คำตอบการวิจัย
ประเด็นสำคัญ ยอดจัดส่งอุปกรณ์สวมข้อมือทั่วโลกเพิ่มขึ้นเพียง 2.2% สู่ 47.05 ล้านเครื่อง สมาร์ทวอทช์โต 4.8% ขณะที่สายรัดข้อมือพื้นฐานร่วง 6.1% ส่งสัญญาณว่ายุคทองแห่งการเติบโตง่ายๆ กำลังจะสิ้นสุด หัวเว่ยครองส่วนแบ่ง 20.2% ด้วยกลยุทธ์ไลน์อัพครบทุกระดับและจุดเด่นเรื่องแบตเตอรี่อึด ขณะที่ Apple โต 13.2% จากโปรโมชั่นในจีน ส่วน Samsung ร่วง 20.7% เพราะตกรอบเปิดตัวเรือธงใหม่ ตลาดกำลังเข้าสู่ยุค ‘ชิงเค้กก้อนเดิม’ (stock refinement) ผู้ชนะในอนาคตคือแบรนด์ที่ ‘เป็นเจ้าของ’ การใช้งานเฉพาะทาง เช่น Garmin กับสายกีฬา ไม่ใช่แค่ส่งเครื่องขายด้วยสเปกทั่วไป What were the key findings from the Q1 2026 global wrist-worn device market report, including Huawei's market position and strategy, the per The contrasting design philosophies between endurance and raw performance are reshaping the smartwatch market. AI พรอมต์ Create a landscape editorial hero image for this Studio Global article: What were the key findings from the Q1 2026 global wrist-worn device market report, including Huawei's market position and strategy, the per. Article summary: Here are the key findings from the Q1 2026 global wrist-worn device market, based on the IDC report published June 11, 2026, and supporting analysis from TechInsights and other sources.. Topic tags: general, general web, user generated, government. Reference image context from search candidates: Reference image 1: visual subject "# SAG: Global Wrist Wearable Volumes to Decline 2% YoY in 2026, Huawei to Lead Volume, Apple to Lead Value. Basic band and watch, another subset of wrist wearable grew 7% YoY in 20" source context "SAG: Global Wrist Wearable Volumes to Decline 2% YoY in 2026 ..." Reference image 2: visual subject "#### Huawei and Apple continue to rule
openai.com ตลาดอุปกรณ์สวมข้อมือ (Wrist-Worn Device) ทั่วโลกกำลังไม่เติบโตแบบก้าวกระโดดอีกต่อไป ตามรายงานล่าสุดจาก International Data Corporation หรือ IDC ในรายงาน Worldwide Quarterly Wearable Device Tracker ประจำไตรมาสแรกของปี 2026 พบว่ายอดจัดส่งทั่วโลกอยู่ที่ 47.05 ล้านเครื่อง เพิ่มขึ้นเพียง 2.2% เมื่อเทียบกับช่วงเดียวกันของปีก่อน
ตัวเลขที่ดูเหมือนทรงๆ นี้กำลังบอกเล่าเรื่องราวสำคัญว่า ตลาดกำลังเปลี่ยนผ่านครั้งใหญ่ แบรนด์ต่างๆ กำลังถูกคัดกรองด้วยกฎใหม่ที่เน้น ‘ความแตกต่างทางกลยุทธ์’ ไม่ใช่แค่ปริมาณการขายเหมือนเดิม
คนยังถาม คำตอบสั้น ๆ สำหรับ "ตลาดอุปกรณ์สวมข้อมือ Q1 2026: หัวเว่ย, Apple และ Garmin ชนะเกมที่ช้าลงได้อย่างไร" คืออะไร ยอดจัดส่งอุปกรณ์สวมข้อมือทั่วโลกเพิ่มขึ้นเพียง 2.2% สู่ 47.05 ล้านเครื่อง สมาร์ทวอทช์โต 4.8% ขณะที่สายรัดข้อมือพื้นฐานร่วง 6.1% ส่งสัญญาณว่ายุคทองแห่งการเติบโตง่ายๆ กำลังจะสิ้นสุด
