สื่อรัสเซียหลายแห่งระบุว่า คลังน้ำมันส่งออกในทะเลดำที่หมู่บ้านโวลนา (Volna) ซึ่งใช้ในการขนถ่ายน้ำมันดิบ ผลิตภัณฑ์ปิโตรเลียม และก๊าซเหลว อาจเป็นหนึ่งในสิ่งปลูกสร้างที่เสียหาย แม้ผู้ว่าการคอนดราเตียฟจะไม่ได้ระบุแน่ชัดว่าคลังใดถูกโจมตีก็ตาม นี่ไม่ใช่ครั้งแรกที่เทมริวคตกเป็นเป้าหมาย ก่อนหน้านี้ในช่วงปลายเดือนพฤษภาคม 2026 โดรนยูเครนได้โจมตีท่าเรือแห่งนี้และพุ่งชนคลังก๊าซ และย้อนกลับไปในเดือนมกราคม 2026 การโจมตีในเขตเดียวกันที่ท่าเรือทามาน (Taman) ส่งผลให้มีผู้เสียชีวิต 3 รายและเกิดเพลิงไหม้ครั้งใหญ่
การโจมตีเทมริวคเป็นเพียงส่วนหนึ่งของปฏิบัติการทางอากาศขนานใหญ่ กระทรวงกลาโหมรัสเซียรายงานว่าระบบป้องกันภัยทางอากาศได้สกัดกั้นและทำลาย โดรนปีกแข็งของยูเครน 177 ลำ ตลอดทั้งคืน ในอย่างน้อย 12 แคว้น รวมถึงอัสตราคาน เบลโกรอด วอลโกกราด รอสตอฟ และครัสโนดาร์ รวมถึงเหนือน่านฟ้าไครเมียและทะเลอะซอฟ
ในขณะเดียวกัน กองทัพอากาศยูเครนรายงานว่ารัสเซียได้ส่ง โดรนจู่โจม 118 ลำ เข้าโจมตียูเครนในช่วงข้ามคืน ส่วนใหญ่เป็นโดรนแบบ Shahed และโดรนประเภทอื่นๆ ระบบป้องกันภัยทางอากาศของยูเครนสามารถยิงตกหรือทำให้หมดประสิทธิภาพได้ 110 ลำ ทว่ายังมีบางส่วนที่พุ่งเข้าเป้าและพบเศษซากกระจัดกระจายในหลายพื้นที่
การปะทะในลักษณะนี้เป็นรูปแบบการรบระยะไกลที่ดำเนินไปทุกค่ำคืน และกลายเป็นจุดเด่นของสงครามตลอดปี 2026
ทั้งสองฝ่ายกำลังส่งโดรนเข้าโจมตีในอัตราที่ไม่เคยปรากฏมาก่อน จากการวิเคราะห์ของ AFP โดยอ้างอิงข้อมูลกองทัพอากาศยูเครนพบว่า ในเดือนพฤษภาคม 2026 รัสเซียยิง โดรนพิสัยไกลจำนวน 8,150 ลำ ใส่ยูเครน ซึ่งเป็นสถิติสูงสุด เพิ่มขึ้นเกือบ 25% จากสถิติเดิมในเดือนเมษายนที่ 6,583 ลำ โดรนส่วนใหญ่เป็นแบบพลีชีพหรือ Shahed โดยยูเครนสามารถสกัดกั้นได้ราว 90% หรือประมาณ 7,500 ลำ
นอกจากการระดมโดรนครั้งใหญ่แล้ว รัสเซียยังยิงขีปนาวุธอีก 211 ลูกในเดือนเดียวกัน
ทางด้านรัสเซียก็อ้างสถิติการสกัดกั้นที่สูงเป็นประวัติการณ์เช่นกัน กระทรวงกลาโหมรัสเซียระบุว่ายิง โดรนยูเครนตกกว่า 9,400 ลำ ในเดือนพฤษภาคม ซึ่งเป็นยอดรวมรายเดือนสูงสุดเท่าที่เคยรายงาน ในขณะที่อีกตัวเลขหนึ่งของรัสเซียประเมินไว้ที่ 8,973 ลำในเดือนพฤษภาคม
ตัวเลขทั้งหมดนี้ แม้จะยากต่อการตรวจสอบโดยอิสระ แต่ต่างชี้ไปในทิศทางเดียวกันว่า การผลิตและส่งกำลังโดรนของทั้งสองฝ่ายได้พุ่งทะยานขึ้นอย่างมหาศาล
การโจมตีเทมริวคครั้งนี้เป็นปฏิบัติการล่าสุดภายใต้แคมเปญที่ยูเครนเดินหน้ามาอย่างต่อเนื่องเพื่อโจมตีท่าเรือ พลังงาน และโครงสร้างพื้นฐานด้านโลจิสติกส์ของรัสเซียในภูมิภาคครัสโนดาร์ โดยเหตุการณ์สำคัญก่อนหน้านี้ ได้แก่:
เป้าหมายของยุทธศาสตร์นี้คือการขัดขวางขีดความสามารถในการส่งออกและเส้นทางลำเลียงทางทหารของรัสเซียตามแนวชายฝั่งทะเลอะซอฟและทะเลดำ กลุ่มท่าเรือในเขตเทมริวค ไม่ว่าจะเป็นที่โวลนา ทามาน และคัฟคาซ (Kavkaz) จึงตกเป็นเป้าหมายโจมตีอยู่บ่อยครั้ง
สงครามโดรนยังคงทวีความรุนแรงขึ้นโดยไม่มีทีท่าว่าจะยุติลง ในเดือนพฤษภาคม 2026 ยูเครนต้องเผชิญกับอาวุธยุทโธปกรณ์ของรัสเซียรวม 8,361 ชิ้น ทั้งโดรนและขีปนาวุธ ขณะเดียวกันก็ได้ส่งโดรนนับพันลำเข้าไปในดินแดนรัสเซียเช่นกัน ทั้งสองชาติต่างทุ่มงบประมาณมหาศาลในการขยายการผลิตโดรน และระบบป้องกันภัยทางอากาศของแต่ละฝ่ายก็กำลังถูกทดสอบในระดับที่ไม่เคยปรากฏมาก่อนในสงครามยุคใหม่
การโจมตีที่เทมริวคแม้จะมีผู้เสียชีวิตไม่มากนัก แต่ก็สะท้อนให้เห็นถึงขอบเขตของสงครามที่แผ่ขยายกว้างขึ้น และการพุ่งเป้าไปที่โครงสร้างพื้นฐานทางเศรษฐกิจ เมื่อเข้าสู่ฤดูร้อนปี 2026 การต่อสู้ระหว่างปฏิบัติการโจมตีด้วยโดรนและการป้องกันภัยทางอากาศจะเป็นหัวใจสำคัญที่กำหนดทิศทางของสงครามนับจากนี้
Comments
0 comments