กรณีที่ The Straits Times รายงานยังสะท้อนความกังวลเรื่องการใช้งานมากเกินไป การเปรียบเทียบตัวเองกับผู้อื่น และภาพลักษณ์ โดยผู้ปกครองรายหนึ่งกล่าวว่า ลูกสาวของเธอใช้โซเชียลมีเดียประมาณวันละ 4 ชั่วโมงในช่วงที่ยังอายุต่ำกว่า 12 ปี
MDDI และ The Straits Times กำหนดจัดการเสวนากลุ่มสำหรับผู้ปกครองในวันที่ 25 กรกฎาคม 2026 เวลา 08.45–13.00 น. ที่ NTUC Centre เลขที่ 1 Marina Boulevard การประชุมมีเป้าหมายเพื่อรับฟังความคิดเห็นต่อข้อเสนอของรัฐบาลด้านความปลอดภัยเด็ก และสร้างความเข้าใจว่าระบบนิเวศดิจิทัลที่ปลอดภัยสำหรับเด็กควรมีองค์ประกอบใดบ้าง
คำถามหลักของเวทีเน้นเรื่องการใช้งานจริงและความเหมาะสมตามวัย ได้แก่
ผู้ร่วมเสวนาที่ประกาศไว้ประกอบด้วย โจเซฟีน ทีโอ รัฐมนตรีว่าการกระทรวงการพัฒนาดิจิทัลและสารสนเทศ, ราฮายู มาห์ซัม รัฐมนตรีช่วยว่าการกระทรวง, ดร.ลิม ชุน กวน หัวหน้าภาควิชาจิตเวชพัฒนาการของสถาบันสุขภาพจิต และเจมส์ ตัน ประธานเจ้าหน้าที่บริหารของ TOUCH Community Services โดยคารัมจิต เคาร์ รองบรรณาธิการของ The Straits Times ทำหน้าที่ผู้ดำเนินรายการ
เวทีนี้เป็นส่วนหนึ่งของการสนทนากลุ่มที่ MDDI จัดร่วมกับผู้ปกครองและเยาวชนในเดือนมิถุนายนและกรกฎาคม โดยมีพันธมิตรชุมชนร่วมจัด เพื่อรับฟังความคิดเห็นและสร้างความตระหนักถึงแนวทางที่ทุกภาคส่วนต้องร่วมกันรับผิดชอบต่อความปลอดภัยของเด็กออนไลน์
MDDI เสนอแนวคิดการเข้าถึงแบบแบ่งระดับ หรือการเข้าถึงตามอายุ เพื่อยอมรับว่า ความต้องการและวุฒิภาวะของเด็กเปลี่ยนไปตามวัย รัฐมนตรีทีโอกล่าวว่า สำหรับเด็กที่อายุต่ำกว่าเกณฑ์หนึ่ง การไม่ให้เข้าถึงโซเชียลมีเดียอาจเป็นทางเลือกที่ดีที่สุด แต่เมื่อเด็กโตขึ้นและมีความตระหนักรู้มากขึ้น การห้ามใช้อย่างครอบคลุมอาจไม่ใช่คำตอบที่เหมาะสม
การหารือยังเน้นว่าแพลตฟอร์มต้องมีส่วนรับผิดชอบด้วย สภาพแวดล้อมดิจิทัลที่ปลอดภัยควรพิจารณาอย่างน้อย 3 เรื่อง ได้แก่ เนื้อหาที่เด็กมองเห็น คนที่เด็กสามารถติดต่อหรือมีปฏิสัมพันธ์ด้วย และระยะเวลาที่เด็กใช้บริการ
จุดยืนของรัฐบาลตามรายงานหลังเวทีคือ การบล็อกการเข้าถึงไม่ใช่ผลลัพธ์ที่ต้องการเป็นอันดับแรก แต่รัฐบาลอาจพิจารณาใช้มาตรการดังกล่าวกับแพลตฟอร์มที่ไม่จัดให้มีระบบคุ้มครองที่จำเป็น
ความแตกต่างนี้มีความหมายต่อผู้ปกครอง เพราะกรอบนโยบายที่กำลังพิจารณาไม่ได้หมายถึงการกำหนดเพียงวันเกิดที่เด็กจะเริ่มใช้โซเชียลมีเดียได้ แต่ยังครอบคลุมการยืนยันอายุ การออกแบบผลิตภัณฑ์ การตรวจสอบเนื้อหา การควบคุมปฏิสัมพันธ์ และการปรับประสบการณ์ให้เหมาะกับผู้ใช้ที่อายุน้อยกว่า
การรับฟังความคิดเห็นเกิดขึ้นท่ามกลางกรอบกำกับดูแลที่สิงคโปร์กำลังขยายตัว
หลักปฏิบัติด้านความปลอดภัยออนไลน์สำหรับบริการโซเชียลมีเดีย (Code of Practice for Online Safety – Social Media Services) ซึ่งเริ่มใช้ในปี 2023 กำหนดให้บริการโซเชียลมีเดียที่อยู่ภายใต้การกำกับต้องมีระบบและกระบวนการเพื่อลดการเข้าถึงเนื้อหาอันตรายของผู้ใช้ โดยให้ความสำคัญเป็นพิเศษกับเด็ก