ประเด็นสำคัญที่ต้องตรวจสอบก่อนคืออะไร? ยอดจัดส่งอุปกรณ์สวมข้อมือทั่วโลกเพิ่มขึ้นเพียง 2.2% สู่ 47.05 ล้านเครื่อง สมาร์ทวอทช์โต 4.8% ขณะที่สายรัดข้อมือพื้นฐานร่วง 6.1% ส่งสัญญาณว่ายุคทองแห่งการเติบโตง่ายๆ กำลังจะสิ้นสุด หัวเว่ยครองส่วนแบ่ง 20.2% ด้วยกลยุทธ์ไลน์อัพครบทุกระดับและจุดเด่นเรื่องแบตเตอรี่อึด ขณะที่ Apple โต 13.2% จากโปรโมชั่นในจีน ส่วน Samsung ร่วง 20.7% เพราะตกรอบเปิดตัวเรือธงใหม่
ฉันควรทำอย่างไรต่อไปในทางปฏิบัติ? ตลาดกำลังเข้าสู่ยุค ‘ชิงเค้กก้อนเดิม’ (stock refinement) ผู้ชนะในอนาคตคือแบรนด์ที่ ‘เป็นเจ้าของ’ การใช้งานเฉพาะทาง เช่น Garmin กับสายกีฬา ไม่ใช่แค่ส่งเครื่องขายด้วยสเปกทั่วไป
คำตอบการวิจัย
ประเด็นสำคัญ ยอดจัดส่งอุปกรณ์สวมข้อมือทั่วโลกเพิ่มขึ้นเพียง 2.2% สู่ 47.05 ล้านเครื่อง สมาร์ทวอทช์โต 4.8% ขณะที่สายรัดข้อมือพื้นฐานร่วง 6.1% ส่งสัญญาณว่ายุคทองแห่งการเติบโตง่ายๆ กำลังจะสิ้นสุด หัวเว่ยครองส่วนแบ่ง 20.2% ด้วยกลยุทธ์ไลน์อัพครบทุกระดับและจุดเด่นเรื่องแบตเตอรี่อึด ขณะที่ Apple โต 13.2% จากโปรโมชั่นในจีน ส่วน Samsung ร่วง 20.7% เพราะตกรอบเปิดตัวเรือธงใหม่ ตลาดกำลังเข้าสู่ยุค ‘ชิงเค้กก้อนเดิม’ (stock refinement) ผู้ชนะในอนาคตคือแบรนด์ที่ ‘เป็นเจ้าของ’ การใช้งานเฉพาะทาง เช่น Garmin กับสายกีฬา ไม่ใช่แค่ส่งเครื่องขายด้วยสเปกทั่วไป What were the key findings from the Q1 2026 global wrist-worn device market report, including Huawei's market position and strategy, the per The contrasting design philosophies between endurance and raw performance are reshaping the smartwatch market. AI พรอมต์ Create a landscape editorial hero image for this Studio Global article: What were the key findings from the Q1 2026 global wrist-worn device market report, including Huawei's market position and strategy, the per. Article summary: Here are the key findings from the Q1 2026 global wrist-worn device market, based on the IDC report published June 11, 2026, and supporting analysis from TechInsights and other sources.. Topic tags: general, general web, user generated, government. Reference image context from search candidates: Reference image 1: visual subject "# SAG: Global Wrist Wearable Volumes to Decline 2% YoY in 2026, Huawei to Lead Volume, Apple to Lead Value. Basic band and watch, another subset of wrist wearable grew 7% YoY in 20" source context "SAG: Global Wrist Wearable Volumes to Decline 2% YoY in 2026 ..." Reference image 2: visual subject "#### Huawei and Apple continue to rule
