เพลงชาติบอสเนียและเฮอร์เซโกวีนาบรรเลงโดย อเล็กซานดาร์ กาจิช นักไวโอลินเชื้อสายเซอร์เบีย-แคนาดา ภาพที่น่าจดจำอื่นๆ ในงานรวมถึงหุ่นกวางมูสยักษ์ และสนามที่ถูกแต่งแต้มด้วยสีแดง ขาว และทอง ดุจเดียวกับธงชาติแคนาดา
บัตรชมเกมที่โตรอนโตขายหมดเกลี้ยงด้วยจำนวนผู้ชม 43,002 คน แน่นอนว่ารวมถึงบุคคลมีชื่อเสียงด้วย ไรอัน เรย์โนลด์ส ถูกพบเห็นขณะเชียร์แคนาดาอย่างสุดใจ ขณะที่ทอม ครูซ, เดวิด เบ็คแฮม, ไมค์ ไมเยอร์ส, และ จอร์จ ลูคัส (ที่มากับภรรยา) ก็เป็นส่วนหนึ่งของคนดังที่ถูกพบเห็นในสนามเช่นเดียวกัน
เกมนัดเปิดสนามกลุ่ม B เริ่มเตะในเวลา 15.00 น. ตามเวลาท้องถิ่น ควบคุมโดยผู้ตัดสิน ฟาคุนโด เตลโล จากอาร์เจนตินา นี่เป็นการพบกันครั้งแรกของทั้งสองทีม
แคนาดาลงสนามด้วยสถิติในฟุตบอลโลกที่ชนะ 0 แพ้ 6 ส่วนบอสเนียฯ เองก็ต้องการชัยชนะนัดแรกในฟุตบอลโลกเช่นกัน
นาทีที่ 21 โจโว ลูคิช ฉวยโอกาสจากจังหวะสวนกลับขึ้นนำ 1-0 ให้ทีมเยือน (บางรายงานช่วงแรกอาจลงว่าเป็นนาทีที่ 19 แต่เวลาอย่างเป็นทางการคือ 21'
) การตกเป็นรองตั้งแต่ต้นเกมทำเอาแฟนเจ้าบ้านใจหายใจคว่ำสำหรับทีมที่แพ้ฟุตบอลโลกมาแล้วถึง 6 นัด
เฮดโค้ช เจสซี มาร์ช ตัดสินใจส่งตัวสำรองลงสนามในครึ่งหลัง และหนึ่งในนั้นคือกองหน้า ไซล์ ลาริน ที่ใช้เวลาเพียงชั่วพริบตาในการเขียนประวัติศาสตร์ใหม่ให้แคนาดา ในนาทีที่ 78 ลารินยิงลูกฮาล์ฟวอลเล่ย์จ่อเสาแรกผ่านมือผู้รักษาประตู นิโคล่า วาซิลจ์ ตุงตาข่าย พร้อมเสียงเฮลั่นสนาม ตามตีเสมอเป็น 1–1 ประตูประวัติศาสตร์นี้เกิดขึ้นหลังจากลารินลงสนามมาได้เพียง 2 นาทีกว่าๆ เท่านั้น
เพื่อนร่วมทีม พรอมิส เดวิด เป็นคนจ่ายบอลให้ลาริน จากจังหวะที่ อิสมาอีล โกเน พาบอลขึ้นมาอย่างน่าประทับใจ ประตูนี้ไม่เพียงแต่ตีเสมอ แต่ยังเป็นประตูแรกของแคนาดาในฟุตบอลโลกที่ยิงได้บนผืนแผ่นดินเกิดอีกด้วย
ช่วงทดเวลาบาดเจ็บ แคนาดาเกือบได้ประตูชัยจากโอกาสของ โจนาธาน เดวิด และ ทานิ โอลูวาเซยี รวมถึงลารินที่เกือบจะยิงได้อีกครั้ง แต่สุดท้ายเกมก็จบลงด้วยสกอร์ 1–1
ผลเสมอครั้งนี้มีนัยสำคัญหลายประการ:
ก่อนหน้านี้แคนาดาเกือบจะสร้างชื่อในฟุตบอลโลกได้แล้ว — เส้นทางของพวกเขาในการคัดเลือกไปฟุตบอลโลก 2022 ภายใต้การนำของ จอห์น เฮิร์ดแมน เคยดึงดูดความสนใจมาแล้ว และทีมที่เข้าแข่งขันในปี 2026 ก็มาในฐานะทีมที่มีอันดับโลกสูงขึ้นและมีความคาดหวังที่แท้จริง ทีมของเจสซี มาร์ชมีรากฐาน ไม่ว่าจะเล็กน้อยเพียงใด ที่จะต่อยอดไปสู่การผลักดันตัวเองเข้าสู่รอบน็อคเอาท์
แคนาดาเป็นหนึ่งในสามเจ้าภาพร่วมฟุตบอลโลก 2026 ร่วมกับเม็กซิโกและสหรัฐอเมริกา การจัดพิธีเปิดแยกกัน โดยแคนาดาจัดในวันที่ 11-12 มิถุนายน เป็นการเปลี่ยนแปลงจากประเพณีการมีงานเดี่ยวครั้งยิ่งใหญ่ในทัวร์นาเมนต์ก่อนๆ การแสดงอัตลักษณ์ของแคนาดา ที่ฝ่ายจัดการแข่งขันอธิบายว่าเป็น "ภาพโมเสกทางวัฒนธรรม" มีจุดมุ่งหมายให้แตกต่างจากโมทีฟ 'กระดาษโปรย' ของเม็กซิโก และคอนเซปต์ "ถ้วยรางวัลที่เปล่งประกายแวววาว" ของสหรัฐฯ
สนามบีเอ็มโอ ฟิลด์ จะเป็นเจ้าภาพจัดการแข่งขันในกลุ่ม B อีกหลายนัด ก่อนที่ทัวร์นาเมนต์จะเข้าสู่รอบน็อคเอาท์ซึ่งจะกระจายไปจัดใน 16 สนามทั่วอเมริกาเหนือ การเป็นเจ้าภาพร่วมและการขยายทีมจาก 32 เป็น 48 ทีมเป็นครั้งแรก ทำให้ฟุตบอลโลกครั้งนี้เป็นทัวร์นาเมนต์ที่ใหญ่ที่สุดในประวัติศาสตร์
นัดต่อไปของแคนาดามีความสำคัญอย่างยิ่งยวด ชัยชนะเหนือกาตาร์หรือสวิตเซอร์แลนด์อาจส่งให้พวกเขาผ่านเข้าสู่รอบ 16 ทีมสุดท้าย ซึ่งเป็นสิ่งที่ฟุตบอลชายทีมชาติแคนาดาไม่เคยทำได้มาก่อน และสำหรับตอนนี้ ผลเสมอในวันที่ 12 มิถุนายน ถือเป็นจุดเปลี่ยนสำคัญที่พวกเขารอคอยมาเกือบ 40 ปี
Comments
0 comments