ในเดือนพฤษภาคม 2026 อัตราการใช้รถยนต์พลังงานใหม่ (NEV) ในจีนพุ่งแตะจุดสูงสุดเป็นประวัติการณ์ที่ 62.9% นับเป็นเดือนแรกที่ไม่มีรถยนต์เครื่องยนต์สันดาปภายใน (ICE) แม้แต่คันเดียวติดอยู่ใน 16 อันดับรถยนต์นั่งส่วนบุคคลที่ขา... แม้ตลาดรถยนต์โดยรวมจะหดตัวลง 22.1% เมื่อเทียบกับปีก่อน เหลือ 1.51 ล้านคัน แต่การเปลี่ยนผ่านสู่ E...

Create a landscape editorial hero image for this Studio Global article: What were the key findings from China's auto market in May 2026, including the all-electric top 16 best-selling models, the record 62.9% NEV. Article summary: Here are the key findings from China's auto market in May 2026, based on CPCA data reported across multiple sources:. Topic tags: general, general web, user generated. Reference image context from search candidates: Reference image 1: visual subject "New energy vehicles accounted for a record 62.9 percent of China's passenger vehicle sales in May, marking another milestone in the country's transition toward electrification. Of" source context "China NEV share hits record 62.9% in May - Chinadaily.com.cn" Reference image 2: visual subject "New energy vehicles accounted for a record 62.9 percent of China's passenger vehicle sales in May, marking another milestone
ข้อมูลจากสมาคมรถยนต์นั่งส่วนบุคคลแห่งประเทศจีน (CPCA) ประจำเดือนพฤษภาคม 2026 เผยให้เห็นภาพของตลาดที่ก้าวข้ามจุดที่ไม่อาจหวนกลับได้แล้ว ในขณะที่ปัจจัยลบทางเศรษฐกิจฉุดให้ยอดขายปลีกรถยนต์นั่งส่วนบุคคลโดยรวมลดลง 22.1% เมื่อเทียบกับปีก่อน เหลือ 1.51 ล้านคัน แต่กลุ่มรถยนต์เครื่องยนต์สันดาปภายใน (ICE) กลับเป็นฝ่ายที่รับผลกระทบหนักที่สุด โดยมียอดขายหดตัวถึง 39%
ผลลัพธ์ที่ตามมาคือประวัติศาสตร์หน้าใหม่: เป็นครั้งแรกที่รถยนต์ขายดี 16 อันดับแรกในจีนทั้งหมดเป็นรถยนต์พลังงานใหม่ (NEV) ซึ่งทำให้รถยนต์ที่ใช้น้ำมันถูกกวาดออกจากกระดานผู้นำอย่างสิ้นเชิง
ยอดขายปลีก NEV แตะที่ 950,000 คัน ลดลง 7.5% จากปีก่อน แต่เพิ่มขึ้นอย่างมีนัยสำคัญ 12.4% จากเดือนเมษายน ส่งผลให้อัตราการใช้ NEV ในตลาดค้าปลีก (NEV retail penetration rate) พุ่งขึ้นสู่จุดสูงสุดตลอดกาลที่ 62.9% ซึ่งเป็นการกระโดดขึ้นถึง 9.9 จุดเปอร์เซ็นต์จากปีก่อนหน้า