openai.com ตลาดอุปกรณ์สวมข้อมือ (Wrist-Worn Device) ทั่วโลกกำลังไม่เติบโตแบบก้าวกระโดดอีกต่อไป ตามรายงานล่าสุดจาก International Data Corporation หรือ IDC ในรายงาน Worldwide Quarterly Wearable Device Tracker ประจำไตรมาสแรกของปี 2026 พบว่ายอดจัดส่งทั่วโลกอยู่ที่ 47.05 ล้านเครื่อง เพิ่มขึ้นเพียง 2.2% เมื่อเทียบกับช่วงเดียวกันของปีก่อน
ตัวเลขที่ดูเหมือนทรงๆ นี้กำลังบอกเล่าเรื่องราวสำคัญว่า ตลาดกำลังเปลี่ยนผ่านครั้งใหญ่ แบรนด์ต่างๆ กำลังถูกคัดกรองด้วยกฎใหม่ที่เน้น ‘ความแตกต่างทางกลยุทธ์’ ไม่ใช่แค่ปริมาณการขายเหมือนเดิม
คนยังถาม คำตอบสั้น ๆ สำหรับ "ตลาดอุปกรณ์สวมข้อมือ Q1 2026: หัวเว่ย, Apple และ Garmin ชนะเกมที่ช้าลงได้อย่างไร" คืออะไร ยอดจัดส่งอุปกรณ์สวมข้อมือทั่วโลกเพิ่มขึ้นเพียง 2.2% สู่ 47.05 ล้านเครื่อง สมาร์ทวอทช์โต 4.8% ขณะที่สายรัดข้อมือพื้นฐานร่วง 6.1% ส่งสัญญาณว่ายุคทองแห่งการเติบโตง่ายๆ กำลังจะสิ้นสุด
ประเด็นสำคัญที่ต้องตรวจสอบก่อนคืออะไร? ยอดจัดส่งอุปกรณ์สวมข้อมือทั่วโลกเพิ่มขึ้นเพียง 2.2% สู่ 47.05 ล้านเครื่อง สมาร์ทวอทช์โต 4.8% ขณะที่สายรัดข้อมือพื้นฐานร่วง 6.1% ส่งสัญญาณว่ายุคทองแห่งการเติบโตง่ายๆ กำลังจะสิ้นสุด หัวเว่ยครองส่วนแบ่ง 20.2% ด้วยกลยุทธ์ไลน์อัพครบทุกระดับและจุดเด่นเรื่องแบตเตอรี่อึด ขณะที่ Apple โต 13.2% จากโปรโมชั่นในจีน ส่วน Samsung ร่วง 20.7% เพราะตกรอบเปิดตัวเรือธงใหม่
ฉันควรทำอย่างไรต่อไปในทางปฏิบัติ? ตลาดกำลังเข้าสู่ยุค ‘ชิงเค้กก้อนเดิม’ (stock refinement) ผู้ชนะในอนาคตคือแบรนด์ที่ ‘เป็นเจ้าของ’ การใช้งานเฉพาะทาง เช่น Garmin กับสายกีฬา ไม่ใช่แค่ส่งเครื่องขายด้วยสเปกทั่วไป
จุดเปลี่ยนครั้งใหญ่: สมาร์ทวอทช์บูม สายรัดข้อมือซบ IDC ระบุว่าจุดอ่อนของสายรัดข้อมือมาจากหลายปัจจัย ทั้งความต้องการที่ถูกเร่งให้เกิดขึ้นก่อนหน้านี้ ต้นทุนการจัดเก็บชิ้นส่วนที่สูงขึ้น และการแข่งขันที่ดุเดือดจากสมาร์ทวอทช์ราคาต่ำกว่า 100 ดอลลาร์สหรัฐฯ ซึ่งให้ฟังก์ชันการทำงานที่มากกว่าในราคาที่ใกล้เคียงกัน
ความแตกต่างนี้ยังสร้าง ‘โครงสร้างราคารูปแบบดัมเบล (Dumbbell)’ ซึ่งตลาดเติบโตที่สองขั้ว คือรุ่นราคาต่ำกว่า 100 ดอลลาร์สหรัฐฯ ที่ขายได้ด้วยความต้องการพื้นฐาน และรุ่นพรีเมียมราคาเกิน 300 ดอลลาร์สหรัฐฯ ที่กำลังได้รับส่วนแบ่งเพิ่มขึ้นอย่างรวดเร็วจากการมีฟีเจอร์ตรวจสอบสุขภาพขั้นสูงและ AI บนตัวเครื่อง ขณะที่ตลาดระดับกลาง (Mid-range) กำลังถูกบีบอัด
ผลงานผู้ผลิต: ไตรมาสแห่งความแตกต่าง ตารางอันดับผู้ผลิตในไตรมาส 1 ปี 2026 สะท้อนกลยุทธ์ที่แตกต่างกันอย่างน่าสนใจ :
หัวเว่ย (Huawei): 9.50 ล้านเครื่อง, ส่วนแบ่ง 20.2% (ลดลง 4.6% เมื่อเทียบปีต่อปี)
