้านดอลลาร์สหรัฐในสัปดาห์สิ้นสุด 12 ส.ค. S&P 500 ปิดทำนิวไฮที่ 7,798.99 จุดเมื่อ 13 ส.ค.
คำตอบการวิจัย

Create a landscape editorial hero image for this Studio Global article: What were the key global market movements and fund flow trends during the week ending August 12, including the size and duration of global e. Article summary: Here is a summary of the key global market movements and fund flow trends during the week ending August 12, 2026.. Topic tags: general, news, general web, user generated. Style: premium digital editorial illustration, source-backed research mood, clean composition, high detail, modern web publication hero. Use reference image context only for broad subject, composition, and topical grounding; do not copy the exact image. Avoid: logos, brand marks, copyrighted characters, real person likenesses, fake screenshots, UI text, readable text, watermarks, charts with fake numbers, clickbait thumbnails, icons, and tiny thumbnail layouts. Make it useful as an illustrativ
สัปดาห์สิ้นสุดวันที่ 12 สิงหาคม 2026 ส่งสัญญาณชัดเจนต่อตลาด: เงินเฟ้อกำลังชะลอตัว แต่ธนาคารกลางสหรัฐฯ (เฟด) ยังไม่พร้อมประกาศชัยชนะ นักลงทุนตอบรับด้วยการเทเงินลงทุน 18.62 พันล้านดอลลาร์สหรัฐเข้าสู่กองทุนหุ้นทั่วโลกติดต่อกันเป็นสัปดาห์ที่ 12 ผลักดันให้ S&P 500 ปิดที่ระดับสูงสุดเป็นประวัติการณ์ ขณะที่ราคาน้ำมันและทองคำเคลื่อนไหวในทิศทางตรงข้ามตามความคาดหวังเรื่องดอกเบี้ยและความตึงเครียดทางภูมิรัฐศาสตร์
ข้อมูลจาก LSEG Lipper ระบุว่า กองทุนหุ้นทั่วโลกดึงดูดเงินลงทุนสุทธิ 18.62 พันล้านดอลลาร์สหรัฐ ในช่วงสัปดาห์สิ้นสุด 12 ส.ค. เพิ่มขึ้นเล็กน้อยจาก 17.27 พันล้านดอลลาร์ฯ ในสัปดาห์ก่อน นับเป็น สัปดาห์ที่ 12 ติดต่อกัน ที่มีเงินไหลเข้า ได้แรงหนุนจากความ optimistic ต่อฤดูกาลรายงานผลประกอบการที่แข็งแกร่ง ตัวเลขการจ้างงานสหรัฐฯ ที่อ่อนแอกว่าคาด และเงินเฟ้อที่ชะลอตัว ซึ่งลดความคาดหวังว่าเฟดจะขึ้นดอกเบี้ย
แบ่งตามภูมิภาค: กองทุนหุ้นยุโรปนำด้วยเงินไหลเข้าสุทธิ 13.52 พันล้านดอลลาร์ฯ ซึ่งมากที่สุดนับตั้งแต่ 8 ก.ค. กองทุนหุ้นสหรัฐฯ ดึงเงิน 2.58 พันล้านดอลลาร์ฯ หลังจากสัปดาห์ก่อนหน้ามีเงินไหลออกสุทธิ 1.36 พันล้านดอลลาร์ฯ
ส่วนกองทุนหุ้นเอเชียดึงดูดเงิน 4.13 พันล้านดอลลาร์ฯ
รายละเอียดในสหรัฐฯ ตามเซกเตอร์: กองทุนหุ้นเติบโต (Growth) สหรัฐฯ ดึงเงิน 8.78 พันล้านดอลลาร์ฯ มากที่สุดในรอบสัปดาห์นับตั้งแต่พ.ย. 2024 ขณะที่กองทุนหุ้นคุณค่า (Value) มีการซื้อสุทธิ 1.79 พันล้านดอลลาร์ฯ อย่างไรก็ตาม นักลงทุนถอนเงินสุทธิ 3.78 พันล้านดอลลาร์ฯ จากกองทุนรายเซกเตอร์ นำโดย กองทุนเทคโนโลยีที่เงินไหลออก 4.62 พันล้านดอลลาร์ฯ หลังจากซื้อสุทธิต่อเนื่อง 6 สัปดาห์
กองทุนการเงิน (Financials) ก็มีเงินไหลออกสุทธิ 633 ล้านดอลลาร์ฯ เช่นกัน
สถาบัน Investment Company Institute รายงานว่ากองทุนรวมระยะยาวและ ETF มีเงินไหลเข้าโดยประมาณรวม 27.28 พันล้านดอลลาร์ฯ สำหรับสัปดาห์สิ้นสุด 5 ส.ค.
