ประธานาธิบดีทรัมป์ประกาศกร้าวว่า เนทันยาฮู นายกฯ อิสราเอล 'ไม่มีทางเลือก' ต้องยอมรับข้อตกลงนิวเคลียร์ใดๆ กับอิหร่าน และย้ำว่า 'ฉันเป็นคนคุมเกม' ท่ามกลางการยิงขีปนาวุธถล่มอิสราเอลครั้งแรกจากอิหร่านนับตั้งแต่เดือนเมษายน ทรัมป์ยืนกรานว่าการโจมตีด้วยขีปนาวุธจะไม่ทำให้การเจรจาต้องสะดุด ปฏิเสธการปล่อยทรัพย์สินอิหร่านที่ถู...

Create a landscape editorial hero image for this Studio Global article: What were the key developments and US policy positions in early June 2026 regarding the US-Iran nuclear negotiations, including President Tr. Article summary: Here is a concise summary of the key developments and US policy positions as of early June 2026.. Topic tags: general, general web, user generated. Reference image context from search candidates: Reference image 1: visual subject "May be an image of text that says 'GMÃ NEWS NEWS UPDATE The United States will work closely with Iran, which has undergone "regime change," and will be talking about tariff and san" source context "The United States will work closely with Iran, which has undergone ..." Reference image 2: visual subject "[](https://www.whitehouse.gov/ "The White House"). * [Featured](https://www.whitehouse.gov/fact-sheets/2026/02/fact-sheet-president-d
ภายในช่วงเวลาเพียง 24 ชั่วโมงในช่วงต้นเดือนมิถุนายน 2026 ข้อตกลงหยุดยิงที่เปราะบางในตะวันออกกลางเกือบพังทลาย อิหร่านยิงขีปนาวุธถล่มอิสราเอลเป็นการโจมตีโดยตรงครั้งแรกนับตั้งแต่เดือนเมษายน และประธานาธิบดีสหรัฐฯ โดนัลด์ ทรัมป์ ได้เผยให้เห็นรอยร้าวทางยุทธศาสตร์ที่กว้างขึ้นกับอิสราเอล ด้วยการประกาศว่าตนเท่านั้นที่เป็นผู้ควบคุมเส้นทางการทูตกับเตหะราน คำพูดที่ตรงไปตรงมาของเขาที่ว่า นายกรัฐมนตรีอิสราเอล เบนจามิน เนทันยาฮู จะ "ไม่มีทางเลือก" นอกจากต้องยอมรับข้อตกลงนิวเคลียร์ใดๆ ที่วอชิงตันทำร่วมกับอิหร่าน นับเป็นบทใหม่ที่เปิดเผยต่อสาธารณะของพลวัตอำนาจที่ผันผวนในภูมิภาค
ในวันที่ 7 มิถุนายน 2026 ข้อตกลงหยุดยิงในตะวันออกกลางที่ดำเนินมาได้สองเดือนถูกทำลายด้วยการยกระดับความรุนแรงจากหลายฝ่าย จุดชนวนมาจากการโจมตีด้วยจรวดของกลุ่มเฮซบอลเลาะห์ที่ยิงเข้าไปในภาคเหนือของอิสราเอล อิสราเอลตอบโต้ด้วยการโจมตีทางอากาศใส่ชานเมืองทางตอนใต้ของเบรุต ซึ่งเป็นการเคลื่อนไหวที่ขัดคำขอโดยตรงของสหรัฐฯ ที่ให้หลีกเลี่ยงการโจมตีเมืองหลวงของเลบานอน