สิบอันดับรถยนต์ที่ขายดีที่สุด ซึ่งตอนนี้เป็น NEV ทั้งหมด ถูกครอบครองโดยรถยนต์ไฟฟ้าขนาดเล็กราคาย่อมเยาและแบรนด์พรีเมียมทั้งจากจีนและต่างประเทศผสมผสานกัน โดย Geely Xingyuan รถยนต์ไฟฟ้าแฮทช์แบคที่ราคาเอื้อมถึงได้ ยังคงครองอันดับหนึ่งต่อไป ในขณะที่ Tesla Model Y ฟื้นตัวอย่างแข็งแกร่ง
ตั้งแต่อันดับ 11 ถึง 16 ก็ล้วนเป็นรถยนต์ NEV เช่นกัน ซึ่งรวมถึง BYD Qin Plus, BYD Yuan Plus (Atto 3) และรุ่นอื่นๆ เป็นการปิดฉากอย่างสมบูรณ์ การที่ Geely Xingyuan จบที่หนึ่งด้วยส่วนต่าง 9,840 คันเหนือ Tesla Model Y อันดับสอง เป็นการตอกย้ำความโดดเด่นของรถยนต์ไฟฟ้าในประเทศราคาย่อมเยา
BYD ผู้ผลิต NEV รายใหญ่ที่สุดของจีน ยุติช่วงขาลงของยอดขายที่ลดลงเมื่อเทียบกับปีก่อนติดต่อกันนาน 8 เดือน ด้วยยอดขาย NEV ทั้งหมด 383,453 คัน (รวมรถเพื่อการพาณิชย์) เพิ่มขึ้นเพียงเล็กน้อย 0.26% อย่างไรก็ตาม เสถียรภาพในภาพรวมนี้ได้บดบังความแตกต่างอย่างมากระหว่างผลงานในประเทศและต่างประเทศ
ยอดส่งมอบในประเทศดิ่งลงประมาณ 24% เหลืออยู่ที่ราว 222,000 คัน ในขณะที่บริษัทต้องต่อสู้กับสงครามราคาที่ดุเดือดและบั่นทอนกำไร ในทางตรงกันข้าม การส่งออกไปยังต่างประเทศพุ่งขึ้นกว่า 80% เมื่อเทียบกับปีก่อน แตะสถิติสูงสุดที่มากกว่า 160,000 คัน และเป็นครั้งแรกที่คิดเป็นสัดส่วนมากกว่า 42% ของปริมาณการขายทั้งหมดต่อเดือนของ BYD
การเปลี่ยนทิศทางไปสู่การส่งออกนี้เป็นไปในเชิงโครงสร้าง โดยทุกๆ คันของการฟื้นตัวของ BYD ในเดือนพฤษภาคม ล้วนถูกผลิตขึ้นเพื่อการส่งออกนอกประเทศจีนทั้งสิ้น
โดยเฉพาะอย่างยิ่งยอดขายรถยนต์ NEV นั่งส่วนบุคคลของบริษัทมีจำนวน 376,990 คัน ซึ่งโดยพื้นฐานแล้วทรงตัวเมื่อเทียบกับปีก่อน แต่เพิ่มขึ้นอย่างมากถึง 19.4% จากเดือนเมษายน
อัตราการใช้ NEV ในตลาดที่ 62.9% ถือเป็นเหตุการณ์สำคัญที่ไม่ได้เกิดขึ้นจากยอดขาย EV ที่พุ่งสูงขึ้นเพียงอย่างเดียว แต่เป็นผลมาจากการล่มสลายที่เร่งตัวขึ้นของตลาดรถยนต์เชื้อเพลิงแบบดั้งเดิม ยอดขายปลีกรถยนต์นั่งส่วนบุคคลที่ใช้เชื้อเพลิงแบบดั้งเดิม ลดลงเหลือเพียง 560,000 คันในเดือนพฤษภาคม ซึ่งเป็นการลดลงอย่างหายนะถึง 39% เมื่อเทียบกับปีก่อน การเปลี่ยนแปลงนี้เป็นความต่อเนื่องของแนวโน้มที่ชัดเจนซึ่งพบในเดือนเมษายน ซึ่งมีรถยนต์ ICE เพียงรุ่นเดียวคือ Geely Coolray ที่ยังคงอยู่ในสิบอันดับแรก
แต่เมื่อถึงเดือนพฤษภาคม การกวาดล้างก็เสร็จสมบูรณ์
