หน่วยงานตรวจวัดแผ่นดินไหวรายงานค่าความรุนแรงที่แตกต่างกันเล็กน้อย:
USGS บันทึกอาฟเตอร์ช็อกที่มีนัยสำคัญอย่างน้อย 3 ครั้งตามหลังแผ่นดินไหวหลัก ได้แก่ ขนาด 5.9, 5.6 และ 6.1 นอกจากนี้ยังตรวจพบอาฟเตอร์ช็อกขนาด 5.0 ในวันเดียวกันด้วย
BMKG ออกคำเตือนสึนามิตั้งแต่เนิ่นๆ หลังจากเกิดแผ่นดินไหว โดยครอบคลุมพื้นที่แรกคือ จังหวัดนูซาเต็งการาตะวันออก (NTT), จังหวัดนูซาเต็งการาตะวันตก (NTB), จังหวัดซูลาเวซีใต้ (Sulsel) และจังหวัดซูลาเวซีตะวันออกเฉียงใต้ (Sultra) ต่อมาได้มีการปรับปรุงระดับคำเตือน
มี 8 อำเภอถูกประกาศให้อยู่ในสถานะ "Siaga" (เตือนภัย) หมายถึงมีแนวโน้มจะเกิดสึนามิ โดยมีความสูงของคลื่นอาจอยู่ที่ 0.5 ถึง 3 เมตร อำเภอส่วนใหญ่อยู่ใน NTT ได้แก่ มังกาไร (Manggarai), งาดา (Ngada), มังกาไรตะวันตก (Manggarai Barat), เอนเด (Ende) และซิกกา (Sikka) ซึ่งทั้งหมดอยู่บนชายฝั่งทางเหนือของฟลอเรส พื้นที่อื่นๆ เช่น ใน NTB ถูกจัดให้อยู่ในสถานะ "Waspada" (เฝ้าระวัง) ที่ต่ำกว่า
BNPB (สำนักงานบรรเทาสาธารณภัยแห่งชาติอินโดนีเซีย) เรียกร้องให้ประชาชนในพื้นที่ชายฝั่งอพยพทันทีและอยู่ห่างจากชายฝั่งจนกว่าคำเตือนจะถูกยกเลิก ชาวบ้านหลายร้อยคนในพื้นที่ชายฝั่งตอบสนองต่อคำเตือนและอพยพ
คลื่นสึนามิที่ สูงน้อยกว่า 1 เมตร ถูกบันทึกได้ในหลายพื้นที่ และในที่สุดคำเตือนก็ถูกยกเลิก
แผ่นดินไหวในปี 2026 ไม่ใช่เหตุการณ์รุนแรงครั้งแรกของภูมิภาคนี้ รอยเลื่อนฟลอเรสธรัสต์ (Flores Thrust) ได้ก่อให้เกิดแผ่นดินไหวร้ายแรงในอดีต
แผ่นดินไหวและสึนามิฟลอเรสปี 1992 (12 ธันวาคม 1992): เป็นเหตุการณ์ที่มีการทำลายล้างสูง โดยมีขนาด M 7.5–7.8 (USGS M 7.5–7.8; BMKG M 6.8) จุดศูนย์กลางอยู่ใกล้กับเมืองเมาเมเร (Maumere) ซึ่งอยู่ทางตะวันออกของเหตุการณ์ในปี 2026 แผ่นดินไหวครั้งนี้ก่อให้เกิดสึนามิที่ซัดเข้าชายฝั่งภายใน ห้านาที มีผู้เสียชีวิตหรือสูญหายอย่างน้อย 2,200 คน (1,490 คนในเมาเมเร, 700 คนบนเกาะบาบี) บาดเจ็บมากกว่า 500 คน และทำให้ประชาชนประมาณ 90,000 คนไร้ที่อยู่อาศัย ประมาณ 90% ของอาคารในเมาเมเรถูกทำลายจากแผ่นดินไหวและสึนามิ เหตุการณ์นี้ยังคงเป็นแผ่นดินไหวที่ร้ายแรงที่สุดในภูมิภาคนี้ในประวัติศาสตร์สมัยใหม่
จากรายงานล่าสุดที่มีหลักฐานสนับสนุน ยังไม่มีข้อมูลผู้บาดเจ็บหรือความเสียหายโดยละเอียดสำหรับเมืองเมาเมเรหรือพื้นที่ท่องเที่ยวอื่นๆ โดยเฉพาะ USGS ประเมินว่า "อาจมีผู้บาดเจ็บและความเสียหายเกิดขึ้นบ้าง และผลกระทบควรจะจำกัดอยู่ในพื้นที่" ประชาชนประมาณ 1.5 ล้านคนได้รับแรงสั่นสะเทือนตั้งแต่ระดับรุนแรง (MMI VI) ถึงรุนแรงมาก (MMI VIII) มีรายงานว่าแผ่นดินไหวสั่นสะเทือนรุนแรงเป็นเวลาประมาณหนึ่งนาทีในพื้นที่เช่นนาเกเกโอ (Nagekeo) และบีมา (Bima) แต่รายงานเบื้องต้นไม่พบความเสียหายของโครงสร้างในวงกว้าง