การโจมตีเบรุตครั้งนั้นทำให้มีผู้เสียชีวิต 2 รายและบาดเจ็บ 11 คน โดยสร้างความเสียหายให้กับอาคารที่พักอาศัย
จากนั้นอิหร่านได้ตอบโต้การโจมตีเบรุตโดยตรง ในช่วงค่ำของวันที่ 7 มิถุนายน อิหร่านยิงขีปนาวุธประมาณ 11 ลูกเข้าใส่อิสราเอล นับเป็นการโจมตีด้วยขีปนาวุธโดยตรงครั้งแรกของอิหร่านนับตั้งแต่ข้อตกลงหยุดยิงที่เปราะบางมีผลบังคับใช้เมื่อต้นเดือนเมษายน เสียงไซเรนดังทั่วภาคเหนือของอิสราเอล และในขณะที่กองทัพอิสราเอล (IDF) สามารถสกัดกั้นขีปนาวุธได้โดยไม่มีรายงานผู้บาดเจ็บล้มตายในทันที การโจมตีครั้งนี้ถือเป็นการยกระดับครั้งใหญ่
กองกำลังพิทักษ์การปฏิวัติอิสลามของอิหร่าน (IRGC) ยืนยันการยิงขีปนาวุธและเตือนว่าจะมีการโจมตีเพิ่มเติมหากอิสราเอลยังคงโจมตีเลบานอนต่อไป
ภายในวันที่ 8 มิถุนายน อิสราเอลได้ตอบโต้ด้วยการโจมตีทางอากาศใส่ฐานยิงขีปนาวุธของอิหร่าน ทำให้วิกฤตทวีความรุนแรงขึ้น
ในวันเดียวกับที่อิหร่านยิงขีปนาวุธใส่อิสราเอล ทรัมป์ได้ให้สัมภาษณ์ทางโทรศัพท์กับหนังสือพิมพ์ Financial Times โดยเขาได้ออกคำเตือนที่รุนแรงที่สุดต่อสาธารณะต่อนายกรัฐมนตรีอิสราเอล ทรัมป์ประกาศว่าเนทันยาฮูจะ "ไม่มีทางเลือก" ต้องยอมรับข้อตกลงนิวเคลียร์ใดๆ ที่วอชิงตันเจรจากับเตหะราน โดยย้ำว่า: "เขาไม่มีทางเลือก ฉันเป็นคนคุมเกม ฉันคุมเกมทั้งหมด เขาไม่ใช่คนคุมเกม"
ทรัมป์กดดันอิสราเอลอย่างเปิดเผยไม่ให้ตอบโต้หลังอิหร่านยิงขีปนาวุธถล่ม และยืนกรานว่าการแลกเปลี่ยนการโจมตีครั้งนี้จะไม่ทำให้การทูตต้องสะดุด เขาบอกกับผู้สื่อข่าวว่าการโจมตีด้วยขีปนาวุธไม่ได้เปลี่ยนแปลงความมุ่งมั่นของเขาในการสรุปการเจรจากับเตหะราน และระบุว่าการเจรจากำลังดำเนินไปอย่าง "รวดเร็ว"
อย่างไรก็ตาม อิสราเอลยังคงเปิดฉากโจมตีตอบโต้เป้าหมายในอิหร่านเมื่อวันที่ 8 มิถุนายน ซึ่งเผยให้เห็นรอยร้าวทางยุทธศาสตร์ที่ลึกซึ้งยิ่งขึ้นระหว่างสองพันธมิตร
ตั้งแต่ต้นปี 2026 ปากีสถาน อียิปต์ และตุรกี ทำหน้าที่เป็นผู้ไกล่เกลี่ยในการเจรจาระหว่างสหรัฐฯ-อิหร่าน โดยมีเป้าหมายเพื่อยุติสงครามและจัดการกับความทะเยอทะยานด้านนิวเคลียร์ของเตหะราน กรอบการทำงานหลักเกี่ยวข้องกับการที่อิหร่านต้องสละคลังยูเรเนียมเสริมสมรรถนะสูง (HEU) เพื่อแลกกับการเข้าถึงทรัพย์สินในต่างประเทศที่ถูกอายัด