ข้อมูลชี้ให้เห็นว่า ถึงแม้ตลาดรถยนต์โดยรวมจะหดตัวอย่างรุนแรง แต่อุปสงค์ของผู้บริโภคภายในตลาดนั้นกลับมุ่งไปที่ NEV อย่างท่วมท้น ฐานยอดขายของรถยนต์ ICE ที่ลดลงคือสิ่งที่ผลักดันให้อัตราการใช้ NEV พุ่งขึ้นสู่จุดสูงสุดใหม่ในทางคณิตศาสตร์ ซึ่งแสดงถึงการลดลงในเชิงโครงสร้างของรถยนต์ใช้น้ำมันมากกว่าการลดลงตามวัฏจักร
ในขณะที่ตลาดในประเทศมีการแข่งขันสูงขึ้นและเข้าสู่ภาวะอิ่มตัว การส่งออก NEV ของจีนก็มีบทบาทสำคัญอย่างยิ่งสำหรับผู้ผลิตรถยนต์ ในเดือนพฤษภาคม การส่งออกรถยนต์ NEV นั่งส่วนบุคคลของจีนเพิ่มขึ้นมากกว่าสองเท่าเมื่อเทียบกับปีก่อน โดยพุ่งขึ้น 112.6% ไปสู่ระดับ 424,000 คัน ส่วนนี้คิดเป็นสัดส่วนสูงสุดเป็นประวัติการณ์ที่ 54.1% ของการส่งออกรถยนต์นั่งส่วนบุคคลทั้งหมดจากจีน เพิ่มขึ้น 9.5 จุดเปอร์เซ็นต์จากปีก่อน
รถยนต์ไฟฟ้าแบบแบตเตอรี่ (BEV) เป็นแกนหลัก คิดเป็น 59.3% ของการส่งออกเหล่านี้ แม้ว่าจะลดลงเล็กน้อยจาก 66.1% ในปีก่อน เนื่องจากรถยนต์ปลั๊กอินไฮบริด (PHEV) ได้รับความนิยมในระดับนานาชาติมากขึ้น
นอกเหนือจากชาร์ตยอดขายของยักษ์ใหญ่ที่มั่นคงแล้ว กลุ่มสตาร์ทอัปรถยนต์ EV จีนหลายรายยังทำผลงานได้อย่างยอดเยี่ยมหรือทำลายสถิติในเดือนพฤษภาคม ซึ่งแสดงให้เห็นถึงแรงผลักดันในการเติบโตที่แข็งแกร่ง:
ตัวเลขเหล่านี้เน้นย้ำถึงการสลับตำแหน่งในหมู่แบรนด์ EV ท้องถิ่นของจีน ซึ่งวงจรผลิตภัณฑ์ที่ดุดันและกลยุทธ์การส่งออกที่แข็งแกร่งกำลังสร้างผู้ชนะที่ชัดเจน
Studio Global AI
Use this topic as a starting point for a fresh source-backed answer, then compare citations before you share it.
ในเดือนพฤษภาคม 2026 อัตราการใช้รถยนต์พลังงานใหม่ (NEV) ในจีนพุ่งแตะจุดสูงสุดเป็นประวัติการณ์ที่ 62.9% นับเป็นเดือนแรกที่ไม่มีรถยนต์เครื่องยนต์สันดาปภายใน (ICE) แม้แต่คันเดียวติดอยู่ใน 16 อันดับรถยนต์นั่งส่วนบุคคลที่ขา...
ในเดือนพฤษภาคม 2026 อัตราการใช้รถยนต์พลังงานใหม่ (NEV) ในจีนพุ่งแตะจุดสูงสุดเป็นประวัติการณ์ที่ 62.9% นับเป็นเดือนแรกที่ไม่มีรถยนต์เครื่องยนต์สันดาปภายใน (ICE) แม้แต่คันเดียวติดอยู่ใน 16 อันดับรถยนต์นั่งส่วนบุคคลที่ขา... แม้ตลาดรถยนต์โดยรวมจะหดตัวลง 22.1% เมื่อเทียบกับปีก่อน เหลือ 1.51 ล้านคัน แต่การเปลี่ยนผ่านสู่ EV เกิดขึ้นอย่างรวดเร็วและชัดเจน โดยยอดขายรถยนต์ ICE ดิ่งลงถึง 39% ตอกย้ำการล่มสลายเชิงโครงสร้างของตลาดรถยนต์แบบดั้งเดิม
BYD ยุติภาวะยอดขายลดลงต่อเนื่องนาน 8 เดือน ด้วยยอดขายที่เพิ่มขึ้นเล็กน้อย 0.26% จากปีก่อน แต่การเติบโตนี้มาจากการส่งออกที่พุ่งสูงเป็นประวัติการณ์ถึง 80.4% ทั้งหมด