ดัชนีราคาผู้บริโภค (CPI) ที่ประกาศเมื่อ 12 ส.ค. พบว่าราคาเพิ่มขึ้น 0.1% เมื่อเทียบเดือนก่อนหน้า (ตรงตามคาดการณ์) และเพิ่มขึ้น 3.4% เมื่อเทียบปีก่อน ส่วน CPI พื้นฐาน (Core CPI) ซึ่งไม่รวมอาหารและพลังงาน เพิ่มขึ้น 0.2% จากเดือนก่อน และ 2.5% จากปีก่อน ซึ่งเป็นอัตรารายปีที่ช้าที่สุดนับตั้งแต่ช่วงที่เงินเฟ้อพุ่งหลังการระบาดใหญ่ และเข้าใกล้เป้าหมาย 2% ของเฟดมากขึ้น
รายงานดังกล่าวได้รับการมองว่าเป็นข่าวดี นักวิเคราะห์ระบุว่า "ข้อมูล CPI เป็นไปตามคาด และลดความเสี่ยงที่เฟดจะถูกบีบให้ขึ้นดอกเบี้ยในเดือนก.ย. ลงอีก" ตัวเลขที่ย่ำแย่นี้เกิดขึ้นตามหลังการลดลงอย่างไม่คาดคิดในเดือนมิ.ย. และราคาน้ำมันเบนซินที่ลดลงเป็นเดือนที่สองติดต่อกัน
อีกหนึ่งวันต่อมา ดัชนีราคาผู้ผลิต (PPI) สำหรับเดือนก.ค. ทรงตัวเมื่อเทียบกับเดือนก่อนหน้า ซึ่งต่ำกว่าคาดการณ์ที่ 0.2% ขณะที่ PPI พื้นฐาน (ไม่รวมอาหารและพลังงาน) เพิ่มขึ้น 0.2% ก็ต่ำกว่าคาดการณ์ที่ 0.3% เช่นกัน
เมื่อเทียบปีต่อปี PPI ทั่วไปชะลอตัวลงเหลือ 4.7% จาก 5.5% ในเดือนมิ.ย.
ข้อมูล PPI ที่ทรงตัวยิ่งลดความคาดหวังว่าจะมีการขึ้นดอกเบี้ยในระยะใกล้นี้ สำนักข่าวรอยเตอร์รายงานว่า "ข้อมูลดังกล่าวทำให้นักเศรษฐศาสตร์ส่วนใหญ่คาดว่า ดัชนีราคาการใช้จ่ายเพื่อการบริโภคส่วนบุคคล (PCE) ในเดือนก.ค. ก็จะออกมาในระดับปานกลางเช่นกัน"
อัตราผลตอบแทนพันธบัตรรัฐบาลสหรัฐฯ ลดลงเล็กน้อยหลังจากข้อมูลเงินเฟ้อ อัตราผลตอบแทนพันธบัตรอายุ 10 ปี ลดลงมาอยู่ที่ประมาณ 4.64%–4.66% หลังรายงาน ส่วนอัตราผลตอบแทนพันธบัตรอายุ 2 ปี ก็ลดลงเช่นกัน
ที่สำคัญยิ่งกว่านั้น ความน่าจะเป็นที่เฟดจะขึ้นดอกเบี้ยในเดือนก.ย. ร่วงลงอย่างรุนแรง ข้อมูลจาก CME FedWatch ชี้ว่า โอกาสขึ้นดอกเบี้ยก.ย. ลดลงเหลือ 38%–40% หลังประกาศ CPI จากที่เคยอยู่ที่ 48%–55% เมื่อสัปดาห์ก่อน อย่างไรก็ตาม ตลาดยังคงมองว่ามีโอกาสประมาณ 56% ที่จะขึ้นดอกเบี้ยภายในเดือนต.ค.
Schwab ระบุว่า "โอกาสที่จะมีการขึ้นดอกเบี้ยอย่างน้อยหนึ่งครั้งภายในสิ้นปียังคงอยู่ใกล้ 63%"
S&P 500 ปิดที่ ระดับสูงสุดเป็นประวัติการณ์ที่ 7,748.50 จุด ในวันพุธที่ 12 ส.ค. เพิ่มขึ้น 0.26% ในวันนั้น จากนั้นขยายผลกำไรในวันพฤหัสบดีที่ 13 ส.ค. ปิดที่ ระดับสูงสุดใหม่ที่ 7,798.99 จุด เพิ่มขึ้น 0.65% หลังจากข้อมูล PPI ที่ไม่รุนแรงตอกย้ำความคาดหวังว่าเฟดจะคงดอกเบี้ยในเดือนก.ย.
ดัชนีปรับตัวขึ้นประมาณ 13% นับตั้งแต่ต้นปี
การปรับตัวขึ้นได้แรงหนุนจากหุ้น Sandisk และหุ้นเทคโนโลยีตัวใหญ่อื่นๆ ท่ามกลางความ optimistic เกี่ยวกับ AI
น้ำมันดิบเบรนท์ เคลื่อนไหวผันผวนในช่วงใกล้ 90 ดอลลาร์สหรัฐต่อบาร์เรลช่วงต้นสัปดาห์ ท่ามกลางความตึงเครียดทางภูมิรัฐศาสตร์ รวมถึงข้อเรียกร้องใหม่ของสหรัฐฯ ต่ออิหร่าน ปิดที่ประมาณ 88.98 ดอลลาร์สหรัฐ เมื่อ 12 ส.ค.