อย่างไรก็ตาม ภายในปลายเดือนพฤษภาคม 2026 การเจรจายังคงติดขัด อิหร่านไม่ได้ให้คำมั่นต่อสาธารณะว่าจะเคลื่อนย้าย HEU หรือหยุดการเสริมสมรรถนะยูเรเนียม และทั้งสองฝ่ายมี "จุดยืนที่แตกต่างกันโดยพื้นฐานในประเด็นสำคัญส่วนใหญ่" ที่สำคัญ เมื่อวันที่ 8 มิถุนายน สื่อในเครือ IRGC รายงานว่าการเจรจาในปัจจุบันมุ่งเน้นไปที่การยุติสงครามเพียงอย่างเดียว โดยประเด็นนิวเคลียร์เป็นเพียงหัวข้อในวาระอนาคต ไม่ได้เป็นส่วนหนึ่งของการเจรจาปัจจุบัน
ทรัมป์ปฏิเสธการผ่อนปรนทางการเงินล่วงหน้าใดๆ ให้กับอิหร่าน โดยระบุว่าสหรัฐฯ จะไม่ยกเลิกการคว่ำบาตรหรือปล่อยทรัพย์สินอิหร่านที่ถูกอายัดจนกว่าจะบรรลุข้อตกลงขั้นสุดท้ายอย่างเป็นทางการ สิ่งนี้ขัดแย้งกับรายงานก่อนหน้านี้ในเดือนเมษายน 2026 โดย Axios เกี่ยวกับข้อเสนอแลกเงินสด 2 หมื่นล้านดอลลาร์กับยูเรเนียม ซึ่งสหรัฐฯ จะปล่อยทรัพย์สินอิหร่านที่ถูกอายัดมูลค่า 2 หมื่นล้านดอลลาร์ โดยมีเงื่อนไขว่าอิหร่านต้องสละคลัง HEU จำนวนเกือบ 2,000 กิโลกรัม รวมถึงประมาณ 450 กิโลกรัมที่เสริมสมรรถนะถึง 60%
ทรัมป์ปฏิเสธแนวคิดนี้ต่อสาธารณะ โดยยืนกรานว่า "จะไม่มีการแลกเปลี่ยนเงิน" ก่อนการบรรลุข้อตกลงขั้นสุดท้าย
ในการให้สัมภาษณ์กับรายการ Meet the Press ทาง NBC ที่บันทึกเมื่อวันที่ 6 มิถุนายนและออกอากาศในวันที่ 7 มิถุนายน ทรัมป์ได้แสดงจุดยืนสองแนวทางที่ยิ่งเผยให้เห็นความตึงเครียดกับอิสราเอลและทำให้ภูมิทัศน์ทางการทูตซับซ้อนยิ่งขึ้น:
การโจมตีแบบเจาะจงต่อเฮซบอลเลาะห์มากขึ้น: ทรัมป์กล่าวว่าเขาต้องการให้อิสราเอลทำการโจมตีที่ "เจาะจงมากขึ้น" ต่อเฮซบอลเลาะห์ในเลบานอน ซึ่งเป็นคำพูดที่ถูกตีความอย่างกว้างขวางว่าเป็นการให้พรโดยปริยายต่อปฏิบัติการของอิสราเอล แต่ในขณะเดียวกันก็วิจารณ์ขอบเขตของการโจมตี "ผมอยากเห็นการโจมตีที่เจาะจงมากขึ้นต่อเฮซบอลเลาะห์" เขากล่าว พร้อมเสริมว่า "ผมไม่เห็นด้วยกับเนทันยาฮูในบางเรื่อง"
การแยกเลบานอนออกจากดีลนิวเคลียร์: แม้ว่าเฮซบอลเลาะห์จะเป็นตัวแทนของอิหร่านในเลบานอนและเป็นตัวขับเคลื่อนหลักของการยกระดับเมื่อวันที่ 7 มิถุนายน แต่ทรัมป์ระบุอย่างชัดเจนว่าเขาจะไม่เรียกร้องให้การแก้ไขความขัดแย้งในเลบานอนเป็นเงื่อนไขเบื้องต้นสำหรับข้อตกลงนิวเคลียร์ระยะสั้นกับอิหร่าน "ผมคิดว่าพวกเขาอยากเห็นมัน แต่ผมไม่ได้เรียกร้อง" เขากล่าว