หลักปฏิบัติสำหรับบริการเผยแพร่แอปพลิเคชัน (App Distribution Services code) ซึ่งเริ่มใช้ในเดือนมีนาคม 2025 กำหนดให้ร้านค้าแอปที่อยู่ภายใต้การกำกับลดการนำเสนอเนื้อหาอันตราย และใช้มาตรการยืนยันอายุเพื่อป้องกันไม่ให้ผู้มีอายุต่ำกว่า 18 ปีเข้าถึงแอปที่ไม่เหมาะกับวัย
คณะกรรมการความปลอดภัยออนไลน์ (Online Safety Commission) เริ่มดำเนินงานในเดือนมิถุนายน 2026 เพื่อเป็นช่องทางให้ผู้ได้รับความเสียหายออนไลน์ขอการเยียวยาได้อย่างทันท่วงที โดยผู้ปกครองหรือผู้ดูแลสามารถรายงานเหตุแทนเด็กอายุต่ำกว่า 18 ปีได้
มาตรการเหล่านี้ช่วยย้ายภาระบางส่วนจากครอบครัวไปยังผู้ให้บริการที่เป็นผู้ออกแบบ จัดจำหน่าย และดำเนินงานผลิตภัณฑ์ดิจิทัล แม้จะไม่ได้ทำให้ความจำเป็นในการพูดคุยและกำกับดูแลโดยผู้ปกครองหมดไป แต่มีเป้าหมายเพื่อทำให้การดูแลเด็กที่บ้านเป็นไปได้จริงมากขึ้น
เมื่อวันที่ 17 กรกฎาคม MDDI และสถาบันศึกษานโยบาย (Institute of Policy Studies หรือ IPS) จัดเวที MDDI–IPS Forum on Fostering Child-Safe Digital Environments on Social Media โดยเชิญหน่วยงานกำกับดูแลจากต่างประเทศ พันธมิตรชุมชนและภาคอุตสาหกรรม นักวิชาการ และผู้เชี่ยวชาญเข้าร่วม การอภิปรายครอบคลุมทั้งข้อแลกเปลี่ยนระหว่างการกำหนดอายุขั้นต่ำ การออกแบบแพลตฟอร์มให้ปลอดภัยขึ้น การรู้เท่าทันดิจิทัล และความรับผิดชอบของผู้ปกครอง แพลตฟอร์ม และผู้กำหนดนโยบาย
MDDI ยังรับฟังเสียงจากเยาวชน โดยการประชุมเมื่อวันที่ 4 กรกฎาคมมีผู้เข้าร่วมประมาณ 75 คน อายุระหว่าง 13–35 ปี เพื่อหารือว่าการเข้าถึงแบบแบ่งระดับจะทำให้แพลตฟอร์มปลอดภัยขึ้นสำหรับผู้ใช้เยาวชนหรือไม่ และเด็กในแต่ละช่วงวัยควรได้รับสิทธิ์เข้าถึงในระดับใด
นอกจากนี้ ผู้ปกครองที่มีบุตรอายุ 0–17 ปีสามารถร่วมตอบแบบสำรวจสาธารณะ “Keeping Children Safe Online” ผ่านระบบ Singpass ได้จนถึงสิ้นเดือนกรกฎาคม แบบสำรวจนี้เปิดรับความคิดเห็นต่อข้อเสนอการยกระดับความปลอดภัยออนไลน์ โดย MDDI ระบุว่าผลการรับฟังความคิดเห็นจะช่วยปรับปรุงแนวทางของรัฐบาล รวมถึงช่วยระบุช่องว่างด้านความตระหนักรู้ของสาธารณชนและความคาดหวังของครอบครัว
แนวทางของสิงคโปร์กำลังมุ่งไปสู่โมเดลความรับผิดชอบร่วมกัน ผู้ปกครองช่วยชี้แนะเด็ก แพลตฟอร์มต้องออกแบบบริการให้ปลอดภัย ผู้เชี่ยวชาญประเมินความเสี่ยงด้านพัฒนาการและสุขภาพจิต ส่วนรัฐบาลกำหนดมาตรฐานขั้นต่ำและช่องทางเยียวยาเมื่อเกิดความเสียหาย
ประเด็นที่ยังต้องหาจุดสมดุลคือ จะคุ้มครองเด็กอย่างมีความหมายได้อย่างไร โดยไม่ละเลยความจริงที่ว่าโซเชียลมีเดียได้กลายเป็นส่วนหนึ่งของชีวิตคนรุ่นใหม่จำนวนมากแล้ว การหารือจึงไม่ได้ถามเพียงว่าเด็กควรอยู่บนโลกออนไลน์หรือไม่ แต่ถามต่อว่า ในแต่ละช่วงวัย เด็กควรมองเห็น ทำอะไร และพบประสบการณ์แบบใดได้บ้าง รวมถึงมาตรการใดที่แพลตฟอร์มควรสร้างไว้ตั้งแต่ต้น