และอยู่ที่ประมาณ 87.14 ดอลลาร์สหรัฐ ภายในวันที่ 14 ส.ค.
น้ำมันปรับตัวขึ้นประมาณ 12% ในระดับรายสัปดาห์ ช่วงก่อนหน้านี้
ทองคำ ได้ประโยชน์จากข้อมูลเงินเฟ้อที่ชะลอตัวและความคาดหวังการขึ้นดอกเบี้ยที่ลดลง ราคาทองคำ spot เพิ่มขึ้น 0.92% สู่ 4,407.12 ดอลลาร์สหรัฐต่อออนซ์ เมื่อ 12 ส.ค. ซึ่งเป็นระดับสูงสุดในรอบ 2 เดือน ขณะที่สัญญาซื้อขายล่วงหน้าทองคำสหรัฐฯ ปิดที่ 4,467.50 ดอลลาร์สหรัฐ ทองคำได้รับแรงหนุนจาก CPI ที่ไม่รุนแรงและโอกาสขึ้นดอกเบี้ยก.ย. ที่ลดลง ถึงแม้จะปรับตัวลดลงเล็กน้อยในช่วงปลายสัปดาห์
Beth Hammack ประธานธนาคารกลางสหรัฐฯ สาขาคลีฟแลนด์ ยังคงใช้น้ำเสียงที่ระมัดระวังในช่วงเวลาดังกล่าว เธอย้ำว่าแม้ข้อมูลเงินเฟ้อล่าสุดจะให้กำลังใจ แต่เฟดไม่ควรประกาศชัยชนะก่อนเวลาอันควร และจำเป็นต้องเห็นหลักฐานที่ยั่งยืนว่าแรงกดดันด้านราคาอยู่ภายใต้การควบคุมอย่างสมบูรณ์ ก่อนที่จะพิจารณาผ่อนคลายนโยบาย ความเห็นของเธอเป็นมุมมองที่ตรงกันข้ามกับการที่ตลาดปรับลดความคาดหวังเรื่องดอกเบี้ยลง
| ตัวชี้วัด | การเคลื่อนไหว | ระดับสำคัญ |
|---|---|---|
| เงินไหลเข้ากองทุนหุ้นโลก | สัปดาห์ที่ 12 ติดต่อกัน; +18.62 พันล้านดอลลาร์ฯ | สุทธิ 18.62 พันล้านดอลลาร์ฯ |
| S&P 500 | ปิดนิวไฮ (13 ส.ค.) | 7,798.99 จุด |
| อัตราผลตอบแทนพันธบัตร 10 ปี | ลดลงเล็กน้อยหลัง CPI/PPI | ~4.64%–4.66% |
| โอกาสขึ้นดอกเบี้ยก.ย. | ลดลงอย่างมาก | 38%–40% |
| โอกาสขึ้นดอกเบี้ยถึงสิ้นปี | ยังอยู่ในระดับสูง | ~63% |
| น้ำมันเบรนท์ | ผันผวน ใกล้ $90 ต้นสัปดาห์ | ~$87–$89 |
| ทองคำ | ทำจุดสูงสุดในรอบ 2 เดือน | $4,407/ออนซ์ (spot) |
สัปดาห์นี้แสดงให้เห็นว่าตลาดกำลังให้น้ำหนักกับสถานการณ์ "ซอฟต์แลนดิ้ง" มากขึ้น ซึ่งก็คือเงินเฟ้อชะลอตัวโดยไม่ทำให้เศรษฐกิจถดถอยอย่างรุนแรง แต่ท่าทีต่อไปของเฟดยังคงไม่แน่นอน เมื่อโอกาสขึ้นดอกเบี้ยภายในสิ้นปียังสูงกว่า 60% การถกเถียงว่าธนาคารกลางได้ยุติวงจรการคุมเข้มทางการเงินจริงหรือไม่นั้นยังห่างไกลจากจุดสิ้นสุด
Studio Global AI
หน้านี้รวมคำตอบที่ได้รับการสนับสนุนจากแหล่งที่มาซึ่งคุณสามารถดำเนินการต่อภายใน Studio Global
กองทุนหุ้นทั่วโลกดึงเงินลงทุนสุทธิ 1.86 หมื่นล้านดอลลาร์สหรัฐในสัปดาห์สิ้นสุด 12 ส.ค.
กองทุนหุ้นทั่วโลกดึงเงินลงทุนสุทธิ 1.86 หมื่นล้านดอลลาร์สหรัฐในสัปดาห์สิ้นสุด 12 ส.ค. S&P 500 ปิดทำนิวไฮที่ 7,798.99 จุดเมื่อ 13 ส.ค. จากข้อมูลเงินเฟ้อที่ชะลอตัว [33][39][45]
CPI เดือนก.ค. เพิ่ม 0.1% จากเดือนก่อน และ 3.4% จากปีก่อน ขณะที่ PPI ทรงตัวต่ำกว่าคาด [3][4][7][12][13]