ดีล 'ใกล้จะสำเร็จมาก': ทรัมป์ประกาศย้ำว่าสหรัฐฯ และอิหร่าน "ใกล้มาก" ที่จะบรรลุข้อตกลง และอิหร่านได้ "ยอมรับความจริงที่ว่าพวกเขาจะไม่มีอาวุธนิวเคลียร์"
เหตุการณ์ในช่วงต้นเดือนมิถุนายน 2026 เผยให้เห็นความไม่ลงรอยขั้นพื้นฐานระหว่างความทะเยอทะยานทางการทูตของวอชิงตันกับจุดยืนด้านความมั่นคงของอิสราเอล ทรัมป์ซึ่งกระตือรือร้นที่จะอ้างความสำเร็จจากข้อตกลงนิวเคลียร์ฉบับเร็วเป็นชัยชนะด้านนโยบายต่างประเทศ เปิดเผยต่อสาธารณะว่าเต็มใจที่จะแยกสมรภูมิเลบานอน-เฮซบอลเลาะห์ออกจากการเจรจานิวเคลียร์ และยืนกรานว่าอิสราเอลไม่มีสิทธิ์ยับยั้งผลลัพธ์ใดๆ ที่เขาเจรจา ในทางตรงกันข้าม อิสราเอลโจมตีเบรุตโดยขัดกับความต้องการของสหรัฐฯ ตอบโต้อิหร่านหลังเหตุยิงขีปนาวุธถล่มในวันที่ 7 มิถุนายน และมองว่าทั้งโครงการนิวเคลียร์ของอิหร่านและการมีอยู่ของเฮซบอลเลาะห์ที่ชายแดนเป็นภัยคุกคามที่มีอยู่จริง ซึ่งไม่สามารถแยกออกจากกันได้ ดังที่บทวิเคราะห์หนึ่งระบุไว้ ทั้งสองประเทศกำลัง "เผยให้เห็นรอยร้าวทางยุทธศาสตร์ที่ลึกซึ้งยิ่งขึ้น" ต่อทิศทางทั้งหมดของนโยบายตะวันออกกลาง
คำถามที่เกิดขึ้นจากช่วงเวลาสำคัญนี้ไม่ใช่เพียงแค่ว่าสามารถบรรลุข้อตกลงนิวเคลียร์ได้หรือไม่ แต่อยู่ที่ว่าวอชิงตันและเยรูซาเล็มจะยังคงเป็นพันธมิตรที่เห็นพ้องต้องกันในเรื่องที่ว่าใครคือผู้คุมเกมตัวจริง
Studio Global AI
Use this topic as a starting point for a fresh source-backed answer, then compare citations before you share it.
ประธานาธิบดีทรัมป์ประกาศกร้าวว่า เนทันยาฮู นายกฯ อิสราเอล 'ไม่มีทางเลือก' ต้องยอมรับข้อตกลงนิวเคลียร์ใดๆ กับอิหร่าน และย้ำว่า 'ฉันเป็นคนคุมเกม' ท่ามกลางการยิงขีปนาวุธถล่มอิสราเอลครั้งแรกจากอิหร่านนับตั้งแต่เดือนเมษายน
ประธานาธิบดีทรัมป์ประกาศกร้าวว่า เนทันยาฮู นายกฯ อิสราเอล 'ไม่มีทางเลือก' ต้องยอมรับข้อตกลงนิวเคลียร์ใดๆ กับอิหร่าน และย้ำว่า 'ฉันเป็นคนคุมเกม' ท่ามกลางการยิงขีปนาวุธถล่มอิสราเอลครั้งแรกจากอิหร่านนับตั้งแต่เดือนเมษายน ทรัมป์ยืนกรานว่าการโจมตีด้วยขีปนาวุธจะไม่ทำให้การเจรจาต้องสะดุด ปฏิเสธการปล่อยทรัพย์สินอิหร่านที่ถูกอายัดมูลค่า 2 หมื่นล้านดอลลาร์ก่อนบรรลุข้อตกลงสุดท้าย และสร้างความขัดแย้งด้วยการแยกประเด็นความขัดแย้งในเลบานอนออกจากด...