ยักษ์ใหญ่เทคโนโลยีจากจีนยังคงรักษาตำแหน่งอันดับ 1 ของโลกไว้ได้ แต่ยอดจัดส่งลดลงเล็กน้อยเมื่อเทียบกับไตรมาส 1 ของปี 2025 จุดแข็งของหัวเว่ยมาจากกลยุทธ์ผลิตภัณฑ์ที่หลากหลายและการครองตลาดในจีน
Apple: 8.00 ล้านเครื่อง, ส่วนแบ่ง 17.0% (เพิ่มขึ้น 13.2% เมื่อเทียบปีต่อปี)
Apple ฟื้นตัวได้อย่างมีนัยสำคัญ ด้วยกลยุทธ์การตั้งราคาส่งเสริมการขายและโปรแกรมแลกเครื่องในตลาดจีน ซึ่งเป็นกลยุทธ์ที่ช่วยให้ Apple เติบโตและใช้ข้อได้เปรียบด้านราคาพรีเมียมเพื่อรับมือกับต้นทุนส่วนประกอบที่สูงขึ้น
เสียวหมี่ (Xiaomi): 8.00 ล้านเครื่อง, ส่วนแบ่ง 16.9% (ลดลง 6.9% เมื่อเทียบปีต่อปี)
เสียวหมี่ตามหลัง Apple อยู่เฉียดๆ แต่การพึ่งพาสายรัดข้อมือราคาถูกเป็นหลักกลายเป็นจุดอ่อนเมื่อตลาดส่วนนี้หดตัว ส่วนสมาร์ทวอทช์ทำได้ดีกว่าแต่ก็ไม่เพียงพอจะชดเชยยอดที่หายไป
Samsung: 2.70 ล้านเครื่อง, ส่วนแบ่งประมาณ 5.7% (ลดลง 20.7% เมื่อเทียบปีต่อปี)
การดิ่งลงของ Samsung ส่วนใหญ่เป็นเรื่องของจังหวะเวลา เพราะการเปิดตัวสมาร์ทวอทช์รุ่นใหม่ Galaxy Watch8 ซึ่งเป็นหัวใจของกลยุทธ์ประจำปี เกิดขึ้นนอกไตรมาสแรกของปี
Garmin: 2.40 ล้านเครื่อง, ส่วนแบ่งประมาณ 5.1% (เพิ่มขึ้น 12.7% เมื่อเทียบปีต่อปี)
การเติบโตที่โดดเด่นของ Garmin แตกต่างจากแนวโน้มตลาดโดยรวม จุดเน้นเชิงลึกที่ตลาดกีฬาอาชีพและกิจกรรมกลางแจ้ง ทำให้ Garmin สร้างอาณาจักรของตัวเองได้อย่างแข็งแกร่ง
กลยุทธ์หัวเว่ย: บันไดผลิตภัณฑ์ครบทุกระดับ ความเป็นผู้นำตลาดของหัวเว่ยไม่ได้เกิดขึ้นโดยบังเอิญ แต่เป็นผลจากกลยุทธ์พอร์ตโฟลิโอที่ครอบคลุม หัวเว่ยสร้าง ‘บันไดผลิตภัณฑ์’ ที่ครบถ้วน:
WATCH GT Runner 2 คือการกลับเข้าสู่ตลาดนาฬิกาวิ่งอาชีพอีกครั้งหลังจากห่างหายไป 5 ปี
Ultimate 2 Golf Edition เป็นผลิตภัณฑ์เฉพาะกลุ่มที่เจาะกลุ่มคนรักกอล์ฟ
Band 11 series ปิดช่องว่างด้านราคาระดับเริ่มต้นเพื่อดึงดูดผู้ใช้ครั้งแรก
ในระดับกลางและพรีเมียม Fit 5/5 Pro และ Watch Ultimate Design ช่วยเสริมพอร์ตให้สมบูรณ์ โดยมีผลิตภัณฑ์เฉพาะอย่าง WatchBuds 2 ที่เจาะกลุ่มผู้ใช้งานเฉพาะทาง
หัวใจของความสำเร็จของหัวเว่ยคือการให้ความสำคัญกับสมาร์ทวอทช์เป็นหลัก โดยประมาณ 53% ของยอดจัดส่งอุปกรณ์สวมข้อมือเป็นสมาร์ทวอทช์แท้ ทำให้หัวเว่ยเป็นผู้ผลิตเพียงรายเดียวใน 5 อันดับแรกที่อุปกรณ์ขั้นสูงคิดเป็นสัดส่วนมากกว่าสายรัดข้อมือพื้นฐาน
เบื้องหลังตัวเครื่อง: ประสิทธิภาพของหัวเว่ย ปะทะ พลังเซ็นเซอร์ของ Samsung รายงานการวิเคราะห์แยกชิ้นส่วน (Teardown) โดย TechInsights เผยให้เห็นแนวคิดทางวิศวกรรมที่แตกต่างกันอย่างสิ้นเชิง รายงานชี้ว่า ‘ระบบจอแสดงผล’ เป็นต้นทุนที่ใหญ่ที่สุดในบิลออฟแมทีเรียลส์ (BOM) ของทุกรุ่น โดยคิดเป็น 22.6% ถึง 32.3% ของต้นทุนทั้งหมด
จุดที่แบรนด์ต่างๆ แตกต่างกันคือกลยุทธ์โปรเซสเซอร์:
