รายได้รวมของ Nexon ใน Q2 2026 อยู่ที่ 1.21 แสนล้านเยน เพิ่มขึ้นเล็กน้อย 2% จากปีก่อน และสูงกว่ากรอบที่ผู้บริหารคาดการณ์ไว้ที่ประมาณ 1.20 แสนล้านเยน อย่างไรก็ตาม หากคิดจากอัตราแลกเปลี่ยนคงที่ (Constant Currency) รายได้กลับลดลง 6% ซึ่งสะท้อนถึงผลกระทบจากความอ่อนค่าของเงินเยน
กำไรจากการดำเนินงานอยู่ที่ 3.13 หมื่นล้านเยน ลดลง 17% จากปีก่อน แต่ยังสูงกว่ากรอบคาดการณ์ของบริษัทที่ 1.61–2.53 หมื่นล้านเยน และสูงกว่าที่นักวิเคราะห์คาดไว้ที่ประมาณ 2.40 หมื่นล้านเยน
ตัวเลขที่น่าจับตามองคือ กำไรสุทธิส่วนที่เป็นของผู้ถือหุ้นบริษัทใหญ่ เพิ่มขึ้นถึง 77% แตะที่ 2.96 หมื่นล้านเยน ซึ่งได้แรงหนุนจากกำไรที่แข็งแกร่งของแฟรนไชส์ MapleStory และการขาดทุนจากอัตราแลกเปลี่ยนที่ลดลง
รายได้จำแนกตามประเภท:
ดาวเด่นของ Nexon ใน Q2 คือแฟรนไชส์ MapleStory อย่างไม่ต้องสงสัย โดยรายได้พุ่งขึ้น 63% เมื่อเทียบกับปีก่อน และทำสถิติรายได้สูงสุดในไตรมาสเดียวเท่าที่เคยมีมา การเติบโตนี้ได้แรงหนุนจากอัปเดตคอนเทนต์ที่แข็งแกร่งในเกาหลี การขยายตัวของ MapleStory Worlds และผลงานของ MapleStory: Idle RPG
ผู้บริหารคาดว่า MapleStory จะยังคงขับเคลื่อนการเติบโตต่อไป โดยคาดการณ์รายได้ใน Q3 จะโตประมาณ 40% YoY อีกครั้ง
ARC Raiders เกมใหม่ของ Nexon สร้างรายได้ใน Q2 อยู่ที่ 1.83 หมื่นล้านเยน คิดเป็นสัดส่วนประมาณ 15% ของรายได้รวมในไตรมาสนั้น ความสำเร็จในระดับโลกของเกมนี้เป็นปัจจัยสำคัญที่ทำให้รายได้สูงเกินคาด
แฟรนไชส์หลักบางเกมของ Nexon กลับมีผลงานที่อ่อนแอลง โดยรายได้จาก Dungeon & Fighter และแฟรนไชส์ FC (FIFA Online) ปรับตัวลดลงเมื่อเทียบกับปีก่อน ซึ่งส่วนหนึ่งหักล้างการเติบโตจาก MapleStory และ ARC Raiders การฟื้นตัวที่ช้ากว่าที่คาดของ Dungeon & Fighter ถูกระบุว่าเป็นสาเหตุหนึ่งที่ทำให้แนวโน้ม Q3 ต่ำกว่าความคาดหมาย
Nexon ประกาศจ่ายปันผลพิเศษในอัตรา 415 เยนต่อหุ้น รวมเป็นเงินประมาณ 3.24 แสนล้านเยน (ราว 2,000 ล้านดอลลาร์สหรัฐ) โดยเงินทุนดังกล่าวมาจากเงินสดสำรองของบริษัทที่มีอยู่ถึง 8.42 แสนล้านเยน นอกจากนี้ บริษัทเพิ่งเสร็จสิ้นโครงการซื้อหุ้นคืนในช่วงต้นเดือนสิงหาคมที่ผ่านมา
ผู้บริหารระบุว่าเงินสดที่มีอยู่นั้นเพียงพอต่อการรองรับโอกาสการเติบโตในอนาคต และการประกาศปันผลพิเศษครั้งนี้เป็นส่วนหนึ่งของแผนคืนทุนให้ผู้ถือหุ้น