ผลตอบแทนเฉลี่ยจากการ Stake ลดลงมาอยู่ที่ 2.84% เนื่องจากมีผู้เข้าร่วมระบบมากขึ้น ทำให้ผลตอบแทนถูกเฉลี่ยเจือจาง แม้ในอีกด้านหนึ่งจะช่วยเพิ่มการมีส่วนร่วมและความปลอดภัยของเครือข่าย ขณะที่ข้อมูล on-chain จากบางแหล่งประเมินตัวเลขไว้สูงกว่าเล็กน้อยที่ประมาณ 40.9 ล้าน ETH หรือ 33.5% ของอุปทาน
การเพิ่มขึ้นครั้งนี้มาจากเงินลงทุนของสถาบันเป็นหลัก โดยเฉพาะผลิตภัณฑ์ ETF ที่รองรับการ Stake กองทุนคลังของบริษัท และผู้ถือครองรายใหญ่ กล่าวได้ว่า ETH ราว 1 ใน 3 ถูกนำไปใช้ช่วยรักษาความปลอดภัยของเครือข่าย แทนที่จะวางอยู่บนกระดานเทรดเพื่อรอการขาย
ในช่วงปลายเดือนกรกฎาคม 2026 Ethereum มีจำนวนกระเป๋าแบบ non-empty wallet หรือกระเป๋าที่มี ETH เหลืออยู่มากกว่า 200 ล้านใบเป็นครั้งแรก ตามข้อมูลของ Santiment
ตัวเลขดังกล่าวเพิ่มขึ้นมากกว่าเท่าตัวจากประมาณ 100 ล้านใบในช่วงต้นปี 2021 และสูงกว่าฐานที่อยู่ของ Bitcoin ซึ่งอยู่ที่ราว 50–60 ล้านใบอย่างมีนัยสำคัญ โดย Ethereum มีจำนวนมากกว่ากว่า 230%
การเติบโตนี้สะท้อนกิจกรรมที่หลากหลายบนเครือข่าย ทั้งการเงินแบบกระจายศูนย์ หรือ DeFi ตลาด NFT และการใช้งาน Stablecoin แม้ราคา ETH จะยังเคลื่อนไหวในกรอบแคบ นักวิเคราะห์มองว่าฐานผู้ใช้ยังคงขยายตัว แม้ตลาดโดยรวมเผชิญความกังวลและมุมมองเชิงลบ
อย่างไรก็ตาม จำนวนกระเป๋าไม่ได้เท่ากับจำนวนผู้ใช้งานจริงโดยตรง เพราะบุคคลหนึ่งรายอาจถือครองหลายกระเป๋าได้ ดังนั้นตัวเลขนี้จึงควรใช้เป็นเครื่องชี้วัดการกระจายตัวของสินทรัพย์และกิจกรรมบนเครือข่าย มากกว่าจะตีความว่าเป็นจำนวนผู้ใช้รายบุคคล
ข้อมูลจาก Arkham Intelligence ระบุว่า ในสัปดาห์วันที่ 29 กรกฎาคม ลูกค้าของ BlackRock ขายกองทุน iShares Bitcoin Trust หรือ IBIT มูลค่าประมาณ 60 ล้านดอลลาร์ และซื้อผลิตภัณฑ์ที่อิงกับ Ethereum หรือ ETHA มากกว่า 20 ล้านดอลลาร์
ความเคลื่อนไหวนี้ถูกมองว่าเป็นการปรับสัดส่วนการลงทุนจาก BTC ไปยัง ETH แบบมีเป้าหมาย มากกว่าจะเป็นการลดความเสี่ยงจากสินทรัพย์ดิจิทัลทั้งหมด
การโยกเงินเกิดขึ้นหลังจากตลาด Bitcoin ETF ในสหรัฐฯ เผชิญเดือนมิถุนายนที่หนักหน่วง โดยมีเงินไหลออกสุทธิมากกว่า 4,000 ล้านดอลลาร์ ซึ่งถือเป็นผลงานรายเดือนที่แย่ที่สุดนับตั้งแต่ผลิตภัณฑ์ดังกล่าวเปิดตัวในเดือนมกราคม 2024 และ IBIT คิดเป็นประมาณ 73% ของยอดไถ่ถอนดังกล่าว
ฝั่ง Ethereum ETF เริ่มเห็นแรงซื้อกลับ โดย Spot Ethereum ETF มีเงินไหลเข้าสุทธิประมาณ 342.9 ล้านดอลลาร์ตลอดเดือนกรกฎาคม
ระหว่างวันที่ 29–30 กรกฎาคม ระบบติดตามของ Lookonchain และ EmberCN ตรวจพบกระเป๋าที่ระบุด้วยที่อยู่ขึ้นต้นว่า 0x2d59 ถอน ETH จำนวน 40,000 เหรียญ มูลค่าประมาณ 76.58 ล้านดอลลาร์จาก Binance ผ่าน 2 ธุรกรรม