ปรัชญาหัวเว่ยคือประสิทธิภาพและอายุแบตเตอรี่ที่ยาวนาน ด้วยการใช้ชิปที่เน้นประสิทธิภาพและซอฟต์แวร์ที่ปรับแต่งมาเป็นอย่างดี สมาร์ทวอทช์หัวเว่ย เช่น Watch GT 4 สามารถใช้งานได้นาน 7 ถึง 14 วันต่อการชาร์จ
ปรัชญาของ Samsung คือฮาร์ดแวร์ประสิทธิภาพสูงและเซ็นเซอร์สุขภาพขั้นสูง ที่ผสานรวมกับระบบนิเวศ Galaxy อย่างแนบแน่น Samsung Galaxy Watch8 LTE ใช้ชิป Exynos W1000 ขนาด 3 นาโนเมตรของตัวเอง ซึ่งมีต้นทุนเกือบ 22% ของราคาเครื่อง เพื่อขับเคลื่อนประสบการณ์แอปที่สมบูรณ์ยิ่งขึ้น การประมวลผลเซ็นเซอร์ที่เร็วขึ้น และค่าสุขภาพที่ซับซ้อนมากขึ้น
นี่ไม่ใช่เรื่องดีหรือไม่ดี แต่เป็นการเดิมพันว่าผู้บริโภคให้คุณค่ากับอะไร: หัวเว่ยเดิมพันที่ความทนทาน ส่วน Samsung เดิมพันที่ความสามารถดิบและประสบการณ์ที่ไร้รอยต่อในระบบนิเวศ
พลวัตของตลาด: จีนเป็นหัวรถจักร ตลาดอื่นตามหลัง จีนเป็นเครื่องยนต์การเติบโตหลักของตลาดอุปกรณ์สวมข้อมือโลกในไตรมาส 1/2026 โดยจีนเพียงประเทศเดียวจัดส่งได้ 18.14 ล้านเครื่อง เพิ่มขึ้น 3.5% จากปีก่อน ภายในตลาดจีนมีรายละเอียดที่น่าสนใจ:
สมาร์ทวอทช์สำหรับผู้ใหญ่ จัดส่ง 8.88 ล้านเครื่อง เพิ่มขึ้น 15.3%
สมาร์ทวอทช์สำหรับเด็ก เป็นเซกเมนต์ที่ร้อนแรงกว่า โดยเติบโต 22.4% สู่ 4.42 ล้านเครื่อง
สายรัดข้อมือพื้นฐาน สวนทางกับแนวโน้มโลกลดลง 22.2% เหลือ 4.83 ล้านเครื่อง
ปัจจัยสำคัญสำหรับตลาดจีนคือ ‘นโยบายอุดหนุนจากภาครัฐ’ ซึ่งส่งผลให้โปรโมชั่นและสิทธิประโยชน์จากรัฐบาลเป็นปัจจัยชี้วัดความสำเร็จของแต่ละแบรนด์
สำหรับตลาดสหรัฐฯ IDC กล่าวถึงการฟื้นตัวเล็กน้อยในอเมริกาและละตินอเมริกา ขณะที่ความต้องการในภูมิภาคอื่นๆ ยังคงซบเซา
ทัศนะของ IDC: ก้าวสู่ยุค ‘Stock Refinement’ IDC มองว่าตลาดได้เข้าสู่ ‘ระยะการแข่งขันแบบชิงเค้กก้อนเดิม’ (Stock Refinement) ยุคที่การเติบโตด้วยปริมาณจากลูกค้าใหม่นั้นสิ้นสุดลงแล้ว อนาคตของตลาดจะไม่ได้ถูกกำหนดจากการหาลูกค้าใหม่ แต่จากการเพิ่มมูลค่าให้กับลูกค้าที่มีอยู่ผ่านฟีเจอร์ที่เหนือกว่า, ระบบนิเวศที่เหนียวแน่น และบริการด้านสุขภาพรูปแบบใหม่
ยอดจัดส่งอุปกรณ์สวมใส่ทั้งหมดคาดว่าจะเติบโตเพียง 2.2% ในปี 2026 และคาดว่าจะฟื้นตัวเล็กน้อยเป็น 2.8% ในปี 2027 เมื่อซัพพลายดีขึ้น
IDC ชี้ว่าตลาดกำลังแยกออกเป็นผู้ชนะและผู้แพ้ตามเกณฑ์ใหม่ :
ผู้ชนะคือผู้ที่ ‘เป็นเจ้าของ’ การใช้งานเฉพาะทาง เช่น Garmin ในสายกีฬาอาชีพ, หัวเว่ยในสายแบตเตอรี่อึด และ Apple ในสายพรีเมียมล็อกอินระบบนิเวศ
ผู้แพ้คือผู้ที่ไม่สามารถสร้างความแตกต่างได้ ยังคงพึ่งพาสเปกทั่วไปโดยไม่มีคุณค่าที่ชัดเจน
IDC ระบุว่า “ยุคของการโยนสเปกใส่กันเพื่อปริมาณนั้นผ่านพ้นไปแล้ว” การแข่งขันในระยะถัดไปจะสู้กันที่อัลกอริทึมด้านสุขภาพ ความเหนียวแน่นของระบบนิเวศ และความแตกต่างของการใช้งานในแนวตั้ง ตั้งแต่นักกีฬาอาชีพไปจนถึงการจัดการโรคเรื้อรัง
accio.com
Huawei Watch Fit 3 trends: What's driving 2025 demand?