หน่วยงานตรวจวัดแผ่นดินไหวรายงานค่าความรุนแรงที่แตกต่างกันเล็กน้อย:
USGS บันทึกอาฟเตอร์ช็อกที่มีนัยสำคัญอย่างน้อย 3 ครั้งตามหลังแผ่นดินไหวหลัก ได้แก่ ขนาด 5.9, 5.6 และ 6.1 นอกจากนี้ยังตรวจพบอาฟเตอร์ช็อกขนาด 5.0 ในวันเดียวกันด้วย
BMKG ออกคำเตือนสึนามิตั้งแต่เนิ่นๆ หลังจากเกิดแผ่นดินไหว โดยครอบคลุมพื้นที่แรกคือ จังหวัดนูซาเต็งการาตะวันออก (NTT), จังหวัดนูซาเต็งการาตะวันตก (NTB), จังหวัดซูลาเวซีใต้ (Sulsel) และจังหวัดซูลาเวซีตะวันออกเฉียงใต้ (Sultra) ต่อมาได้มีการปรับปรุงระดับคำเตือน
มี 8 อำเภอถูกประกาศให้อยู่ในสถานะ "Siaga" (เตือนภัย) หมายถึงมีแนวโน้มจะเกิดสึนามิ โดยมีความสูงของคลื่นอาจอยู่ที่ 0.5 ถึง 3 เมตร อำเภอส่วนใหญ่อยู่ใน NTT ได้แก่ มังกาไร (Manggarai), งาดา (Ngada), มังกาไรตะวันตก (Manggarai Barat), เอนเด (Ende) และซิกกา (Sikka) ซึ่งทั้งหมดอยู่บนชายฝั่งทางเหนือของฟลอเรส พื้นที่อื่นๆ เช่น ใน NTB ถูกจัดให้อยู่ในสถานะ "Waspada" (เฝ้าระวัง) ที่ต่ำกว่า
BNPB (สำนักงานบรรเทาสาธารณภัยแห่งชาติอินโดนีเซีย) เรียกร้องให้ประชาชนในพื้นที่ชายฝั่งอพยพทันทีและอยู่ห่างจากชายฝั่งจนกว่าคำเตือนจะถูกยกเลิก ชาวบ้านหลายร้อยคนในพื้นที่ชายฝั่งตอบสนองต่อคำเตือนและอพยพ
คลื่นสึนามิที่ สูงน้อยกว่า 1 เมตร ถูกบันทึกได้ในหลายพื้นที่ และในที่สุดคำเตือนก็ถูกยกเลิก
แผ่นดินไหวในปี 2026 ไม่ใช่เหตุการณ์รุนแรงครั้งแรกของภูมิภาคนี้ รอยเลื่อนฟลอเรสธรัสต์ (Flores Thrust) ได้ก่อให้เกิดแผ่นดินไหวร้ายแรงในอดีต
แผ่นดินไหวและสึนามิฟลอเรสปี 1992 (12 ธันวาคม 1992): เป็นเหตุการณ์ที่มีการทำลายล้างสูง โดยมีขนาด M 7.5–7.8 (USGS M 7.5–7.8; BMKG M 6.8) จุดศูนย์กลางอยู่ใกล้กับเมืองเมาเมเร (Maumere) ซึ่งอยู่ทางตะวันออกของเหตุการณ์ในปี 2026 แผ่นดินไหวครั้งนี้ก่อให้เกิดสึนามิที่ซัดเข้าชายฝั่งภายใน ห้านาที มีผู้เสียชีวิตหรือสูญหายอย่างน้อย 2,200 คน (1,490 คนในเมาเมเร, 700 คนบนเกาะบาบี) บาดเจ็บมากกว่า 500 คน และทำให้ประชาชนประมาณ 90,000 คนไร้ที่อยู่อาศัย ประมาณ 90% ของอาคารในเมาเมเรถูกทำลายจากแผ่นดินไหวและสึนามิ เหตุการณ์นี้ยังคงเป็นแผ่นดินไหวที่ร้ายแรงที่สุดในภูมิภาคนี้ในประวัติศาสตร์สมัยใหม่
จากรายงานล่าสุดที่มีหลักฐานสนับสนุน ยังไม่มีข้อมูลผู้บาดเจ็บหรือความเสียหายโดยละเอียดสำหรับเมืองเมาเมเรหรือพื้นที่ท่องเที่ยวอื่นๆ โดยเฉพาะ USGS ประเมินว่า "อาจมีผู้บาดเจ็บและความเสียหายเกิดขึ้นบ้าง และผลกระทบควรจะจำกัดอยู่ในพื้นที่" ประชาชนประมาณ 1.5 ล้านคนได้รับแรงสั่นสะเทือนตั้งแต่ระดับรุนแรง (MMI VI) ถึงรุนแรงมาก (MMI VIII) มีรายงานว่าแผ่นดินไหวสั่นสะเทือนรุนแรงเป็นเวลาประมาณหนึ่งนาทีในพื้นที่เช่นนาเกเกโอ (Nagekeo) และบีมา (Bima) แต่รายงานเบื้องต้นไม่พบความเสียหายของโครงสร้างในวงกว้าง