การถอน ETH จำนวนมากออกจากกระดานเทรดทำให้สภาพคล่องฝั่งขายลดลง และนักวิเคราะห์จำนวนหนึ่งตีความว่าเป็นสัญญาณการสะสมของวาฬ อย่างไรก็ตาม จุดประสงค์ที่แท้จริงของเจ้าของกระเป๋ายังไม่เป็นที่ยืนยัน จึงไม่ควรถือว่าการถอนออกจากกระดานเทรดเป็นหลักฐานว่าราคาจะปรับขึ้นแน่นอน
นอกจากนี้ ยังมีกระเป๋าวาฬอีกแห่งที่ขึ้นต้นด้วย 0x2684 ซึ่งทยอยถอนสินทรัพย์จาก Binance ตั้งแต่วันที่ 30 มิถุนายน รวมเป็น ETH 49,407 เหรียญ มูลค่าประมาณ 84.3 ล้านดอลลาร์ และ 250 WBTC มูลค่าประมาณ 15.66 ล้านดอลลาร์
ในวันครบรอบ Ethereum ราคา ETH เคลื่อนไหวใกล้ระดับ 1,920–1,930 ดอลลาร์ เพิ่มขึ้นประมาณ 30% จากจุดต่ำสุดช่วงปลายเดือนมิถุนายนที่ 1,540 ดอลลาร์ แต่ยังต่ำกว่าจุดสูงสุดตลอดกาลที่ 4,951.66 ดอลลาร์ ซึ่งทำไว้ในเดือนสิงหาคม 2025 ราว 61%
ภาพที่เกิดขึ้นจึงเป็นความแตกต่างระหว่างราคาและพื้นฐานบนเครือข่ายอย่างชัดเจน กล่าวคือ จำนวนผู้ถือครองและ ETH ที่ถูกนำไป Stake ยังคงเพิ่มขึ้น ขณะที่ราคายังฟื้นตัวได้ไม่เต็มที่
แต่สถิติ on-chain และกระแสเงินเข้า ETF ไม่ได้เป็นหลักประกันว่าราคาจะพุ่งขึ้นทันที ปัจจัยมหภาค เช่น ทิศทางนโยบายของธนาคารกลางสหรัฐฯ ก็ยังมีผลต่อสภาพคล่องและการตัดสินใจของนักลงทุน
การอัปเกรด Hard Fork ครั้งถัดไปของ Ethereum ในชื่อ Glamsterdam อยู่ระหว่างการทดสอบขั้นสุดท้าย และมีกำหนดเปิดใช้งานบน Mainnet ในช่วงกันยายน–ตุลาคม 2026
ฟีเจอร์สำคัญของการอัปเกรด ได้แก่
การเปลี่ยนแปลงเหล่านี้มีเป้าหมายเพื่อเพิ่มความทนทานต่อการเซ็นเซอร์ ลดความเสี่ยงจาก Maximal Extractable Value หรือ MEV และทำให้กระบวนการสร้างบล็อกเป็นระบบมากขึ้น
Glamsterdam ยังตั้งเป้าขยาย Gas Limit ไปอยู่ที่ประมาณ 200 ล้าน เพื่อช่วยเพิ่มความเร็วและประสิทธิภาพด้านค่าธรรมเนียมของเครือข่าย
อัปเกรดนี้ต่อยอดจากการเปลี่ยนแปลงครั้งสำคัญก่อนหน้า ได้แก่ The Merge ในเดือนกันยายน 2022, Shapella ในเดือนเมษายน 2023, Dencun ในเดือนมีนาคม 2024, Pectra ในเดือนพฤษภาคม 2025 และ Fusaka ในเดือนธันวาคม 2025
ข้อมูลในวาระครบรอบ 11 ปีสะท้อนว่า Ethereum ยังคงขยายฐานผู้ใช้และเพิ่มปริมาณ ETH ที่ช่วยรักษาความปลอดภัยของเครือข่าย แม้ราคาจะยังตามหลังจุดสูงสุดในอดีต
การ Stake ที่ทำสถิติใหม่ กระเป๋าที่ทะลุ 200 ล้านใบ เงินทุนสถาบันที่ไหลเข้าสู่ผลิตภัณฑ์ Ethereum การถอน ETH ของวาฬ และการมาถึงของ Glamsterdam ล้วนเป็นสัญญาณว่าผู้เข้าร่วมตลาดบางส่วนกำลังเตรียมรับการฟื้นตัวในอนาคต
ถึงกระนั้น ไม่มีตัวชี้วัดใดรับประกันการปรับขึ้นของราคาได้โดยลำพัง นักลงทุนจึงควรแยก “การเติบโตของเครือข่าย” ออกจาก “ผลตอบแทนของโทเคน” และติดตามทั้งกระแสเงิน ETF สภาวะตลาด และความคืบหน้าของการอัปเกรดควบคู่กัน