จุดเปลี่ยนครั้งใหญ่: สมาร์ทวอทช์บูม สายรัดข้อมือซบ IDC ระบุว่าจุดอ่อนของสายรัดข้อมือมาจากหลายปัจจัย ทั้งความต้องการที่ถูกเร่งให้เกิดขึ้นก่อนหน้านี้ ต้นทุนการจัดเก็บชิ้นส่วนที่สูงขึ้น และการแข่งขันที่ดุเดือดจากสมาร์ทวอทช์ราคาต่ำกว่า 100 ดอลลาร์สหรัฐฯ ซึ่งให้ฟังก์ชันการทำงานที่มากกว่าในราคาที่ใกล้เคียงกัน
ความแตกต่างนี้ยังสร้าง ‘โครงสร้างราคารูปแบบดัมเบล (Dumbbell)’ ซึ่งตลาดเติบโตที่สองขั้ว คือรุ่นราคาต่ำกว่า 100 ดอลลาร์สหรัฐฯ ที่ขายได้ด้วยความต้องการพื้นฐาน และรุ่นพรีเมียมราคาเกิน 300 ดอลลาร์สหรัฐฯ ที่กำลังได้รับส่วนแบ่งเพิ่มขึ้นอย่างรวดเร็วจากการมีฟีเจอร์ตรวจสอบสุขภาพขั้นสูงและ AI บนตัวเครื่อง ขณะที่ตลาดระดับกลาง (Mid-range) กำลังถูกบีบอัด
ผลงานผู้ผลิต: ไตรมาสแห่งความแตกต่าง ตารางอันดับผู้ผลิตในไตรมาส 1 ปี 2026 สะท้อนกลยุทธ์ที่แตกต่างกันอย่างน่าสนใจ :
หัวเว่ย (Huawei): 9.50 ล้านเครื่อง, ส่วนแบ่ง 20.2% (ลดลง 4.6% เมื่อเทียบปีต่อปี)
ยักษ์ใหญ่เทคโนโลยีจากจีนยังคงรักษาตำแหน่งอันดับ 1 ของโลกไว้ได้ แต่ยอดจัดส่งลดลงเล็กน้อยเมื่อเทียบกับไตรมาส 1 ของปี 2025 จุดแข็งของหัวเว่ยมาจากกลยุทธ์ผลิตภัณฑ์ที่หลากหลายและการครองตลาดในจีน
Apple: 8.00 ล้านเครื่อง, ส่วนแบ่ง 17.0% (เพิ่มขึ้น 13.2% เมื่อเทียบปีต่อปี)
Apple ฟื้นตัวได้อย่างมีนัยสำคัญ ด้วยกลยุทธ์การตั้งราคาส่งเสริมการขายและโปรแกรมแลกเครื่องในตลาดจีน ซึ่งเป็นกลยุทธ์ที่ช่วยให้ Apple เติบโตและใช้ข้อได้เปรียบด้านราคาพรีเมียมเพื่อรับมือกับต้นทุนส่วนประกอบที่สูงขึ้น
เสียวหมี่ (Xiaomi): 8.00 ล้านเครื่อง, ส่วนแบ่ง 16.9% (ลดลง 6.9% เมื่อเทียบปีต่อปี)
เสียวหมี่ตามหลัง Apple อยู่เฉียดๆ แต่การพึ่งพาสายรัดข้อมือราคาถูกเป็นหลักกลายเป็นจุดอ่อนเมื่อตลาดส่วนนี้หดตัว ส่วนสมาร์ทวอทช์ทำได้ดีกว่าแต่ก็ไม่เพียงพอจะชดเชยยอดที่หายไป
Samsung: 2.70 ล้านเครื่อง, ส่วนแบ่งประมาณ 5.7% (ลดลง 20.7% เมื่อเทียบปีต่อปี)
การดิ่งลงของ Samsung ส่วนใหญ่เป็นเรื่องของจังหวะเวลา เพราะการเปิดตัวสมาร์ทวอทช์รุ่นใหม่ Galaxy Watch8 ซึ่งเป็นหัวใจของกลยุทธ์ประจำปี เกิดขึ้นนอกไตรมาสแรกของปี
Garmin: 2.40 ล้านเครื่อง, ส่วนแบ่งประมาณ 5.1% (เพิ่มขึ้น 12.7% เมื่อเทียบปีต่อปี)
