Pershing Square ประเมินมูลค่ารวมทั้งหมดของข้อเสนอนี้ที่ราว 30.40 ยูโรต่อหุ้น ซึ่งคิดเป็น ส่วนเพิ่มราคา (premium) สูงถึงประมาณ 78% จากราคาหุ้นของ UMG ก่อนที่ข่าวข้อเสนอจะถูกเปิดเผย
ในด้านแหล่งเงินทุนสำหรับส่วนที่เป็นเงินสด Pershing Square ได้วางแผนไว้หลายทาง โดยจะใช้เงินทุนของตัวเองราว 2.5 พันล้านยูโร เงินกู้คุณภาพดี (investment-grade) ราว 5.4 พันล้านยูโร และเงินราว 1.5 พันล้านยูโรจากการขายหุ้นที่ UMG ถืออยู่ใน Spotify โดยเม็ดเงินส่วนหนึ่งจากการขายหุ้น Spotify จะถูกจัดสรรให้กับศิลปินในสังกัด UMG
หัวใจสำคัญของแผนนี้คือการย้ายตลาดหลักทรัพย์จดทะเบียนของ UMG จากยูโรเน็กซ์ อัมสเตอร์ดัม ไปยังตลาดหลักทรัพย์นิวยอร์ก (NYSE) ซึ่ง Ackman เชื่อว่าจะช่วยปลดล็อกมูลค่าที่แท้จริง ด้วยการดึงดูดฐานนักลงทุนอเมริกันที่กว้างขวางกว่า
บอร์ดบริหารของ UMG ใช้เวลาพิจารณาราวเจ็ดสัปดาห์ ก่อนจะมีมติอย่างเป็นทางการในการปฏิเสธข้อเสนอในวันที่ 29 พฤษภาคม 2026 โดยการตัดสินใจครั้งนี้เป็นไปอย่างเป็นเอกฉันท์
แถลงการณ์อย่างเป็นทางการของบอร์ด ซึ่งออกมาหลังจากการตรวจทานด้วยความช่วยเหลือของที่ปรึกษาทางการเงินและกฎหมายภายนอก มีความชัดเจนและตรงไปตรงมา โดยระบุว่าข้อเสนอดังกล่าว "ไม่ได้อยู่บนพื้นฐานของผลประโยชน์สูงสุดของ UMG, ผู้ถือหุ้น, ศิลปิน, นักแต่งเพลง, พนักงาน และผู้มีส่วนได้เสียกลุ่มอื่น ๆ" และสรุปใจความสำคัญว่าข้อเสนอนี้โดยเนื้อแท้แล้ว "เป็นการประเมินมูลค่าที่ต่ำกว่ามูลค่าที่แท้จริงของ UMG และโอกาสในการเติบโตในอนาคตอย่างมีนัยสำคัญ"
การที่บอร์ดบริหารตัดสินใจปัดข้อเสนอที่ให้ส่วนเพิ่มราคาสูงถึง 78% สะท้อนให้เห็นถึงความเชื่อมั่นอย่างแรงกล้าต่อแนวโน้มอนาคตของบริษัท แถลงการณ์ยังชี้ให้เห็นถึงฉันทามติในหมู่ผู้ถือหุ้นรายอื่นๆ ที่สนับสนุนการตัดสินใจของบอร์ด
การตอบสนองของ Pershing Square รวดเร็วปานสายฟ้าแลบ ในวันที่ 3 มิถุนายน 2026 รายงานข่าวต่างยืนยันว่ากองทุนกำลังเดินหน้าขายหุ้น UMG ทั้งหมดที่เหลืออยู่ โดยเป็นการขายหุ้นจำนวนมหาศาลราว 80.6 ล้านหุ้น ผ่านกระบวนการเสนอขายแบบชั่วข้ามคืน (overnight placing) ให้กับนักลงทุนสถาบัน
ในช่วงเวลานั้น รายงานข่าวเบื้องต้นคาดการณ์ว่าจะระดมทุนได้ราว 1.6 พันล้านดอลลาร์สหรัฐฯ แม้ว่าตัวเลขที่แน่นอนของราคาขายต่อหุ้นและยอดรวมสุดท้ายจะยังอยู่ในระหว่างสรุป อย่างไรก็ตาม ไม่มีการรายงานข่าวยืนยันในทันทีว่า UMG ได้ทำการซื้อหุ้นคืน (Share Buyback) ไปพร้อมกันกับการขายหุ้นครั้งนี้แต่อย่างใด
การเทขายครั้งนี้เป็นการถอนการลงทุนของ Pershing Square ออกไปโดยสิ้นเชิง ปิดฉากการถือครองหุ้นก้อนใหญ่ที่ครั้งหนึ่งเคยเป็นสัดส่วนหลักในพอร์ตการลงทุนของบริษัทมาหลายปี
ความสัมพันธ์ของ Pershing Square กับ UMG เริ่มต้นจากการเป็นผู้เล่นที่เชื่อมั่นในอนาคตระยะยาวของบริษัท ด้วยการสร้างฐานหุ้นตั้งแต่ก่อนที่บริษัทจะเข้าจดทะเบียนในตลาดหลักทรัพย์
แม้ว่าการลงทุนโดยรวมจะทำกำไรได้อย่างแน่นอน แต่ตัวเลขผลตอบแทนรวมที่แน่ชัดตลอดระยะเวลา 5 ปี (เช่น กำไรขั้นต้นทั้งหมด หรืออัตราผลตอบแทนภายใน หรือ IRR) ยังไม่เคยถูกเปิดเผยอย่างเป็นทางการ การเข้าลงทุนที่มูลค่ากิจการ 35,000 ล้านยูโร และการทยอยขายทำกำไรที่มูลค่าพรีเมียมที่สูงขึ้นได้สร้างผลตอบแทนมหาศาลอย่างไม่ต้องสงสัย การเทขายหุ้นก้อนสุดท้ายในครั้งนี้จึงได้ขีดเส้นใต้ภายใต้การลงทุนระยะ 5 ปีที่แม้จะทำกำไรได้งดงาม แต่สุดท้ายก็ไม่บรรลุเป้าหมายสูงสุดในการครอบครองกิจการทั้งหมด
Comments
0 comments