การเติบโตที่โดดเด่นของ Garmin แตกต่างจากแนวโน้มตลาดโดยรวม จุดเน้นเชิงลึกที่ตลาดกีฬาอาชีพและกิจกรรมกลางแจ้ง ทำให้ Garmin สร้างอาณาจักรของตัวเองได้อย่างแข็งแกร่ง
กลยุทธ์หัวเว่ย: บันไดผลิตภัณฑ์ครบทุกระดับ ความเป็นผู้นำตลาดของหัวเว่ยไม่ได้เกิดขึ้นโดยบังเอิญ แต่เป็นผลจากกลยุทธ์พอร์ตโฟลิโอที่ครอบคลุม หัวเว่ยสร้าง ‘บันไดผลิตภัณฑ์’ ที่ครบถ้วน:
WATCH GT Runner 2 คือการกลับเข้าสู่ตลาดนาฬิกาวิ่งอาชีพอีกครั้งหลังจากห่างหายไป 5 ปี
Ultimate 2 Golf Edition เป็นผลิตภัณฑ์เฉพาะกลุ่มที่เจาะกลุ่มคนรักกอล์ฟ
Band 11 series ปิดช่องว่างด้านราคาระดับเริ่มต้นเพื่อดึงดูดผู้ใช้ครั้งแรก
ในระดับกลางและพรีเมียม Fit 5/5 Pro และ Watch Ultimate Design ช่วยเสริมพอร์ตให้สมบูรณ์ โดยมีผลิตภัณฑ์เฉพาะอย่าง WatchBuds 2 ที่เจาะกลุ่มผู้ใช้งานเฉพาะทาง
หัวใจของความสำเร็จของหัวเว่ยคือการให้ความสำคัญกับสมาร์ทวอทช์เป็นหลัก โดยประมาณ 53% ของยอดจัดส่งอุปกรณ์สวมข้อมือเป็นสมาร์ทวอทช์แท้ ทำให้หัวเว่ยเป็นผู้ผลิตเพียงรายเดียวใน 5 อันดับแรกที่อุปกรณ์ขั้นสูงคิดเป็นสัดส่วนมากกว่าสายรัดข้อมือพื้นฐาน
เบื้องหลังตัวเครื่อง: ประสิทธิภาพของหัวเว่ย ปะทะ พลังเซ็นเซอร์ของ Samsung รายงานการวิเคราะห์แยกชิ้นส่วน (Teardown) โดย TechInsights เผยให้เห็นแนวคิดทางวิศวกรรมที่แตกต่างกันอย่างสิ้นเชิง รายงานชี้ว่า ‘ระบบจอแสดงผล’ เป็นต้นทุนที่ใหญ่ที่สุดในบิลออฟแมทีเรียลส์ (BOM) ของทุกรุ่น โดยคิดเป็น 22.6% ถึง 32.3% ของต้นทุนทั้งหมด
จุดที่แบรนด์ต่างๆ แตกต่างกันคือกลยุทธ์โปรเซสเซอร์:
ปรัชญาหัวเว่ยคือประสิทธิภาพและอายุแบตเตอรี่ที่ยาวนาน ด้วยการใช้ชิปที่เน้นประสิทธิภาพและซอฟต์แวร์ที่ปรับแต่งมาเป็นอย่างดี สมาร์ทวอทช์หัวเว่ย เช่น Watch GT 4 สามารถใช้งานได้นาน 7 ถึง 14 วันต่อการชาร์จ
ปรัชญาของ Samsung คือฮาร์ดแวร์ประสิทธิภาพสูงและเซ็นเซอร์สุขภาพขั้นสูง ที่ผสานรวมกับระบบนิเวศ Galaxy อย่างแนบแน่น Samsung Galaxy Watch8 LTE ใช้ชิป Exynos W1000 ขนาด 3 นาโนเมตรของตัวเอง ซึ่งมีต้นทุนเกือบ 22% ของราคาเครื่อง เพื่อขับเคลื่อนประสบการณ์แอปที่สมบูรณ์ยิ่งขึ้น การประมวลผลเซ็นเซอร์ที่เร็วขึ้น และค่าสุขภาพที่ซับซ้อนมากขึ้น
นี่ไม่ใช่เรื่องดีหรือไม่ดี แต่เป็นการเดิมพันว่าผู้บริโภคให้คุณค่ากับอะไร: หัวเว่ยเดิมพันที่ความทนทาน ส่วน Samsung เดิมพันที่ความสามารถดิบและประสบการณ์ที่ไร้รอยต่อในระบบนิเวศ
พลวัตของตลาด: จีนเป็นหัวรถจักร ตลาดอื่นตามหลัง จีนเป็นเครื่องยนต์การเติบโตหลักของตลาดอุปกรณ์สวมข้อมือโลกในไตรมาส 1/2026 โดยจีนเพียงประเทศเดียวจัดส่งได้ 18.14 ล้านเครื่อง เพิ่มขึ้น 3.5% จากปีก่อน ภายในตลาดจีนมีรายละเอียดที่น่าสนใจ:
สมาร์ทวอทช์สำหรับผู้ใหญ่ จัดส่ง 8.88 ล้านเครื่อง เพิ่มขึ้น 15.3%
สมาร์ทวอทช์สำหรับเด็ก เป็นเซกเมนต์ที่ร้อนแรงกว่า โดยเติบโต 22.4% สู่ 4.42 ล้านเครื่อง
สายรัดข้อมือพื้นฐาน สวนทางกับแนวโน้มโลกลดลง 22.2% เหลือ 4.83 ล้านเครื่อง
ปัจจัยสำคัญสำหรับตลาดจีนคือ ‘นโยบายอุดหนุนจากภาครัฐ’ ซึ่งส่งผลให้โปรโมชั่นและสิทธิประโยชน์จากรัฐบาลเป็นปัจจัยชี้วัดความสำเร็จของแต่ละแบรนด์
สำหรับตลาดสหรัฐฯ IDC กล่าวถึงการฟื้นตัวเล็กน้อยในอเมริกาและละตินอเมริกา ขณะที่ความต้องการในภูมิภาคอื่นๆ ยังคงซบเซา
ทัศนะของ IDC: ก้าวสู่ยุค ‘Stock Refinement’ IDC มองว่าตลาดได้เข้าสู่ ‘ระยะการแข่งขันแบบชิงเค้กก้อนเดิม’ (Stock Refinement) ยุคที่การเติบโตด้วยปริมาณจากลูกค้าใหม่นั้นสิ้นสุดลงแล้ว อนาคตของตลาดจะไม่ได้ถูกกำหนดจากการหาลูกค้าใหม่ แต่จากการเพิ่มมูลค่าให้กับลูกค้าที่มีอยู่ผ่านฟีเจอร์ที่เหนือกว่า, ระบบนิเวศที่เหนียวแน่น และบริการด้านสุขภาพรูปแบบใหม่
ยอดจัดส่งอุปกรณ์สวมใส่ทั้งหมดคาดว่าจะเติบโตเพียง 2.2% ในปี 2026 และคาดว่าจะฟื้นตัวเล็กน้อยเป็น 2.8% ในปี 2027 เมื่อซัพพลายดีขึ้น
IDC ชี้ว่าตลาดกำลังแยกออกเป็นผู้ชนะและผู้แพ้ตามเกณฑ์ใหม่ :
ผู้ชนะคือผู้ที่ ‘เป็นเจ้าของ’ การใช้งานเฉพาะทาง เช่น Garmin ในสายกีฬาอาชีพ, หัวเว่ยในสายแบตเตอรี่อึด และ Apple ในสายพรีเมียมล็อกอินระบบนิเวศ
ผู้แพ้คือผู้ที่ไม่สามารถสร้างความแตกต่างได้ ยังคงพึ่งพาสเปกทั่วไปโดยไม่มีคุณค่าที่ชัดเจน
IDC ระบุว่า “ยุคของการโยนสเปกใส่กันเพื่อปริมาณนั้นผ่านพ้นไปแล้ว” การแข่งขันในระยะถัดไปจะสู้กันที่อัลกอริทึมด้านสุขภาพ ความเหนียวแน่นของระบบนิเวศ และความแตกต่างของการใช้งานในแนวตั้ง ตั้งแต่นักกีฬาอาชีพไปจนถึงการจัดการโรคเรื้อรัง
accio.com
Huawei Watch Fit 3 trends: What's driving 2025 demand?